posttoday
คดีสะเทือนใจจับแม่บังคับลูกค้ากาม

คดีสะเทือนใจจับแม่บังคับลูกค้ากาม

09 กรกฎาคม 2555

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อสถาบันครอบครัวอ่อนแอ สิ่งที่จะตามมาคือปัญหาสังคม โดยเฉพาะตัวอย่างจากคดี

โดย...ธนก บังผล


ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อสถาบันครอบครัวอ่อนแอ สิ่งที่จะตามมาคือปัญหาสังคม โดยเฉพาะตัวอย่างจากคดี ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ที่ได้ทำการจับกุม นายสิทธิชัย หรือปลาย อินทะนาม กะเทยแสบที่ผันตัวมาเป็นแม่เล้า ตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

เมื่อสืบสวนขยายผลไปเรื่อยๆ ก็พบกับคดีที่น่าสะเทือนใจ

พ.ต.อ.ยุทธภูมิ ปั้นลายนาค ผู้กำกับการ 2 บก.ปคม. เล่าว่า ก่อนหน้านี้ มูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ประสานมายัง ปคม. เนื่องจากมีแม่มาร้องเรียนว่าลูกสาวหายไปจากบ้านและคาดว่าน่าจะถูกหลอกลวงไปค้าประเวณีที่ภาคตะวันออก

“ขณะนั้นเป็นช่วงเดือน พ.ค. พอได้รับเรื่องร้องเรียนมา ปคม.ได้จัดชุดสืบสวนและสายลับ พร้อมเครือข่ายของเราลงพื้นที่ไปตามหาจนเจอเด็ก ซึ่งจับกะเทยมาได้คนหนึ่ง อีกทั้งยังสามารถช่วยเด็กได้ 2 คน หนึ่งในนั้นคือลูกสาวที่แม่มาร้องเรียน ส่วนอีกคนหนึ่งเราก็นำมาสอบสวน”

ซึ่งปกติแล้วเมื่อเข้าไปช่วยเหลือเด็กได้ ตำรวจก็จะมีการสอบสวนเพื่อถามที่อยู่ ว่าพักอาศัยกับใครที่ไหน ก่อนจะประสานส่งตัวกลับบ้าน

คดีสะเทือนใจจับแม่บังคับลูกค้ากาม

 

พ.ต.อ.ยุทธภูมิ บอกว่า ผลจากการสอบสวนเด็กอีกคนหนึ่งนั้น เด็กหญิงให้การว่าแม่บังคับให้เธอขายบริการทางเพศ จึงเป็นที่มาของการหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อจับกุม รวมถึงการสอบปากคำเด็กจนสามารถออกหมายจับ

“จากการสอบสวน เด็กให้การว่าแม่เธออ้างว่าตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็ง อยากให้ลูกหาเงินมาให้แม่ แม่ของเด็กคนนี้มีลูกตั้งแต่อายุ 14 ปี ตอนนี้มีลูกทั้งหมด 7 คน คนเล็กสุดอายุเพิ่ง 8 เดือน แต่ไม่รู้ว่าพ่อเดียวกันหรือเปล่า เพราะผู้ต้องหาไม่ยอมบอก ส่วนเด็กสาวคนนี้เคยเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) แต่ได้ลาออกแล้ว และไม่ได้อาศัยอยู่กับแม่”

กระบวนการสืบสวนจากเดือน พ.ค.ก.ค.นี้ พ.ต.อ.ยุทธภูมิ ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อครั้งที่จับกะเทยได้นั้น แม่ของเด็กรู้ว่าลูกสาวถูกตำรวจช่วยเหลือมา จึงได้หนี จนกระทั่งชุดสืบสวนทราบว่าหนีไปอยู่ที่ จ.ตราด

และแม่ของเด็กคนนี้ที่ถูกตามจับตัวได้ คือ น.ส.เอื้ออารีย์ หรือหมู (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 358 ถนนวงศ์สว่าง แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม. ในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์โดยแสวงหาผลประโยชน์จากการค้าประเวณีเด็ก

“กะเทยกับตัวแม่เด็กคนนี้เป็นคนละกลุ่มกัน แต่ทำลักษณะคล้ายๆกัน คือเราไม่ได้ทำแค่กรณีเดียว หลังจากที่จับกะเทยได้แล้ว เราก็ขยายผล โดยเฉพาะข้อมูลคำให้การของเด็กสาวอีกคนหนึ่งที่ถูกหลอกลวงบังคับให้ค้าประเวณี เราคิดว่าเผื่อมีเด็กที่ตกเป็นเหยื่ออีกมาก ตอนที่เข้าไปจับกุม น.ส.เอื้ออารีย์ คาดว่าน่าจะมีเด็กสาวแต่ก็ไม่เจอ แต่ตอนที่แถลงข่าวมีผู้สื่อข่าวถาม เธอตอบว่ามี 2-3 คน คงพูดในช่วงที่ไม่มีสติหรืออะไรก็ตาม”

ในขณะที่ น.ส.เอื้ออารีย์ ปฏิเสธว่าไม่ได้ขายลูกกินอย่างแน่นอน อีกทั้งไม่รู้มาก่อนว่าลูกสาวค้าประเวณี

“ฉันคิดว่าลูกสาวไปทำงานรับจ้างทั่วไป ในฐานะคนเป็นแม่ ไม่มีแม่คนไหนในโลกนี้จะบังคับให้ลูกขายตัวเลี้ยงแม่ ฉันทำไม่ได้ และไม่เคยมีความคิดในสมอง”

เธอยอมรับว่า เคยเสพยาเสพติดแต่เลิกมานานแล้ว ส่วนลูกสาวที่มาอยู่ด้วยกันก็ไม่เคยบังคับให้ไปขายบริการตามที่ถูกกล่าวหา แต่ยอมรับว่าลูกสาวเคยนำเงินมาให้หมื่นกว่าบาท ซึ่งไม่ทราบว่าได้เงินมาอย่างไร

“จากนั้นลูกสาวก็หนีออกจากบ้านไปอยู่กับแม่เล้าในพื้นที่คนหนึ่ง ส่วนฉันเองนั้นก็ยอมรับว่ามีเด็กผู้หญิงในความดูแลเช่นกัน เพราะต้องหาเงินไปดูแลลูกๆ แต่ไม่เคยบังคับให้ลูกสาวขายบริการ จะมีแต่แม่เล้าคนนั้นที่บังคับลูกสาวให้เสพยา ขายบริการ และจ้างคนมาปล้นเงินลูกสาวไป”

ผกก.2 บก.ปคม. บอกอีกว่า ความสำเร็จในการตามจับครั้งนี้ต้องใช้เครือข่าย สายลับส่งไปลงพื้นที่ร่วมกับตำรวจ ปคม. เพราะ น.ส.เอื้ออารีย์ ตั้งใจหลบหนี ต้องอาศัยการฝังตัวเพื่อสืบให้ได้ว่าอยู่ที่ไหน ไปไหนบ้างในชีวิตประจำวัน เดินทางอย่างไร จนเจอตัวผู้ต้องหา

“ค่าตัวเด็ก 1,500 บาท หักค่าเปอร์เซ็นต์แล้วเด็กได้อยู่ที่ 500-600 บาท ส่วนแม่เล้าก็ได้ไป 800-1,000 บาท ที่ผมสะเทือนใจที่สุดคือตอนที่แม่พาลูกไปเปิดบริสุทธิ์เมื่อต้นปี ได้เงินมา 3 หมื่นบาท ที่ปฏิเสธว่าแม่ไม่ทำลูก ใครก็ปฏิเสธทั้งนั้น แต่คำให้การจากเด็ก ผมถามว่าใครจะซัดทอดแม่ตัวเอง นอกจากนี้เรายังรู้มาอีกว่ามีการทุบตี ดังนั้นเมื่อเด็กทนอยู่กับแม่ไม่ได้ก็เลยหนีไปอยู่กับกะเทย” พ.ต.อ.ยุทธภูมิ กล่าว

แต่จุดเริ่มต้นที่มาจากการร้องเรียนของแม่คนหนึ่งที่ลูกสาวหายตัวไป มาจนถึงแม่บังคับลูกสาวค้าประเวณี มาจากการหลอกลวงทางเฟซบุ๊ก

“เด็กสาวที่หายไปนั้น ก็เพราะเล่นอินเทอร์เน็ต เล่นเฟซบุ๊ก เพราะเพื่อนชักชวนไปทำงาน อ้างว่าได้เงินมาง่ายๆ ชักชวนกันไปมา เด็กสาวคนนั้นก็เลยถูกล่อลวง อยากให้ผู้ปกครองดูแลการใช้อินเทอร์เน็ต เพราะเป็นช่องทางเข้าถึงห้องนอน สุ่มเสี่ยงมากที่เด็กจะถูกหลอก อินเตอร์เน็ตมีประโยชน์มากแต่โทษก็มีเยอะ เป็นช่องทางให้มิจฉาชีพเข้าถึงบุตรหลานง่าย เด็กไม่รู้เรื่องหรอก ได้เงินง่ายก็ไป ถึงจุดนั้นก็ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ถูกบังคับให้ค้าประเวณี”

ผกก.2 บก.ปคม. กล่าวว่า เมื่อเด็กถูกหลอกทางอินเทอร์เน็ตให้ออกมาจากบ้าน โดยอ้างว่าจะได้เงินง่าย จึงตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่คอยจะหาประโยชน์จากเด็ก บางครั้งถูกขังไว้ในบ้าน ขับรถพาไปส่งให้ลูกค้า กลายเป็นว่าอยู่ในการควบคุมของแม่เล้า

ขบวนการค้ากามหาประโยชน์จากเด็กที่อายุไม่ถึง 15 ปี มีอยู่ทั่วภาคตะวันออก พ.ต.อ.ยุทธภูมิ ฝากบอกว่า สังคมทุกวันนี้ไม่ค่อยดีเท่าไร ต้องดูที่ผู้ปกครองเป็นหลัก ต้องคอยดูแลบุตรหลานเป็นอย่างดีเพราะบางทีจุดเริ่มต้นอาจเกิดขึ้นมาเพราะการเล่นเฟซบุ๊กในห้องนอน ก่อนจะพบจุดหักเหของชีวิตด้วยการถูกบังคับให้อยู่ในวงจรค้ากาม

เขายืนยันว่า จะมีการขยายผลต่อไปเพื่อช่วยเหลือเด็กอีกมากมายให้พ้นจากวงจรอุบาทว์นี้ให้ได้

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว