
ซักงบทหารเดือด ก่อแก้วไล่บี้ทหาร บิ๊กตู่โต้เลิกถามปฏิวัติ
บรรยากาศการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556
บรรยากาศการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556
เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ในส่วนงบประมาณของกระทรวงกลาโหมนั้นเป็นไปอย่างดุเดือด ท่ามกลางผู้นำเหล่าทัพที่มาชี้แจงมากันอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร. และ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ.
ทั้งนี้ บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้น หลังจากผู้นำเหล่าทัพได้ชี้แจงเหตุและผลของการจัดงบประมาณ จากนั้นได้เปิดโอกาสให้ กมธ.มีการซักถาม ซึ่งส่วนใหญ่ได้แสดงความเป็นห่วงการดูแลเรื่องความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางความคิด การปกป้องเทิดทูนสถาบัน การดูแลเว็บไซต์หมิ่น สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา
วัชระ เพชรทอง สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ถามถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการปล้นปืนของเจ้าหน้าที่ไปว่าได้คืนมาหมดหรือยัง และที่ยังไม่ได้คืนจะมีการดำเนินการอย่างไร เพื่อให้มีการก่อเหตุ รวมถึงการตั้งคำถามไปถึงกรณีการปราศรัยบนเวทีที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่มีแกนนำคนหนึ่งไปปราศรัยว่า จะเปลี่ยนการปกครองประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยแบบกัมพูชา
วัชระ ยังได้โชว์เอกสารจากสื่อที่เกี่ยวกับปราศรัยบนเวทีในวันนั้น พร้อมถามว่าอยากทราบว่ากระทบต่อสถาบันหรือไม่ และจะดำเนินการอย่างไร เพราะแนวความคิดนี้มีการขยายและเผยแพร่ต่อไปเรื่อยๆ รวมถึงมีโอกาสหรือไม่ที่จะเกิดการรัฐประหาร
ขณะเดียวกัน นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พรรคประชาธิปไตย ได้กล่าวเสริมว่า ขอฝากไปถึงผู้บัญชาการทหารอากาศเกี่ยวกับวิทยุชุมชนคลื่น 104.1 จ.ปทุมธานี ที่อยู่ข้างๆ กองทัพอากาศ แต่ก็ไม่เห็นว่า ผบ.ทอ.ทำอะไร อยากให้เข้าไปเปิดฟังและฟังรายละเอียดว่า มันเข้าข่ายหรือไม่ อยากให้ท่านบันทึกจะเอาไปส่งให้ตำรวจ หรือคนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องก็ได้ แต่ที่ผ่านมากลับนิ่งดูรายและผลักภาระ
หลังจากนั้น ก่อแก้ว พิกุลทอง สส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง ได้อภิปรายเชิงซักถามว่า ตัวเองยึดนโยบายแก้ไขแต่ไม่แก้แค้น แต่ในกองทัพเองก็มีทหารที่มีความกระหายอยากได้ตำแหน่ง มีคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะทุกหน่วยงานก็มี จึงอยากฝากว่าจะทำอย่างไรที่จะขจัดคนเหล่านี้ให้ออกไปก่อน
ก่อแก้ว กล่าวอีกว่า ขอยืนยันไม่มีขบวนการล้มเจ้า มีแต่ความเป็นห่วงเป็นใย เพียงแต่มีการแอบอ้างเอาสถาบันพระมหากษัตริย์ไปทำร้ายฝ่ายตรงข้าม ซึ่ง ผบ.เหล่าทัพทุกคนก็เรียนโรงเรียนเตรียมทหารเช่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ถูกปลูกฝังให้มีความจงรักภักดีเทิดทูนสถาบัน
สำหรับการเรียกร้องประชาธิปไตยก็ไม่มีการล้มเจ้า ถ้าหากมีการยืนยันว่าไม่เอา แต่ความเป็นจริงไม่มี มีเพียงฝ่ายตรงข้ามกล่าวหา ดังนั้นฝ่ายความมั่นคงที่กังวลอยู่ ยืนยันได้ว่าไม่มี แต่ยอมรับว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์จริง แต่เป็นเรื่องปกติ เพราะทุกคนในประเทศก็สามารถถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้
บรรยากาศยิ่งดุเดือดขึ้น เมื่อ “ก่อแก้ว” ได้ อภิปรายพาดพิงการทำหน้าที่ของกองทัพ โดยเฉพาะการเข้าสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
“วันที่ 13-19 พ.ค. ต้องยอมรับเป็นการกระทำที่เหี้ยมโหด มีการใช้สไนเปอร์ยิงคนไม่เลือกหน้า ...ที่บอกว่ามีชายชุดดำวันนี้ผ่านมา 2 ปี ก็ไม่เป็นความจริง บอกกันว่า คนเสื้อแดงฆ่ากันเองตายก็ต้องบอกว่าคนไทยไม่ได้กินหญ้า ถ้าคนไทยกินหญ้าป่านนี้คงเลือกพรรคประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาลแล้ว” ก่อแก้ว กล่าว
ทั้งนี้ พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อะไรที่ยังไม่ได้ข้อยุติในทางกระบวนการยุติธรรมจะไม่นำมาพูดกันใน กมธ. และถ้ามีการใช้สไนเปอร์ยิงกันจริง ทำไมจนถึงเดี๋ยวนี้นายกรัฐมนตรีและ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ไม่ทำอะไร
“ไม่ใช่ให้ใครมาแสดงพฤติกรรมตามใจชอบได้ พฤติกรรมเช่นนี้เมื่อผมนั่งเป็นประธานการประชุมและเป็นรัฐมนตรีผมเคยเชิญ กมธ.จากพรรคเดียวกันออกจากห้องประชุมมาแล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้พูดไปได้เรื่อย อย่าเอาสีเสื้อติดเข้ามาเลยห้องนี้” พิเชษฐ กล่าว
จากนั้น กมธ.พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความไม่พอใจด้วยเดินออกจากห้องประชุม ทำให้ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ประธานในที่ประชุมต้องสั่งพักการประชุม 20 นาที
หลังพักการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้ชี้แจงว่า ข่าวปฏิวัติเรื่องนี้ไม่ต้องมาถามอีกแล้ว และอย่าพูดคำนี้อีก ให้ไปถามคนพูด ส่วนเรื่องภัยคุกคามสถาบันนั้น อยากให้เข้าใจว่าประเทศอยู่ด้วยกฎหมาย ทหารไม่ได้ถือกฎหมาย แต่ตำรวจเป็นผู้ถือกฎหมายแต่ทหารรับผิดชอบในฐานะประชาชนคนหนึ่ง และถ้ารู้ว่าใครพูดจาหมิ่นฯ ก็ไปแจ้งความ
“แต่ก็มีคนชั่วที่นำไปหาประโยชน์มาทำต่อเนื่อง ก็รู้อยู่แล้วว่ามีใครบ้าง สิ่งที่ทำไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ก็ดำเนินคดีไปจำนวนมาก โดยทหาร ตำรวจ ยุติธรรมที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการฯ ได้ร่วมมือกันทำงาน ทั้งเว็บไซต์สื่อสิ่งพิมพ์ทั้งในประเทศ นอกประเทศ มีหลักฐานรายชื่อทั้งหมด แต่ทหารจะทำเลยไม่ได้ก็ต้องส่งไปทางตำรวจดำเนินการ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตราบใดที่มีการทะเลาะกันก็จะมากขึ้น ถ้าเลิกทะเลาะก็จะลดลง เมื่อมีการทะเลาะกันอยู่อย่างนี้ ฝ่ายหนึ่งนำสถาบันมาปกป้อง อีกฝ่ายโจมตีสถาบัน ซึ่งพระองค์ท่านไม่เคยลงมาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น ส่วนใหญ่เป็นคนล่างๆ ใต้สถาบัน แต่ที่พูดเพราะรักสถาบัน จึงตีกันไปเรื่อยๆ
“วิธีแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดคือ อย่านำสถาบันลงมา อย่าพูดเรื่องสถาบัน ใครผิดก็ว่าไปตามผิด นำกฎหมายมาดำเนินการ เรื่องนี้ก็จบไป ทั้งนี้ผมคิดว่ามีงบประมาณหมื่นล้านก็แก้ไม่ได้ ถ้ายังทะเลาะกันอย่างนี้ และอย่าดึงท่านลงมา ผมยืนยันว่าท่านไม่เคยเกี่ยวข้องทุกเรื่อง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ขณะที่ พล.อ.อ.อิทธพร ได้ชี้แจงเรื่องคลื่นวิทยุความถี่ 104.1 ว่า ได้ติดตามว่าสิ่งใดจะมีผลกระทบต่อความมั่นคง ในพื้นที่มีทั้งหมด 40 สถานีที่ติดตาม และได้รายงานให้หน่วยที่เกี่ยวข้อง เพราะไม่มีอำนาจ







