
เครือข่ายตะวันออกจี้ระงับนิคมบ้านค่าย
เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกยื่นหนังสือนายกฯจี้หยุดการตั้งนิคมฯบ้านค่ายระยอง พร้อมชง10แนวทางจัดการปัญหามาบตาพุด
เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกยื่นหนังสือนายกฯจี้หยุดการตั้งนิคมฯบ้านค่ายระยอง พร้อมชง10แนวทางจัดการปัญหามาบตาพุด
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปยังสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง เมื่อช่วงสายวันนี้ ซึ่งเป็นภารกิจแรกในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ครั้งที่5 ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์
ทั้งนี้ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานกรณีเหตุเพลิงไหม้ บริษัท บีเอสที อิลาสโตเมอร์ จำกัด และแผนปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่มาบตาพุด
ด้าน นายสุทธิ อัชฌาศัย ประธานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก พร้อมเครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 7 กลุ่มปัญหา เช่น การออกโฉนดมิชอบของเอกชนแล้วนำมาสร้างบ้านขาย คัดค้านการตั้งนิคมอุตสาหกรรมที่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ผลกระทบของประมงพื้นบ้านจากการขยายตัวของอุตสาหกรรม การคัดค้านการตั้งโรงานถ่านหินโค้กที่ผู้ว่าฯจ.ระยองได้ออกคำสั่งพักการก่อสร้าง แต่โรงงานยังคงดำเนินการก่อสร้าง
ทางเครือข่ายฯได้ขอให้นายกฯใช้อำนาจสั่งการให้พักการก่อสร้างจนกว่าจะได้ข้อยุติ และเรียกร้องให้จัดตั้งอ.บ้านฉางเป็นบัฟเฟอร์โซนจากอุตสาหกรรม เป็นต้น เข้ายื่นหนังสือต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์เพื่อให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา โดยนายกฯออกมารับหนังสือจากตัวแทนที่หน้าสำนักงานนิคมฯด้วยตัวเอง
ทั้งนี้นายสุทธิและเครือข่ายยังได้ยื่นข้องเรียกร้องให้นายกฯพิจารณาให้ความช่วยเหลือและนำไปสู่มาตรการการปฏิบัติอย่างจริงจังหลังเกิดเหตุระเบิดในนิคมฯเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จำนวน 10 ข้อด้วย ประกอบด้วย 1.เปิดเผยข้อเท็จจริงขอ'เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อสาธารณชน 2. ให้รัฐบาลและโรงงานอุตสาหดรรมนำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมาบังคับใช้จริ'จัง 3. ฟื้นฟูและบำบัดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ เช่น สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติสุขภาพ และสังคม 4.สร้างระบบการชดเชย การเยียวยาอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนต่อทุกกลุ่ม เช่น ประมงพื้นบ้าน
5.ให้ดำเนินคดีกับหน่วยงานที่ละเมิดกฎหมาย 6.จัดทำผังเมืองรวม จัดทำแนวเขตกันชน และแนวป้องกัน 7. ทำบัญชีการถือครองวัตถุอันตราย บัญชีการระบายมลพิษ และแจ้งให้ประชาชนทราบ รวมทั้งจัดการอบรมการเรียนรู้ด้านสารเคมีต่อชุมชนที่มีแหล่งกำเนิดมลพิษ
8.เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการไตรภาคีที่จะมาทำการตรวจสอบโรงงานต่อสาธารณชน 9. ทบทวน ระงับนโยบายการลงทุนอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรมฯ และ10.ตั้งกลไกเฉพาะกิจ บูรณาการ เพื่อแก้ไขปัญหากรณีมาบตาพุดและจ.ระยอง ให้นายกฯเป็นประธาน
ทั้งนี้ผู้ชุมนุมได้ตั้งข้อสังเกตว่า ระหว่างที่นายกฯเดินทางมาปรากฎว่าโรงงานอุตสาหกรรมทุกแห่งในนิคมฯต่างไม่ปลอดควันดำออกมาแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่ปกติจะปล่อยออกมาตลอดเวลาและส่งกลิ่นเหม็น
จากนั้นนายกฯได้เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมพี้นที่มาบตาพุดเพื่อชมการสาธิตการกู้สถานการณ์ฉุกเฉินหากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด







