
สุรวุฒิเปิดใจสมัย 2 สลายขั้วจับมือ'สุวัจน์'พัฒนาโคราช
ตระกูลเชิดชัยยึดพื้นที่เทศบาลนครนครราชสีมาอย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลทั้ง 24 คน
โดย...ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ
ตระกูลเชิดชัยยึดพื้นที่เทศบาลนครนครราชสีมาอย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลทั้ง 24 คน
เมืองโคราช เมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) และเทศบาลนครเชียงใหม่ ภายใต้การบริหารสมัยที่ 2 ของ สุรวุฒิ เชิดชัย จึงน่าจับตาอย่างยิ่ง
สุรวุฒิ ตอบคำถามถึงทิศทางนโยบายอย่างไม่ลังเลว่า จะเดินหน้านโยบายเดิม 8 ด้าน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในทันที ซึ่งนโยบายทั้ง 8 ด้าน ประกอบด้วย
1.เชื่อมโครงข่ายเส้นทางการจราจรทั้งระบบ แก้ไขปัญหาจราจรรองรับการขยายของตัวเมืองและเศรษฐกิจ
2.พัฒนาระบบการผลิตและจำหน่ายน้ำประปา
3.แก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยจัดทำพื้นที่แก้มลิงเพิ่มขึ้นอีก 4 จุด คือ สถานีแบ่งน้ำบ้านละลมหม้อ เพื่อผันน้ำลงบึงพุดซา แก้มลิงสวนสามหญิง (กุดปลาทอง) เก็บน้ำจากลำตะคอง แก้มลิงกองบิน 1 ป้องกันน้ำท่วมเคหะฯ แก้มลิงหนองปรือ ป้องกันน้ำท่วมหนองโสน เบญจรงค์ ราชนิกูล
4.เน้นให้โรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครนครราชสีมามีความโดดเด่นเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 1 (บูรพาวิทยากร) เก่งวิชาการ โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดสมอราย) เชี่ยวชาญสายอาชีพ เน้นด้านอาชีพพื้นบ้านและเชิงคหกรรม โรงเรียนเทศบาล 3 (ยมราชสามัคคี) ยอดเยี่ยมทักษะภาษาอังกฤษ จีน และเทคโนโลยี โรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ) เป็นเลิศด้านการช่างและคอมพิวเตอร์ โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดป่าจิตตสามัคคี) เรียนฟรีพร้อมเสริมอาชีพมีรายได้ขณะเรียน และสุดท้ายโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา เน้นความเป็นเลิศด้านกีฬา มุ่งสู่ระบบโอลิมปิกและได้รับวุฒิปริญญาตรี
5.กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองโคราช โดยการจัดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว
6.ด้านคุณภาพชีวิต จะเพิ่มสถานบริการสาธารณสุข ตามแนวคิดคลินิกใกล้บ้าน พัฒนาพื้นที่คูเมืองและโดยรอบ อุ่นใจสถานีดับเพลิงใกล้บ้าน ปลูกต้นไม้ขยายปอดให้คนเมือง ฯลฯ
7.พัฒนาองค์กรและบุคลากร เพื่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน
8.สร้างความเข้มแข็งของชุมชน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมพัฒนาเทศบาลในรูปแบบและวิธีการต่างๆ
“การที่ได้เข้ามาบริหารอีกสมัยถือว่าเป็นเรื่องดี ที่จะได้เดินหน้าบริหารงานตามนโยบายเดิมให้มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งหากมีการเปลี่ยนผู้บริหารบ่อย ก็จะทำให้นโยบายต่างๆ ขาดความต่อเนื่อง”
แต่ประเด็นสำคัญที่ทุกคนจับตา คือ ท่าทีของกลุ่มการเมืองตระกูลเชิดชัย ที่ระยะหลังหันไปร่วมมือกับกลุ่ม สุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนา ที่เคยเป็นคู่แข่งทางการเมืองกันมาตลอด
สุรวุฒิ บอกว่า การบริหารงานเมืองใหญ่ต้องอาศัยความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกับการเมืองระดับชาติ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายให้สำเร็จลุล่วง
“ที่ผ่านมาพรรคชาติพัฒนา ถือว่าเป็นพรรคของชาวโคราช ดึงงบประมาณจำนวนมากมาให้ชาวเทศบาลนครนครราชสีมา อาทิ โครงการสร้างโรงงานกำจัดขยะครบวงจร มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท และโครงการสร้างโรงกรองน้ำประปาแห่งใหม่ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ผมจึงเห็นว่าการจับมือกับพรรคชาติพัฒนาในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมยิ่ง ไม่เพียงแค่ประโยชน์แก่ประชาชนแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงความปรองดองของคนนครราชสีมา”
การเมืองท้องถิ่นนิ่ง แต่ในอนาคตนั้น การเมืองระดับชาติในสนามโคราชยิ่งน่าจับตา







