
ครม.ไฟเขียวผุดรถไฟรางคู่หมื่นล้าน
ฉะเชิงเทรา-คลอง19-แก่งคอย เสริมส่งสินค้าเชื่อมแหลมฉบัง
ฉะเชิงเทรา-คลอง19-แก่งคอย เสริมส่งสินค้าเชื่อมแหลมฉบัง
ครม.เดินหน้าโครงการรถไฟรางคู่ วงเงินรวมกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท
นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออกช่วงฉะเชิงเทรา–คลองสิบเก้า–แก่งคอย (ไม่รวมช่วงอุโมงค์เขาพระพุทธฉาย) พร้อมก่อสร้างทางคู่เลี่ยงเมืองจำนวน 3 แห่ง ที่ชุมทางฉะเชิงเทรา ชุมทางแก่งคอย และชุมทางบ้านภาชี (สัญญาที่ 1) ในวงเงิน 10,636 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 36 เดือน ตั้งแต่ปีงบ 2556-2559
นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้ ร.ฟ.ท.ก่อสร้างทางรถไฟและอุโมงค์รถไฟบริเวณเขาพระพุทธฉาย (สัญญาที่ 2) ในวงเงิน 712 ล้านบาท โดยไม่มีการเวนคืนที่ดินเพิ่ม โดยมีกำหนดระยะเวลาการดำเนินการ 25 เดือน หลังจากที่ ครม. อนุมัติผ่อนผันให้ก่อสร้างผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอได้
ทั้งนี้ ให้รัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประจำปี หรือให้กระทรวงการคลังจัดหาเงินกู้และค้ำประกันเงินกู้ภายในประเทศให้กับ ร.ฟ.ท.ตามความเหมาะสมต่อไป
สำหรับโครงการก่อสร้างทางคู่เส้นนี้ อยู่ในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก ระยะที่ 2 เพื่อรองรับการขยายตัวของท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 2 และเพื่อให้การก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางสายชายฝั่งทะเลตะวันออกเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จึงมีโครงการที่จะก่อสร้างทางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา–คลองสิบเก้า–แก่งคอย เพื่อขยายขีดความสามารถของเส้นทางขนส่งหลัก ที่มีความสำคัญในการเชื่อมโยงการขนส่งระบบราง จากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไปยังพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกสู่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาระบบการขนส่งและโลจิสติกส์อย่างบูรณาการ รวมทั้งแผนพัฒนาต่างๆ ที่สนับสนุนให้มีการพัฒนาระบบขนส่งระบบราง เพื่อให้เกิดการประหยัดทรัพยากร พลังงาน และลดมลพิษ
ทางด้านกระทรวงการคลัง ได้ให้ความเห็นว่า สำหรับแผนการลงทุนโครงการทางคู่สายอื่นจำนวน 5 เส้นทาง ภายใต้แผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของการรถไฟแห่งประเทศไทยระยะเร่งด่วน พ.ศ. 2553–2557 ทางคู่ลพบุรี–ปากน้ำโพ ทางคู่ช่วงมาบกะเบา–ชุมทางถนนจิระ ทางคู่ชุมทางถนนจิระ–ขอนแก่น ทางคู่ช่วงนครปฐม–หัวหิน และทางคู่ประจวบคีรีขันธ์–ชุมพร เห็นควรกำหนดแนวทางระดมทุนโดยให้สำนักงบประมาณจัดสรรเงินงบประมาณ
กระทรวงการคลังจะดำเนินการจัดหาเงินกู้ในประเทศ หรือแหล่งเงินกู้เพื่อการพัฒนาและนำมาให้ ร.ฟ.ท.กู้ต่อ และให้สำนักงบประมาณจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี เป็นงบชำระหนี้ให้ ร.ฟ.ท. เพื่อใช้คืนหนี้เงินกู้ตามที่กระทรวงการคลังกำหนดต่อไป โดยขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดออกแบบรายละเอียดและจัดสรรกรรมสิทธิ์ที่ดิน







