
เผด็จการอาเซียน 2
เมื่อวานกล่าวไปถึง 3 ประเทศในอาเซียน คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
โดย...ธนพล ไชยภาษี
เมื่อวานกล่าวไปถึง 3 ประเทศในอาเซียน คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ว่า ระบบการปกครองของทั้งสามประเทศนี้ที่ผ่านมาก็ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยนัก วันนี้ลองมาดูประเทศอื่นๆ ที่เหลือน่าสนใจมองกันครับ
เวียดนาม และลาว มีความเหมือนกันตรงที่เป็นสมาชิกอาเซียนที่ระบบการปกครองเป็นระบอบสังคมนิยมอยู่ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับว่า ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย และเป็นเผด็จการคอมมิวนิสต์ ที่พรรคคอมมิวนิสต์มีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมดในประเทศ การดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจ และด้านอื่นๆ จึงเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ การตัดสินใจใดๆ จึงเป็นไปอย่างรวดเร็วไม่ต้องผ่านสภาอะไรกันมากมาย
กัมพูชา เป็นประเทศประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา คุมอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ในตำแหน่งมานานมากที่สุดในบรรดาผู้นำอาเซียนสมัยนี้ สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดในกัมพูชาคือ ความพยายามทำให้ประเทศนี้กลายเป็นเผด็จการรัฐสภา ฝ่ายรัฐใช้ทุกวิธีสกัดกั้นและทำลายฝ่ายค้านเพื่อไม่ให้เกิดการตรวจสอบเหมือนบางประเทศแถบๆ นี้
ความน่ากลัว และความอันตรายของระบบการปกครองแบบนี้คือ การปูทางสู่ความเป็นเผด็จการทุนนิยมโดยผู้ปกครอง ซึ่งเอาเข้าจริงๆ กัมพูชาก็เป็นเช่นนั้นอยู่ในขณะนี้
ทั้งระบบการปกครองของฮุนเซน แห่งกัมพูชา การปกครองของสิงคโปร์ของตระกูลลีกวนยิว การปกครองของพรรคอัมโนแห่งมาเลเซีย ตลอดจนการปกครองของพรรคโกลคาร์ ของอดีตประธานาธิบดี ซูฮาร์โต แห่งอินโดนีเซียนั้นมีความคล้ายคลึงกันมากประการหนึ่งคือ การกำจัดฝ่ายตรวจสอบและฝ่ายค้าน ทำให้การใช้อำนาจเผด็จการในรัฐสภาสะดวกมากขึ้น
ในวันนี้กัมพูชาจึงไม่ได้เป็นประเทศของชาวกัมพูชา แต่เป็นของฮุนเซน สิงคโปร์ ก็เป็นของตระกูลลีกวนยิว มาเลเซียเป็นของพรรคอัมโน โชคดีที่อินโดนีเซียหลุดพ้นวงจรนี้มาได้ และกำลังเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
ประเทศไทยยังอยู่ในสถานะที่ดีกว่าประเทศเหล่านี้มากครับ ที่ระบบการตรวจสอบของฝ่ายค้านนั้นยังคงอยู่
หันไปดูฟิลิปปินส์กันบ้าง ประเทศนี้เคยได้รับการยกย่องเช่นเดียวกับไทยว่า เป็นประเทศที่มีพัฒนาการทางประชาธิปไตยมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ที่ระบบการตรวจสอบนั้นยังมีอยู่ ฝ่ายค้านยังคงทำหน้าที่ได้อย่างอิสระ แต่ทว่าฟิลิปปินส์มีปัญหามากที่ฝังรากลึกตั้งแต่สมัยยุคอาณานิคมที่ทำให้ที่ดินส่วนใหญ่ในประเทศ และอำนาจในการปกครองถูกครอบงำโดยตระกูลใหญ่ๆ การปฏิรูปและการพัฒนาทางเศรษฐกิจจึงดูจะตามไม่ทันเพื่อนบ้านอาเซียนในวันนี้
สุดท้ายคือ พม่า ไม่ต้องบอกว่าวันนี้พม่าเปลี่ยนจากเผด็จการ มาเป็นเผด็จการรัฐสภาที่ทหารก็ยังคุมสภาอยู่เช่นเดิมครับ เพียงแต่การปฏิรูปของพม่านั้นเปิดโอกาสเปิดช่องให้กับฝ่ายค้านมากขึ้น
สวนทางกับการเมืองไทยที่มีความพยายามของพรรคกลุ่มการเมืองบางกลุ่มอย่างชัดเจน ที่จะทำลายฝ่ายค้าน ทำลายระบบตรวจสอบ ซึ่งเลวร้ายไม่ต่างจากระบบเผด็จการทหารแม้แต่น้อยครับ







