
ล้มภาษีผัวเมีย
ศาลตัดสินรวมรายได้สามี-ภริยาจ่าย2เด้งขัดรธน./สรรพากรชงครม.แก้ด่วน
ศาลตัดสินรวมรายได้สามี-ภริยาจ่าย2เด้งขัดรธน./สรรพากรชงครม.แก้ด่วน
สามี-ภริยาตามกฎหมายเฮ ศาลวินิจฉัยประมวลรัษฎากรมาตรา 40, 57 ที่ให้สามีนับรายได้อื่นๆ ของภรรยามาเสียภาษี ขัดรัฐธรรมนูญว่าด้วยสิทธิเสรีภาพ
นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ แถลงภายหลังการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ประมวลรัษฎากรมาตรา 40 และมาตรา 57 ที่กำหนดให้นำเงินได้ของทั้งสามีและภริยามารวมกัน และทำให้มีการเสียภาษีที่สูงขึ้นขัดกับรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าบทบัญญัติทั้งสองมาตรา ขัดต่อหลักความเสมอภาคและเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 30 เนื่องจากมีความแตกต่างในเรื่องของสถานะบุคคล อีกทั้งไม่ได้เป็นมาตราที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรค หรือส่งเสริมให้สามารถใช้สิทธิเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วเห็นว่า ประมวลรัษฎากรมาตรา 57 ตรี และมาตรา 57 เบญจ ที่กำหนดให้การเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยาที่อยู่ร่วมกันตลอดปีภาษี ให้ถือเอาเงินได้ทั้งปีของภริยาเป็นเงินได้ของสามี และให้สามีมีหน้าที่รับผิดชอบในการยื่นรายการและเสียภาษี ถือว่าเป็นบทบัญญัติที่ทำให้สามีภริยาที่มีเงินได้ต้องเสียภาษีสูงกว่าปกติ และยังทำให้ผู้หญิงที่มีสามีและมีเงินได้ต้องเสียภาษีสูงกว่าผู้หญิงที่โสด
กฎหมายดังกล่าวไม่เป็นการมุ่งสร้างความมั่นคงของสถาบันครอบครัว จึงเป็นปัญหาที่ทำให้ชายหญิงไม่นิยมสมรสกัน เพราะต้องรับภาระอัตราภาษีที่สูงขึ้น ผู้ที่สมรสกันแล้วก็ต้องวางแผนการเสียภาษี โดยบางรายถึงขั้นจดทะเบียนหย่า เพื่อที่จะได้ไม่ต้องนำเงินได้ของสามีและภริยามารวมกัน
นายพิมล ชี้แจงว่า หลังจากนี้กรมสรรพากรจะต้องไปดำเนินการในการจัดเก็บภาษีเงินได้ใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยคาดว่าสามีและภริยาจะสามารถแยกจ่ายภาษีเงินได้ในปี 2556
นางจิตรมณี สุวรรณพูล รองอธิบดีและโฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า กรมสรรพากรเสนอกระทรวงการคลังให้แก้ประมวลกฎหมายรัษฎากร เพื่อให้สามีภริยาแยกยื่นภาษีได้ ซึ่งการแก้ไขเป็นกฎหมายต้องรอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ และต้องการผ่านการพิจารณาของรัฐสภา
ปัจจุบันมีบุคคลธรรมดาที่ต้องเสียภาษีรวม 10 ล้านคน แต่เสียภาษีจริงแค่ 2 ล้านคน







