
มท.ขู่ม็อบปิดถนนงดจ่ายเงินน้ำท่วม
รองปลัดมหาดไทยขู่ม็อบจังหวัดไหนปิดถนนไม่จ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมให้ผู้ว่าฯจัดการดำเนินคดีตามกฏหมาย
รองปลัดมหาดไทยขู่ม็อบจังหวัดไหนปิดถนนไม่จ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมให้ผู้ว่าฯจัดการดำเนินคดีตามกฏหมาย
นายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้เหลือ 6จังหวัด ที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อปี2554 คือ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม กทม. พระนครศรีอยุธยา และสมุทรสาคร
ส่วนการเรียกร้องเรื่องค่าชดเชยของกลุ่มชาวบ้านด้วยการปิดถนน เห็นว่ายิ่งไม่ควรจ่ายเงินให้อย่างยิ่ง คนที่ปิดถนนควรถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี เพราะเป็นการสร้างวัฒนธรรมไม่ถูกต้อง หากมีการปิดถนนในต่างจังหวัด ผู้ราชการจังหวัดต้องเอาผิด
ส่วนกทม.ต้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการ ขอประณามคนที่ออกมาปิดถนน ถ้าต้องการเรียกร้อง เพราะเดือดร้อนจริงไม่มีปัญหา ควรรวมตัวไปร้องเรียนที่หน่วยงานรัฐ เช่น ศาลกาลาง หรือที่ว่าการอำเภอ ทุกม็อบในประเทศไทยควรงดปิดถนนแล้ว เพราะสร้างความเดือดร้อน
สำหรับคนที่มายื่นขอเงินเยียวยา เกินเวลาที่เขากำหนด ตามข้อเท็จจริงสิทธิหมดแล้ว เพราะมายื่นช้า จะเอาอะไรอีก ถ้าจะเอา 2 หมื่นบาทต่อราย จะให้ไปเอาเงินจากที่ไหน เพราะขณะนี้รัฐบาลจ่ายเงินไปแล้ว 1.5 หมื่นล้านบาท และความเห็นส่วนตัวอยากให้จ่ายเงินเฉลี่ยเท่ากันทุกรายจะได้ไม่มีปัญหา
ลั่นจ่ายเยียวยาในเมืองกรุงเป็นหน้าที่กทม.
นายประชา กล่าวอีกว่า ปัญหาการจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล มีข้อสังเกตว่ามีผู้มายื่นเรื่องภายหลังกรณีรายชื่อตกหล่น จำนวนมากกว่า 2 แสนราย ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศให้ผู้ประสบอุทกภัยมาแจ้งเรื่องขอรับเงินเยียวยา โดยหมดเขตรอบแรกตั้งแต่สิ้นเดือนธันวาคม และขอขยายไปจนถึงเมษายน แต่ก็ยังมีรายชื่อตกค้างเพิ่มขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม พร้อมที่จะรับพิจารณารายชื่อที่ยื่นเข้ามา แต่ต้องชี้แจงถึงเหตุผลที่มายื่นล่าช้า
ส่วนการที่เสนอให้จ่าย 2หมื่นบาทเท่ากันทุกครัวเรือนนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ทั้งนี้ กทม.เป็นท้องถิ่น มีงบประมาณเป็นของตัวเอง หากไปรับปากกับกลุ่มผู้ชุมนุม กทม.ก็สามารถจ่ายให้กับชาวบ้านได้เองอยู่แล้ว แต่หากจะให้รัฐบาลมาจ่ายคงไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจังหวัดอื่นที่ได้รับเงินไปแล้วก็ต้องร้องเรียนกันไม่หยุด
นายประชา กล่าวอีกว่า ส่วนที่ กทม. ระบุว่า ปภ.ส่งบัญชีรายการเยียวยาเพียง 5 รายการ แต่ต่างจังหวัดส่ง8รายการนั้น ที่จริงระเบียบนี้ไม่ควรมาใช้กับเรื่องน้ำท่วม แต่ควรใช้กับเหตุการณ์ไฟไหม้มากกว่า เพราะเมื่อน้ำท่วมที่ผ่านมา มีผู้เดือดร้อนจำนวนมาก ไม่มีเจ้าหน้าที่เพียงพอที่จะไปสำรวจได้ขนาดนั้น ทั้งนี้ กล้ายืนยันว่า 58 จังหวัดที่จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว ก็ทำเพียงแค่ 5 รายการเท่านั้น
ปภ.งัดเอกสารแจงสื่อยันกทม.ต้องดูแลเรื่องเยียวยาคนกรุง
ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้นำเอกสารมาชี้แจงต่อสื่อมวลชน ใน3กรณี โดยกรณีแรก กทม.ระบุว่าไม่มีอำนาจการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แต่ได้รับการร้องขอจาก ปภ. ให้ดำเนินการ ซึ่งข้อเท็จจริงคือ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 กำหนดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้อำนวยการรับผิดชอบในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตกทม. รับผิดชอบให้การสงเคราะห์แก่ผู้ประสบภัย มีผู้อำนวยการเขต เป็นผู้ช่วยเหลือรับผิดชอบสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น และทำบัญชีรายชื่อผู้ประสบภัยและทรัพย์สินที่เสียหายไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งออกหนังสือรับรองไว้เป็นหลักฐานในการรับการสงเคราะห์ฟื้นฟู
เอกสารระบุต่อว่า กรณีสอง ปภ. ได้ส่งบัญชีรายการเยียวยาให้ กทม. เพียง 5 รายการ แต่ไม่ได้ส่งบัญชีรายการเยียวยาทั้ง 8 รายการ ข้อเท็จจริงคือ ปภ.ได้มอบอำนาจให้ กทม. ดำเนินการช่วยเหลือครอบคลุมทุกรายการ แต่จากการที่กทม.ได้ขอขยายวงเงินที่ผ่านมา ระบุว่าจะให้ความช่วยเหลือเพียง 5 รายการ จึงเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของ กทม.ที่จะต้องตรวจสอบ หากปรากฎความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ก็สามารถช่วยเหลือได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้
ส่วนที่ กทม.ขอให้ ปภ.จ่ายเงินเยียวยาค่าซ่อมบ้าน 20,000 บาท เท่ากันทุกครัวเรือนนั้น ข้อเท็จจริงคือ เรื่องนี้จะต้องดำเนินการไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ ระบุว่า ต้องจ่ายค่าซ่อมแซมที่เสียหายตามจริงหลังละไม่เกิน 2หมื่นบาท







