
ขุนค้อนสอนแม้ว
สิ่งที่จะเล่าสู่กันต่อไปนี้ มีแต่พวกเราเท่านั้นที่โชคดีที่ได้ยินได้ฟัง สส.ก็ไม่มีใครรู้สักคน
สิ่งที่จะเล่าสู่กันต่อไปนี้ มีแต่พวกเราเท่านั้นที่โชคดีที่ได้ยินได้ฟัง สส.ก็ไม่มีใครรู้สักคน
ผมพูดกับคนทางไกลมากที่สุด ในเมื่อจะขอไม่เห็นด้วยกับวาระ 3 ทำใจไม่ฟัง ไม่ด่าแต่ไม่ฟัง ผมได้พูดว่า...
ท่านครับ ตั้งแต่รู้จักกันมาวิเคราะห์เรื่องการเมืองกันหลายเรื่อง มีเรื่องไหนบ้างที่ไม่เป็นแบบที่ผมพูด และผมยังพูดต่อไปอีกบอกว่า แม้แต่เรื่องหลังสุด คือ พ.ร.บ.ปรองดอง ผมค้านตั้งแต่นาทีแรกจนถึงนาทีสุดท้าย บอกว่าไม่ฟังและรีบเอาเข้าไป แล้วก็ไม่เชื่อ ผลหล่ะเป็นอย่างไร
พอพูดอย่างนี้นิ่งเลยครับ ยอมฟังครับ แต่ระหว่างที่อธิบาย นี่ครับก็พยายามบ่ายเบี่ยง จะไม่ฟัง พอพูดจบแล้วนี่ครับ ท่านก็รู้สึกเฉยๆ และมาหมัดสุดท้าย หมัดน็อค ที่ซ้ำผมแล้วนิ่งเลยคืออะไรรู้ไหมครับ
ผมบอกว่าทางการเมือง พรรคเพื่อไทยเดินมาถูกต้องมาโดยตลอด ยุทธศาสตร์การเมืองเขาจะไม่เอาขุนออกมาเล่นถ้าไม่จำเป็น หมายถึงตัวนายกฯ เขาก็จะไม่เอาออกมาเสี่ยงเล่น ถ้าไม่จำเป็น ซึ่งที่ผ่านมาก็เดินถูกต้องมาโดยตลอด
ทุกเรื่องนายกฯ ก็ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นเรื่องของสภา รัฐธรรมนูญก็เรื่องของสภา ปรองดองก็เรื่องของสภา วาระ 3 ก็เป็นเรื่องของสภา นายกฯ ทำถูกต้องมาโดยตลอดแล้ว เอาเผือกร้อนมาให้ผมอุ้มไว้มันก็ถูกต้องแล้ว
แต่วันนี้คิดอย่างไรจะมาแย่งเผือกร้อนจากมือผมไป คิดยังไง แล้วก็บอกว่างั้นหารือพวกเราดู ผมโทรหาคุณแดงเยาวภา ก่อนหน้านั้นผมคุยกับนายกฯ สมชาย
นายกฯ สมชายผมคุยจนสุดท้ายเห็นด้วยแล้วกับผม แล้วหลังจากนั้นอีกชั่วโมงสองชั่วโมง นายกฯ สมชายโทรมาอีกที วันพรุ่งนี้ว่างหรือไม่ 10.30 น. จะประชุมร่วมกับกรรมการยุทธศาสตร์ ท่านทักษิณจะสไกด์มา ปรากฏว่ารุ่งขึ้น 10.30 น. ในที่ประชุมบรรยากาศคนละเรื่องกับที่ประชุมเมื่อวานนี้
เมื่อวานผมโดนรุมกินโต๊ะเลย แต่วันนี้ผมไม่ได้พูดอะไรเลย ปรากฏว่าคนฟังไปพูดแทนผมหมดเลย (มีเสียงปรบมือ) เอาเหตุผลที่ผมล้มล้างความคิดของท่านนั่นแหละ เอาเหตุผลตรงนั้นแหละมาลบล้างกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคทั้งหมด ณ นาทีนั้น
ก่อนที่จะลงมติวาระ 3 หรือไม่ลง 3 วัน ตั้งแต่วันนั้นจนมาถึงวันนี้ ยุทธศาสตร์การเมืองของประเทศไทยเดินตามผมหมดเลยครับ ภาระหน้าที่ต่อไปคืออะไรครับ ไม่เห็นด้วยที่จะเอา พ.ร.บ.ปรองดองมาพิจารณาในสภา แล้วใจของพรรคเพื่อไทยท่องไว้เลย ผมพูดเป็นหมื่นทีเรื่อง พ.ร.บ.ปรองดอง ผมก็บอกว่าทนลำบากมาตั้ง 5 ปีแล้ว แล้วจะลำบากต่ออีก 3 เดือน 6 เดือน มันจะเป็นอะไร
เพราะฉะนั้นถอน พ.ร.บ.ปรองดองออกในวันที่ 1 ส.ค. ถอนพ.ร.บ.ออกไปแล้วสภาเสวนาหาทางออกคืนทุกตารางนิ้วทั่วประเทศไทย แล้วพร้อมตะโกนความจริงวันนี้ แล้วประชาชนทั่วประเทศจะเป็นเกราะคุ้มกันให้เรา แล้วถึงเวลานั้นใช้เวลา 3 เดือน 6 เดือน ถึงเวลานั้นเอา พ.ร.บ.ปรองดองกลับเข้ามา
สรุปแล้วครับ ทนลำบากมา 5 ปีแล้ว ลำบากต่ออีก 6 เดือนจะเป็นอะไรครับ ไม่มีเหตุผลต้องเอาขุนมาเสี่ยง ถ้าจำเป็นต้องเป็นให้ฝ่ายเขาเป็นคนประกาศสงคราม เราอย่าไปประกาศสงคราม เรารักษาอำนาจไว้บริหารรัฐ อำนาจอยู่ในมือแล้วไปกระทืบๆ สุดท้ายก็เกลี้ยงครับ







