posttoday
'บรรหาร'ยื้ออยู่ยาว ปิดเกมเสี่ยง ลุยแก้รธน.

'บรรหาร'ยื้ออยู่ยาว ปิดเกมเสี่ยง ลุยแก้รธน.

19 กรกฎาคม 2555

ท่าทีล่าสุด “บิ๊กเติ้งบรรหาร ศิลปอาชา” ส่งสัญญาณชัดต้องการ “ปิดเกมเสี่ยง” ลุยแก้ไขรัฐธรรมนูญยกใหม่

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

ท่าทีล่าสุด “บิ๊กเติ้ง-บรรหาร ศิลปอาชา” ส่งสัญญาณชัดต้องการ “ปิดเกมเสี่ยง” ลุยแก้ไขรัฐธรรมนูญยกใหม่ ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในช่วงเปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไป วันที่ 1 ส.ค.นี้

“ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างในสภาก็ให้ทิ้งไว้ก่อน ยังไม่ลงมติวาระ 3 เพราะจะขัดกับคำวินิจฉัย อยากให้ไปทำประชามติกันก่อน และรอดูคำวินิจฉัยส่วนตนอีกทีว่าตุลาการแต่ละคนคิดอย่างไร”

“บรรหาร” ถึงขั้นออกปากว่า “ดีใจที่พรรคไม่ต้องถูกยุบ” กับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ยกคำร้องว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68

ความเจ็บช้ำน้ำใจเมื่อครั้งถูกยุบพรรคจนต้องกลายเป็นสมาชิกบ้านเลขที่ 109 ที่ทำเอาต้องหลั่งน้ำตา ระหว่างคลุมป้ายที่ทำการพรรค ยังคอยหลอกหลอนมาจนถึงทุกวันนี้

การจะนำพาพรรคไปสู่จุดสุ่มเสี่ยงให้ถูกยุบอีกรอบ จึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดี เมื่อเซียนการเมืองอย่าง “บรรหาร” ยังพะวงกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่เปิดทาง ออกไว้เพียงแค่แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา หรือหากจะแก้ทั้งฉบับต้องทำประชามติก่อน

ดังนั้น จึงไม่มีเหตุจำเป็นใดๆ ที่ต้องเอาอนาคตพรรคไปเสี่ยงกับการลุยลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 เพราะหากถูกยุบพรรคอีกรอบคราวนี้ โอกาสสูญพันธุ์ย่อมเป็นไปได้มากขึ้นเรื่อยๆ

'บรรหาร'ยื้ออยู่ยาว ปิดเกมเสี่ยง ลุยแก้รธน.

ที่สำคัญ เป้าหมายที่แท้จริงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของ “ชาติไทยพัฒนา” อยู่เพียงแค่มาตราสำคัญ 237 คือ ยกเลิกโทษยุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 5 ปี

ส่วนประเด็นเขตเลือกตั้งที่ต้องการให้เป็นเขตเดียวเบอร์เดียว ก็แก้ไขสำเร็จในสมัยประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลไปแล้ว ส่วนประเด็นปลีกย่อยอื่นๆ อาจไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนในสายตาของชาติไทยพัฒนา ที่จะต้องเร่งไปแก้ไขให้เสร็จภายในเร็ววัน

ยิ่งภาพลักษณ์ปลาไหลใส่สเกตที่ผ่านมา จนสามารถเป็นพรรคร่วมได้กับทุกขั้ว ดังนั้นอะไรที่สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้สถานะความเป็นพรรคร่วมรัฐบาลต้องสะดุดหยุดลงไปย่อมไม่คุ้มค่ากับการไปเสี่ยง

เมื่อยังมีเวลาอีก 3 ปีกว่า ที่จะประคองตัวเป็นพรรคร่วมรัฐบาลได้แบบไม่ต้องไปสร้างปัจจัยสุ่มเสี่ยงอะไรใหม่ๆ เพิ่มเติม

การกระโดดออกมาประกาศท่าทีไม่เล่นเกมเสี่ยงของ “บรรหาร” จึงเป็นการบีบกลายๆ ให้ “เพื่อไทย” หันมาคล้อยตามแนวทางนี้ เพื่อช่วยประคับประคองให้รัฐบาลนี้อยู่ยาวต่อไป

ถามว่าทำไมเสียงข้างมากเกินครึ่งในสภา เสียงอย่างเพื่อไทยจะต้องฟังชาติไทยพัฒนา ที่มีเสียงในสภาไม่ถึง 20 เสียง

อย่าลืมว่า “เพื่อไทย” สมัยตั้งรัฐบาล ไม่ต้องการให้เกิดภาพผูกขาดเบ็ดเสร็จ จึงต้องแสวงหาแนวร่วม ลดแรงเสียดทางจนได้ “ใบเฟิร์น” มาร่วมประดับแจกัน และพยายามรักษาความเป็นปึกแผ่นมาโดยตลอด

สายสัมพันธ์เหนียวแน่น ที่ร่วมหัวจมท้ายตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา จึงเป็นหลักประกันเบื้องต้นว่า สัญญาณจาก “มังกรการเมือง” ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน คงไม่ถูกละเลย

หรือหากมองไกลไปถึงคะแนนเสียงในรัฐสภา ที่ต้องใช้เสียงข้างมากในรัฐสภา ต้องใช้เสียงตั้งแต่ 323 เสียงขึ้นไป ที่จะผลักดันวาระ 3 ให้ไปถึงฝั่งฝัน

ทว่า บทเรียนที่ผ่านมา เมื่อครั้งในการโหวตขอยกเว้นข้อบังคับในวาระการรับทราบคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ยังทำให้ “เพื่อไทย” ไม่อาจประมาท

เมื่อครั้งนั้นเสียงขาดไป 5 เสียง จนกระบวนการที่หวังจะใช้เสียงรัฐสภาหักล้างคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญต้องเป็นพังพาบ และกลายเป็นปัจจัยที่รัฐบาลไม่อาจเพลี่ยงพล้ำซ้ำสองได้อีก โดยเฉพาะกับเป้าหมายอย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ยิ่งครั้งนี้มี “เดิมพัน” ที่ต้องเสี่ยงกับการยุบพรรค หรือถอดถอนออกจากตำแหน่ง ยิ่งจะทำให้คะแนนเสียงในการดึงดันเดินหน้าวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีปัญหาได้

ขณะที่ “เพื่อไทย” เวลานี้เสียงยังแตกออกเป็นสองทาง ทั้งที่ต้องการหนุนให้โหวตวาระ 3 โดยเฉพาะฝ่ายเสื้อแดง ที่ต้องการแตกหักกับศาลรัฐธรรมนูญให้รู้แล้วรู้รอด

อีกด้านหนึ่งยังอยากเดินหน้าแบบบัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น ไล่แก้ไขไปรายมาตรา หรือหากจำเป็นก็ต้องเดินหน้าทำประชามติ แม้จะช้าแต่ปลอดภัยกว่าไปท้าทายอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ

แม้ทางเลือกทำประชามติอาจจะต้องทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องยืดออกไปอย่างน้อยประมาณ 4 เดือน ตามกรอบการทำประชามติ แต่ก็อาจจะสร้างหลักประกันให้การเดินหน้าระยะยาว

ทว่า “บรรหาร” ชำแหละทางเลือกที่เป็นไปได้ ทุกทางย่อมมีปัญหาหมด ทั้ง “แก้ไขรายมาตรา” อาจจะมีปัญหาหากใครไม่พอใจในมาตราที่เขาแก้ ก็ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้เช่นนี้ 3-4 ปีก็ไม่เสร็จ เพราะจะมีปัญหาเกิดขึ้นเรื่อยๆ โดยอ้างว่าขัดรัฐธรรมนูญ

ส่วนการปิดจุดเสี่ยงเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญรอบนี้จะนำไปสู่ฝั่งฝันหรือไม่ และจะใช้เวลานานอีกแค่ไหน ยังมีอีกหลายปัจจัยซ้ำเติมที่รัฐบาลต้องเผชิญ

 

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว