posttoday
เลิกร้านถูกใจ

เลิกร้านถูกใจ

09 กรกฎาคม 2555

สารพัดปัญหารุมเร้าโครงการร้านถูกใจ ถึงแม้ล่าสุดร้านถูกใจจะเปิดจำหน่ายสินค้าได้แล้ว 5,369 แห่ง จากที่ผ่านการคัดเลือกไว้ 6,472 แห่ง แต่ก็ยังมีการร้องเรียนไม่เลิกเรื่องการป้อนสินค้าเข้าร้านล่าช้า แถมไม่ครบตามที่แจ้งไว้ 20 รายการ

สารพัดปัญหารุมเร้าโครงการร้านถูกใจ ถึงแม้ล่าสุดร้านถูกใจจะเปิดจำหน่ายสินค้าได้แล้ว 5,369 แห่ง จากที่ผ่านการคัดเลือกไว้ 6,472 แห่ง แต่ก็ยังมีการร้องเรียนไม่เลิกเรื่องการป้อนสินค้าเข้าร้านล่าช้า แถมไม่ครบตามที่แจ้งไว้ 20 รายการ

เกิดคำถามตามมาทันทีว่า รัฐบาลควรตัดใจเลิกดันทุรังโครงการนี้ ปล่อยให้การค้าปลีกเป็นไปตามกลไกตลาด หรือหาช่องทางเจรจาผู้ผลิตลดต้นทุนช่วยร้านค้าชุมชนแทนดีกว่าหรือไม่ เพราะทุกวันนี้ก็มีโครงการสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด เมนูธงฟ้า คาราวานธงฟ้า ที่เดินสายไปจัดกิจกรรมขายของถูกให้ประชาชนทั่วประเทศอยู่แล้ว

แต่ละโครงการก็ล้วนใช้งบประมาณไปเป็นจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป เฉพาะร้านถูกใจที่กันงบประมาณไว้ใช้ก็มากถึง 1,320 ล้านบาท ซึ่งเป็นการช่วยเหลือที่ปลายเหตุ นำเงินภาษีของประชาชนไปอุดหนุนเรื่องค่าขนส่ง พอหมดเงินปัญหาก็ปะทุขึ้นมาอีก เพราะไม่ใช่การแก้ที่ต้นเหตุ

เมื่อเห็นแววมาแต่ไกลแล้วว่า โครงการร้านถูกใจน่าจะส่งผลลบมากกว่าผลดีก็ควรรีบหยุด เพื่อลดการใช้จ่ายงบประมาณโดยไม่จำเป็น หากย้อนกลับไปตั้งแต่เริ่มโครงการนี้เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้ผ่านมาร่วม 3 เดือน ระบบกระจายสินค้า ฝั่งกระทรวงพาณิชย์ในฐานะเจ้าภาพก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ โดยมีร้านในโครงการกว่า 3,000 แห่ง ไม่ได้รับสินค้า ทั้งยังไปพาดพิงบริษัทไปรษณีย์ว่าเป็นต้นเหตุ จนร้อนถึงฝ่ายถูกกล่าวหาต้องออกมาตอบโต้ เหตุที่ส่งของให้ไม่ได้เพราะได้สินค้าไม่ครบ ร้านค้าไม่ยอมเซ็นรับ

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้คงไม่ต้องไปเสียเวลาหาใครผิดใครถูกให้เกิดข้อบาดหมางขึ้นมา เพราะเวลาล่วงเลยไปมาก ผลที่ปรากฏออกมาก็ชัดเจน ร้านถูกใจไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการยุคค่าครองชีพแพงอย่างแท้จริง เนื่องจากหลายสินค้าที่แฉผ่านสื่อก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้มีราคาถูกอย่างที่ประกาศไว้

ยิ่งไปกว่านั้น การคัดเลือกร้านค้าเข้าโครงการก็มีปัญหาไม่แพ้กัน เมื่อดูจากตัวเลขร้านค้าที่สมัครมีถึง 13,312 แห่ง แต่โครงการจะจบในเดือน ก.ย.นี้แล้ว จำนวนร้านค้าที่เปิดได้จริงกลับมีไม่ถึงครึ่งของผู้สมัครทั้งหมด แม้ รมว.พาณิชย์จะออกมาเสนอแนวคิดเตรียมขยายโครงการต่อไปถึงปีหน้า แต่เมื่อดูประสิทธิภาพการบริหารงาน บวกกับประสิทธิผลที่เกิดขึ้นจริงต่อการลดค่าครองชีพให้กับประชาชน มองมุมไหนก็เชื่อว่าไปไม่รอด นอกจากไม่ควรขยายเวลาแล้ว ยังต้องเลิกไปเลยจะดีที่สุด

คงต้องฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีช่วยทบทวนโครงการร้านถูกใจอีกสักครั้ง คิดให้รอบคอบก่อนที่จะตกปากรับคำ รมว.พาณิชย์ ไปเป็นประธานเปิดปฐมนิเทศสมาชิกร้านถูกใจในวันที่ 15 ก.ค. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ถอนตัวตอนนี้ก็ยังไม่สาย งบประมาณที่ผลาญไปแล้วก็ปล่อยตามน้ำไป คงเรียกคืนไม่ได้ แต่ที่จ้องจะจ่ายเพิ่มต้องเลิกเสียที

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ