posttoday
กิตติรัตน์ มั่นใจเอาอยู่

กิตติรัตน์ มั่นใจเอาอยู่

21 มิถุนายน 2555

กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจได้มีการประเมินสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจยุโรปจากข้อมูลปัจจุบัน พบว่ายังไม่มีผลกระทบต่อไทยนัก แต่รัฐบาลไม่ประมาทเพราะวิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้ถือว่าไม่ธรรมดา และเชื่อว่าสหภาพยุโรปจะดูแลกันเองได้ และไม่น่าจะทำให้วิกฤตเศรษฐกิจลุกลามออกไปนอกกลุ่มยูโรโซน

กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจได้มีการประเมินสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจยุโรปจากข้อมูลปัจจุบัน พบว่ายังไม่มีผลกระทบต่อไทยนัก แต่รัฐบาลไม่ประมาทเพราะวิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้ถือว่าไม่ธรรมดา และเชื่อว่าสหภาพยุโรปจะดูแลกันเองได้ และไม่น่าจะทำให้วิกฤตเศรษฐกิจลุกลามออกไปนอกกลุ่มยูโรโซน

กิตติรัตน์ มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยปี 2555 มีแนวโน้มที่จะขยายตัวตามเป้าหมายที่ 5.5-6.5% การส่งออกจะขยายตัวที่ 15% และกระทรวงการคลังรายงานว่า ปัจจุบันเงินคงคลังอยู่ที่ระดับ 5 แสนล้านบาท ถือว่าสูงเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นรายได้จากภาษีและเงินนำส่งของรัฐวิสาหกิจ ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณสูงกว่าเป้าหมาย ทำให้เรามีเงินที่พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทันที หากวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปลุกลาม

กิตติรัตน์ ระบุว่า ได้ประสานกับนักลงทุนสถาบันฯ เรียบร้อยแล้ว โดยตกลงหลักการกันว่านักลงทุนสถาบันฯ จะระดมเงินทุนก้อนใหม่เพื่อจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้นได้ทันที หากวิกฤตยุโรปมีผลกระทบต่อตลาดหลักทรัพย์ไทย ซึ่งนักลงทุนสถาบันฯ ได้หารือกันเงียบๆ มานานแล้ว แม้ส่วนตัวจะเชื่อว่าอาจไม่มีความจำเป็นในการจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้นก็ตาม

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะติดตามอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะดูแลค่าเงินไม่ให้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่จะไม่มีการนำมาตรการปิดกั้นการไหลเข้าออกของเงินแต่อย่างใดพร้อมทั้งดูแลอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ระดับที่เหมาะสม

กิตติรัตน์ กล่าวว่า ที่ประชุมมอบหมายสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง ธปท.หารือกับรัฐวิสาหกิจแห่งต่างๆ เพื่อปรับโครงสร้างหนี้สกุลเงินต่างประเทศ เช่น เงินยูโร เงินเหรียญสหรัฐ และเงินเยนให้สอดคล้องกับรายรับและรายจ่าย หากมีส่วนเกินก็ให้ปรับเปลี่ยนเป็นเงินกู้ในประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีสภาพคล่องในประเทศมีมาก

ที่ประชุมยังประเมินว่า มีสินค้า 4 กลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตยุโรป ได้แก่ กลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ กลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้มีมาตรการดูแลต่อไป

ขณะที่หนังสือพิมพ์วอลสตรีต เจอร์นัล รายงานถึงความเสี่ยงของหลายชาติในเอเชียจากวิกฤตการณ์หนี้ยุโรปว่า ประเทศไทยยังมีจุดอ่อนสำคัญที่การพึ่งพาการส่งออกมากเกินไป โดยพึ่งพาการส่งออกไปยังยุโรปถึง 7% ต่อจีดีพี ทำให้เศรษฐกิจของไทยและอีกหลายชาติเอเชียที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก อาจได้รับผลกระทบอย่างหนักหากวิกฤตการณ์ในยุโรปทวีความรุนแรงขึ้น

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน