
ลดเครียดคนไทยช่วงการเมืองร้อน
...อ.ตุ้ย วรธรรม
ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่คนไทยโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลไม่ค่อยมีความสุข เพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ ร้ายแรงขึ้นในบ้านเมืองอันเนื่องมาจากการชุมนุมของประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดง ที่อาจเกิดการกระทบกระทั่งกับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม
หรืออาจเกิดจากมือมืดหรือมือที่สามที่พยายามฉกฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงเพื่อยั่วยุให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้เป็นข้ออ้างในการใช้ความรุนแรงซึ่งไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย หากบานปลายขึ้นมาไม่ทราบว่าผลเสียหายที่เกิดขึ้นตามมาในภายหลังจะเป็นอย่างไร
เรียกว่าตอนนี้คนไทยในเมืองหลวงมีความเครียดมากกว่าคนที่อยู่ต่างจังหวัดหลายเท่าครับ
แต่ไม่เป็นไรผมมีคำแนะนำจาก นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย จิตแพทย์ โรงพยาบาลมนารมย์ มาบอก
คุณหมอกล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญที่คนไทยทุกคนต้องตั้งสติให้ได้ พินิจวิเคราะห์ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วและที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยความสุขุมรอบคอบ ต้องมองถึงผลระยะยาวมากกว่าผลระยะสั้นเฉพาะหน้า
ในแง่ของการเมืองไทยขอให้มองว่าเราทุกคนอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงย่อมมีการขัดแย้งเกิดขึ้นเสมอ ทุกครั้งที่มีความขัดแย้ง ถ้าการแก้ไขใช้แต่อารมณ์ ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นมาก แต่ถ้าเราใช้สติมากกว่าความเสียหายก็จะมีน้อย
ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้คนไทยได้มีสติและสามารถดูแลกันและกันได้และเพื่อลดดีกรีความเครียดลงไม่ให้ส่งผลร้ายแรงในช่วงการเมืองร้อนแรงนี้ คุณหมอแนะนำวิธีปฏิบัติเพื่อระงับความเครียดที่อาจจะนำไปสู่ความโกรธไว้หลายข้อดังนี้
1.ให้นึกเสมอว่าเรื่องของการเมืองย่อมมีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่ไม่จำเป็นต้องแตกแยก และเชื่อว่าทุกปัญหาต้องมีทางออก
2.ควรดูข่าวการเมือง เพื่อให้รู้ความเป็นไปของสถานการณ์ เพื่อความเข้าใจและการเตรียมความพร้อม ที่เหมาะสม โดยไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ และมีอารมณ์ร่วมแบบโอเวอร์มากจนเกินไป
3.เตือนตนเองว่าคนเราในโลกนี้แตกต่างกัน ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แม้แต่ตัวเราเองก็มีข้อบกพร่อง จะช่วยทำให้เข้าใจถึงสัจธรรมของโลกทำให้โกรธยากขึ้น ให้อภัยได้ง่ายขึ้น
4.คอยเตือนตนเองว่าความโกรธและความเครียด คือการเผาตัวเอง ทำลายสุขภาพตัวเอง พยายามสังเกตอารมณ์ตัวเองให้รู้เท่าทันว่ากำลังเครียด หรือกำลังจะโกรธ โดยเฉพาะผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความโกรธได้ง่าย
5.ฝึกชะลออารมณ์โกรธและสลายความเครียด โดยการเบี่ยงเบนความสนใจ ด้วยการนับ 110 หายใจเข้าออก ลึกๆ ช้าๆ พยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย
6.หลีกเลี่ยงสถานที่หรือสถานการณ์ที่ยั่วยุให้เกิดอารมณ์โกรธ เพราะถ้าหากยังอยู่ในสถานที่นั่นอาจจะทำให้ความโกรธถึงจุดเดือดและปัญหาความเครียดก็จะตามมาได้
7.ฝึกให้อภัยและปล่อยวาง
นอกจากนั้นทุกคนต้องดูแลสุขภาพกายของตนเองให้ดี ด้วยการรับประทานอาหารและพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ เพราะคนที่หิวหรือนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอก็จะเกิดอารมณ์โกรธโมโหใช้ความรุนแรงได้ง่าย
คุณหมอบอกว่า ถ้าแก้ปัญหาด้วยตนเองแล้วยังไม่ได้ผล ควรขอคำปรึกษาจากคนใกล้ชิดที่มีประสบการณ์ไว้ใจได้
ในบางครั้งถ้าปัญหารุนแรงมาก อาจจำเป็นต้องปรึกษานักจิตวิทยาคลินิก หรือจิตแพทย์ ซึ่งจะสามารถให้ความช่วยเหลือได้
ผมเชื่อว่าคำแนะนำเหล่านี้จะเป็นประโยชน์แก่คนไทยทุกคนในยามนี้







