
ภาระร่วม
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โยมิอูริ ชิมบุน ในญี่ปุ่น วิพากษ์วิจารณ์ข้อสรุป
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โยมิอูริ ชิมบุน ในญี่ปุ่น วิพากษ์วิจารณ์ข้อสรุป
ของเวทีการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล (ริโอ+20) ว่าเป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก
สื่อชื่อดังแดนปลาดิบให้เหตุผลว่า แม้ที่ประชุมซึ่งรวบรวมผู้นำและเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลกว่า 190 ประเทศทั่วโลก จะสามารถบรรลุความตกลงกันว่าจะให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
แต่ทว่าข้อสรุปดังกล่าวกลับขาดซึ่งกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนที่จะบอกได้ว่าทุกฝ่ายจะเริ่มลงมือเพื่อก้าวไปสู่การบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้เมื่อไร ฉะนั้น ข้อตกลงที่ออกมาจึงเปรียบเสมือนเป็นการปล่อยให้ประเทศต่างๆ ไปแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมกันเองตามแต่วิถีทางของแต่ละฝ่าย
นอกจากนี้ อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ที่ประชุมไม่ได้ผลสรุปที่คืบหน้าก็คือ ความขัดแย้งกันเองระหว่างกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา โดยฝ่ายแรกต้องการให้ทุกประเทศก้าวไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจโดยใส่ใจสิ่งแวดล้อมพร้อมๆ กัน ขณะที่ฝ่ายหลังอ้างว่าแนวทางดังกล่าวจะทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจต้องสะดุดลง
แต่ถึงกระนั้น สำนักข่าวชื่อดังให้ความเห็นและข้อเสนอแนะว่า ข้ออ้างดังกล่าวไม่อาจจะใช้เพื่อหลบเลี่ยงภาระความรับผิดชอบต่อสังคมโลกของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาได้อีกต่อไป เพราะสถานการณ์โลกในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปมาก
โดยเฉพาะปริมาณมลพิษที่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างจีนและอินเดียซึ่งประสบความสำเร็จในการขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างร้อนแรงเป็นฝ่ายที่ปล่อยออกมานั้นเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
และทุกวันนี้จีนได้แซงหน้าสหรัฐขึ้นเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศมากที่สุดแล้วด้วย
ทั้งหมดทั้งปวงจึงเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบที่ประเทศกำลังพัฒนาจะต้องแบกรับเพื่อให้ทัดเทียมกับขนาดเศรษฐกิจของตนเอง เพราะการจะก้าวไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้จริง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั่วโลก มิใช่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแบกรับไว้ฝ่ายเดียวเหมือนที่ผ่านมา







