
ไทยพาณิชย์เร่งหาหลักฐานคดี107ล้าน
ธนาคารไทยพาณิชย์ยันไม่นิ่งนอนใจ คดีผู้จัดการแบงค์ลักทรัพย์ 107 ล้านบาท เร่งหาหลักฐานสอบข้อเท็จจริง
ธนาคารไทยพาณิชย์ยันไม่นิ่งนอนใจ คดีผู้จัดการแบงค์ลักทรัพย์ 107 ล้านบาท เร่งหาหลักฐานสอบข้อเท็จจริง
ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข ผู้ช่วย ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. เพื่อให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน กรณีที่ น.ส.เอื้อมบุญ จันทร์สมา อายุ 60 ปี บุตรสาวของนายทองใบ จันทร์สมา อดีตนักกีฬาขี่ม้าและยิงปืนทีมชาติที่เสียชีวิตไปแล้ว พร้อมทนายความ เข้าร้องทุกข์กองปราบปรามให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเงินฝากในบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพระราม 4 สูญหายไปกว่า 107 ล้านบาท หลังจากเมื่อหลายปีก่อนได้มอบหมายให้ผู้จัดการธนาคารแห่งนี้เป็นผู้นำเงินไปฝากและดูแลบัญชีให้ด้วยความไว้ใจ
นายพงษ์สิทธิ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางธนาคารก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ตั้งกรรมการสอบสวน และสั่งพักงานกับ ผู้จัดการคนดังกล่าวแล้ว จากการตรวจสอบบัญชีพบว่า ผู้จัดการคนดังกล่าวมีหนี้สินจากการทำธุรกิจมากกว่าทรัพย์สิน อย่างไรก็ตามในส่วนยอดเงินที่ผู้เสียหายอ้างว่า 150 ล้านนั้น ขอยืนยันว่าทางผู้เสียหายแจ้งเราเพียง 107 ล้านเท่านั้น แต่ทางเราตรวจสอบพบว่าเขาทุจริต 1 ล้านกว่าบาท ซึ่งเราได้เข้าแจ้งความที่ สน.คลองตันไปแล้ว
นายพงษ์สิทธิ์ กล่าวอีกว่า ทางน.ส.เอื้อมบุญ ได้ทำธุรกรรมกับทางธนาคารมาตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งมีเอกสารเยอะมาก ทางเราต้องขอเวลารวบรวมหลักฐานอีกสักระยะ ทั้งนี้จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้เสียหายจำไม่ได้ว่าทำธุรกรรมอะไรไว้บ้าง นอกจากนี้ทางธนาคารตรวจสอบแล้วไม่พบว่าผู้จัดการคนดังกล่าวทำผิดวิธีปฏิบัติ เพราะหากลูกค้าไม่เซ็นลายเซ็นในการทำธุรกรรมแล้ว เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น
"ที่ผ่านมาพบว่าเขาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์เสมอมาตลอด 28 ปีที่ทำงานกับเรา ซึ่งลูกค้าหลายๆท่านก็ชื่นชมมา แต่หลังเกิดเหตุทางเราไม่สามารถติดต่อผู้จัดการคนดังกล่าวได้ โทรศัพท์ก็ปิดเครื่อง อย่างไรก็ตามขอให้ลูกค้าทราบด้วยว่าธนาคารเราดำเนินกิจการมาเป็นเวลากว่า 100 ปีแล้ว ต้องแยกแยะว่ากรณีดังกล่าวเป็นเรื่องของคนๆหนึ่งที่ทำความผิด ธนาคารเราไม่ได้มีส่วนร่วมกระทำความผิดด้วย อย่างไรก็ตามทางเราได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในทางคดีอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมาอย่างแน่นอน"นายพงษ์สิทธิ์ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า อยากฝากไปยังประชาชนว่าให้ดูแลสมุดบัญชีให้ดี อย่าไว้ใจใครแม้แต่ผู้จัดการธนาคาร เพราะเมื่อเกิดปัญหาแล้วก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีเงินในบัญชีเท่าไหร่ เคยทำธุรกรรมอะไรไว้บ้าง ทั้งนี้ทางเรากำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาขอรวมคดีกับที่ สน.คลองตันด้วย เบื้องต้นพบว่าเข้าข่ายลักทรัพย์ และปลอมแปลงเอกสารของผู้อื่น







