posttoday
รายงานพิเศษ- คำต่อคำ ปลุกขวัญทหารร่วมปกป้องประชาธิปไตย

รายงานพิเศษ- คำต่อคำ ปลุกขวัญทหารร่วมปกป้องประชาธิปไตย

14 มีนาคม 2553

“สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศขณะนี้ ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างพรรคการเมือง แต่เป็นเรื่องของฝ่ายที่รักษากฎหมาย บ้านเมือง กับฝ่ายที่กำลังจะทำลายกฎเกณฑ์กติกา กฎหมายบ้านเมือง เรื่องนี้มีจึงมีนัยยะสำคัญที่ท่านทั้งกหลายจะต้องภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่”

“สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศขณะนี้ ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างพรรคการเมือง แต่เป็นเรื่องของฝ่ายที่รักษากฎหมาย บ้านเมือง กับฝ่ายที่กำลังจะทำลายกฎเกณฑ์กติกา กฎหมายบ้านเมือง เรื่องนี้มีจึงมีนัยยะสำคัญที่ท่านทั้งกหลายจะต้องภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่”

โดย ทีมข่าวการเมือง

 

 

รายงานพิเศษ- คำต่อคำ ปลุกขวัญทหารร่วมปกป้องประชาธิปไตย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

19.20 น.  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส. ) พร้อมด้วยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก ได้เดินพบปะทักทายให้กำลังใจหน่วยกำลังพลที่อยู่ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) จากนั้นได้เข้าไปกล่าวมอบนโยบายกับทหารระดับผู้บังคับหมู่ ผู้บังคับกองร้อย ผู้บังคับหมวด จาก 20 กองร้อยภายในโรงยิมฯ มีเนื้อหาดังนี้ 

นายนายสุเทพ กล่าวมอบนโยบายว่า  "สวัสดีครับผมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง  เป็น ผู้อำนวยการศอ.รส.ในสถานการณ์นี้ ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านทั้งหลายที่ได้มาร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ในการดูแล รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ภารกิจของท่านทั้งหลายคือการดูแลไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้นกับหน่วยทหารหน่วย นี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งศอ.รส. เสมือนกับเป็นหัวใจของการสั่งการในการปฏิบัติของรัฐบาลทั้งหมด ตน นายกรัฐมนตรี เพื่อนรัฐมนตรีทั้งหลาย รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ตลอดจนผู้บังคับบัญชาโดยตรงของท่านทั้งหลายทำงานอยู่ที่นี่

แต่ประเด็นสำคัญ ไม่ใช่เรื่องของการปกป้องตัวนายก รองนายก หรือรัฐมนตรี หรือผบ.ทบ.  รอง ผบ.ทบ. หรือผู้บังคับบัญชาของท่าน แต่เราปกป้องความศักสิทธิ์ของกฎหมายบ้านเมือง ปกป้องระบอบประชาธิปไตย ซึ่งในระบอบประชาธิปไตยนั้นประชาชนมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นได้ ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะชุมนุม มีสิทธิ์ที่จะเดินขบวนแสดงทัศนะความเห็นที่แตกต่างในทางการเมืองได้ทุกอย่าง ทุกประการ และตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 63 คุ้มครองสิทธิในการชุมนุมของประชาชน แต่การชุมนุมนั้นจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย คือต้องไม่ไปล่วงล้ำสิทธิคนอื่น ไม่ไปทำให้เสรีภาพคนอื่นเสียหาย การชุมนุมนั้นต้องชุมนุมโดยความสงบ ปราศจากอาวุธต้องไม่ไปบุกรุกเคหะสถานบ้านช่อง ที่ทำการของใคร ต้องไม่ไปทำลายทรัพย์สินของใคร ต้องไม่ไปบุกรุกสถานที่ราชการหรือปิดล้อมสถานที่ราชการซึ่งมีลักษณะเป็นการข่มขู่คุกคาม ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้"

"ที่ผมพูดนี้ ผมไม่ได้นึกเอาเองและแปลกฎหมายเอาเอง แต่คณะผู้พิพากษาศาลปกครองกลางของประเทศไทยได้วินิจฉัยเรื่องนี้เอาไว้เหมือนอย่างที่ผมพูด เพราะฉะนั้นการทำหน้าที่ของท่านทั้งหลายคือปกป้องหน่วยทหารแห่งนี้ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ เป็นสมบัติของกองทัพ เป็นสมบัติของประชาชนไม่ให้ใครมาบุกรุก เป็นการรักษาความศักสิทธิ์ของกฎหมายและรักษาระบอบประชาธิปไตย เพราะหัวใจของระบอบประชาธิปไตย คือการปฏิบัติตามกฎหมาย เคารพกฎหมาย" นายสุเทพ กล่าว

รองนายกฯ กล่าวอีกว่า การทำหน้าที่ของท่านทั้งหลายในครั้งนี้ ทำหน้าที่ภายใต้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ท่านมีอำนาจมีหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยเหมือนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พลเรือน ที่มาร่วมปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตาม ด้วยหัวใจของพวกเราเมื่อจุดยืนของรัฐบาลด้วยนโยบายของรัฐบาล เราไม่ได้มองผู้ที่มาชุมนุมเหล่านั้นเป็นศัตรู ไม่ใช่อริราชศัตรูของเราที่จะต้องบดขยี้ที่จะต้องทำลาย เรามีหน้าที่เพียงปกป้องรักษาความสงบเรียบร้อย ไม่ให้คนเหล่านั้นฝ่าฝืนกฎหมาย ทำลายกฎระเบียบที่ดีงามของบ้านเมือง เราจึงไม่มีเจตนาจะทำร้ายใคร ตรงนี้คือสิ่งที่ตนต้องขอบคุณพี่น้องทหารเป็นพิเศษ เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตของท่านทั้งหลายที่ออกปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีอาวุธ คนทุกคนในโลกนี้เมื่อเห็นภาพทหารก็จะเห็นภาพของอาวุธที่อยู่ในมือของทหารที่ต้องฝึกฝนมาให้ต่อสู้เพื่อปกปักษ์รักษาอธิปไตยของชาติ ปกปักษ์รักษาบ้านเมือง แต่วันนี้มารักษาระบอบประชาธิปไตยแต่เก็บอาวุธเอาไว้ที่คลัง

นายสุเทพ กล่าวต่อไปว่า ท่านเป็นทหารชุดแรกที่มาทำหน้าที่ในประเทศนี้โดยไม่มีอาวุธ แต่ผู้บังคับบัญชาก็มีความเป็นห่วงเป็นใยมาก จึงได้มีการซักซ้อมและมีการประชุมชี้แจงให้ท่านทั้งหลายซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาให้ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งแรง โดยที่ตัวเองมีความปลอดภัยด้วย ตนทราบว่างานที่ทำมีความยากลำบาก เพราะว่าไม่ใช่ปกติปฏิบัติของท่านทั้งหลาย แต่งานที่ท้าทายความสามารถของท่านคราวนี้เป็นงานที่มีเกียรติยศมีความหมายอย่างยิ่ง สำหรับระบอบประชาธิปไตยของประเทศ

“สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศขณะนี้ ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างพรรคการเมือง แต่เป็นเรื่องของฝ่ายที่รักษากฎหมาย บ้านเมือง กับฝ่ายที่กำลังจะทำลายกฎเกณฑ์กติกา กฎหมายบ้านเมือง เรื่องนี้มีจึงมีนัยยะสำคัญที่ท่านทั้งกหลายจะต้องภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ ถ้าประเทศไทยของเราที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการลงคะแนนเสียงเลือกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งประเทศ ถ้ารัฐบาลอย่างนี้สามารถที่จะรักษากฎเกณฑ์กติกาของบ้านเมืองเอาไว้ไม่ให้ใครทำลายได้  ก็จะทำให้ระบอบประชาธิปไตยในบ้านเรา มีความเข้มแข็งอีกระดับหนึ่ง”

อนาคตของระบอบประชาธิปไตยในประเทศก็จะมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ลูกหลานของท่านทั้งหลายก็จะได้มีโอกาสเติบโตได้ในระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคง เหมือนกับประเทศอื่นๆ ตนจึงได้กราบเรียนกับท่านทั้งหลายว่าการมาปฏิบัติภารกิจของท่านทั้งหลายเหล่านี้ท่านได้เสียสละอย่างน่าชื่นชม ตนเห็นใจและเข้าใจท่านอย่างยิ่งที่จะต้องมาปฏิบัติหน้าที่ด้วยมือเปล่าไม่มีอาวุธมีเพียงอุปกรณ์ป้องกันตัวเองเพียงเล็กน้อย จึงขอขอบคุณในความเสียสละของท่านทั้งหลายในคราวนี้  รัฐบาลพยายามที่จะดูแลท่านทั้งหลายเท่าที่จะสามารถทำได้ วันนี้ท่านเดินทางมาถึงก็จะได้เห็นว่าอาจจะมีความไม่เรียบร้อย ขลุกขลักอยู่บ้าง แต่ศอ.รส.ก็ได้ลงมาดูแลแม้แต่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ทั้งรถน้ำ รถสุขา การประกอบเลี้ยง การดูแลท่านทั้งหลายเป็นพิเศษ เพราะเข้าใจว่าท่านจะต้องทำงานด้วยความเหนื่อยยากในการปฏิบัติหน้าที่ของท่านคราวนี้

“รัฐบาลจึงได้ดูแลในเรื่องเบี้ยเลี้ยงของท่านทั้งหลายเป็นพิเศษ ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะได้ชี้แจงในรายละเอียดกับท่าน เหมือนกันทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง รัฐบาลได้ดูแลด้วยมาตรฐานเดียวกันหมด และไม่เหมือนกับที่เคยปฏิบัติกันมาก่อน”   

ในนามของศอ.รส. ในนามของรัฐบาล ในนามของนายกรัฐมนตรี ขอเป็นกำลังใจให้กับท่านทั้งหลายและขอให้ท่านดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้มี ความขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง เพราะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการปกปักรักษาระบอบประชาธิปไตย ตนก็ยังอยู่ที่นี่ร่วมกับท่านทั้งหลาย ร่วมกับพี่น้องราชการและผู้บังคับบัญชาของท่าน ทำงานอยู่กับท่าน เป็นกำลังใจห้กับท่านจนกว่าภารกิจที่สำคัญนี้จะผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย ขอขอบคุณอีกครั้ง ขอให้ท่านได้ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่อย่างงดงาม

จากนั้น นายสุเทพ พล.อ.อนุพงษ์ และพล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินไปทักทายทหารที่ยืนอยู่แถวหน้า ก่อนที่จะเดินออกจากโรงยิมฯไป และจากนั้นภายในโรงยิมก็มีการอบรมซักซ้อมความเข้าใจกับทหารต่อไป

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน