
อัดรัฐสอบตกขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ300บ.
ยอดร้องพุ่ง5พัน ฉะนายจ้างตุกติก ไม่ปรับเพิ่มจริง
ยอดร้องพุ่ง5พัน ฉะนายจ้างตุกติก ไม่ปรับเพิ่มจริง
ผลสำรวจนายจ้าง 50% ไม่ปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาท จริง
นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจผลกระทบการขึ้นค่าจ้าง 300 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา มีผู้ร้องเรียนมายังศูนย์รับเรื่องร้องเรียนค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรมของ คสรท. จำนวน 5,134 คน แบ่งเป็น 3 กรณี คือ 1.ไม่ได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 2,380 คน ของยอดร้องเรียนทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจโรงแรม ธุรกิจขนส่ง ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์รถยนต์ และจิวเวลรี
2.ถูกเปลี่ยนสภาพการจ้างงาน เช่น ปรับเปลี่ยนโยกย้ายตำแหน่ง ลดสวัสดิการ ย้ายฐานการผลิต 2,168 คน พบในกิจการสิ่งทอ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม และ 3.ถูกนำสวัสดิการมารวมกับค่าจ้าง 586 คน พบในกิจการอิเล็กทรอนิกส์ บริการ ธุรกิจขนส่ง อาหาร และเฟอร์นิเจอร์
นายชาลี กล่าวอีกว่า จากข้อมูลดังกล่าวแสดงว่านโยบายนี้ยังไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนงาน เนื่องจากสถานประกอบการกว่า 50% แม้จะยอมปรับขึ้นค่าจ้างขึ้น แต่กลับปรับลดสวัสดิการอื่นๆ ลง ขณะที่หลายแห่งก็ไม่ยอมปรับขึ้นค่าจ้าง
“ลูกจ้างที่มีอายุงานนับ 10 ปี เมื่อขอให้นายจ้างปรับค่าจ้างเพื่อหนีแรงงานเข้าใหม่ กลับถูกปฏิเสธและถูกข่มขู่จะเลิกจ้าง บางบริษัทเลือกใช้วิธีเลิกกิจการแล้วเปิดกิจการใหม่ มีการรับพนักงานแล้วเริ่มนับอายุงานใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นค่าจ้างให้แรงงานที่ทำงานมานานแล้ว” นายชาลี กล่าว
ขณะที่ กระทรวงแรงงานในฐานะหน่วยงานที่ผลักดันนโยบายยังละเลยการตรวจสอบ ปล่อยให้นายจ้างกับลูกจ้างเจรจากันเอง ลูกจ้างที่ไม่ได้สังกัดสหภาพแรงงานจึงไม่มีอำนาจต่อรอง บางสถานประกอบการยังเปลี่ยนสัญญาจ้างเป็นรายบุคคล มีการกดดัน หากลูกจ้างไม่ยอมเซ็นยินยอมตามเงื่อนไข ก็จะโยกย้ายงาน เป็นต้น
นอกจากนี้ การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำยังคงใช้กับการจ้างงานในระบบอุตสาหกรรม แต่ไม่ครอบคลุมแรงงานกลุ่มอื่นๆ เช่น แรงงานนอกระบบ แรงงานเหมาค่าจ้าง แรงงานในภาคเกษตร เกษตรพันธสัญญา ยิ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมมากขึ้น
นายชาลี กล่าวว่า คสรท. ขอเสนอให้รัฐบาลมีมาตรการที่คำนึงถึงกลุ่มแรงงานที่เข้าไม่ถึงการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ และต้องจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติขึ้นแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยคำนึงถึงค่าจ้างที่เป็นธรรม นอกเหนือการค่าจ้างขั้นต่ำ
“ต้องคำนึงถึงค่าครองชีพและฝีมือแรงงานที่สอดคล้องกับผลิตภาพ ความเสี่ยง และลักษณะงานของลูกจ้าง ค่าจ้างที่เป็นธรรมสามารถเพิ่มขึ้นได้โดยวัดจากประสบการณ์ ฝีมือ และทักษะของแรงงานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ไม่ใช่เป็นเรื่องของการต่อรองระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง” นายชาลี กล่าว







