posttoday

เงินกู้ "กฤษดามหานคร" ลากทักษิณลงจมปลัก

15 มิถุนายน 2555

ปฏิบัติการของ จุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ที่มอบหมายให้พนักงานอัยการนำสำนวนพยานหลักฐานจากการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

โดย...บากบั่น บุญเลิศ

ปฏิบัติการของ จุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ที่มอบหมายให้พนักงานอัยการนำสำนวนพยานหลักฐานจากการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ชี้มูลความผิดปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย จำนวน 150 แฟ้ม 17 ลัง ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นจำเลยที่ 1 วิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย และผู้บริหารในเครือบริษัท กฤษดามหานคร กับพวกรวม 27 ราย เป็นจำเลย

ทั้งหมดมีความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 โดยศาลได้รับคำร้องไว้เป็นหมายเลขดำที่ อม.3/2555 และนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาเพื่อมีคำพิพากษาหรือไม่ ในวันที่ 25 ก.ค.นี้เวลา 10.00 น. กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าในสังคมขึ้นมาทันที

เพราะคดีนี้เป็นการฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรีและเครือข่ายของนักการเมืองที่ล้วงลูกเข้าไปในการปฏิบัติงานของธนาคารรัฐพ่วงเข้าไปด้วย

เครือข่ายทางการเมืองที่ล้วงเข้าไปในการปล่อยกู้อันพิสดารของธนาคารกรุงไทยรอบนี้มีทั้ง เกศินี จิปิภพ มารดา กาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ชินวัตร มานพ ทิวารี บิดา น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตนักการเมืองพรรคไทยรักไทย พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ไอยคุปต์ กฤตบุญญาลัย และวิชัย กฤษดาธานนท์

คดีการปล่อยกู้พิสดารของธนาคารกรุงไทยที่อัยการใช้เวลาในการพิจารณาสำนวนร่วม4 ปี จึงสะท้านทั้งปฐพี!!!

ข้อเท็จจริงในการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตรวจสอบพบมีรายละเอียดดังนี้

บริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี่ อินดัสเทรียล พาร์ค ได้มีการทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับธนาคารกรุงเทพ ลงวันที่ 29 มิ.ย. 2544ซึ่งมีภาระหนี้เงินต้นคงค้าง 7,848.73 ล้านบาท และดอกเบี้ยค้างชำระ 6,466.85 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 14,315.58 ล้านบาท

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2546 คณะกรรมการบริหารของธนาคารกรุงเทพ ได้อนุมัติการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เพิ่มเติม โดยให้บริษัท โกลเด้นฯ ชำระเงินต้นคืน 4,500 ล้านบาท และให้ชำระเงินต้น 45 ล้านบาท ในวันลงนามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในวันที่ 30 พ.ย. 2546 และส่วนที่เหลือจำนวน 4,455 ล้านบาท ให้บริษัท โกลเด้นฯ ชำระภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2546 พร้อมทั้งยกเว้นหนี้ส่วนที่เหลือทั้งหมด และให้ไถ่ถอนหลักประกันที่ดินที่จดทะเบียนค้ำประกันหนี้ทั้งหมดคืนให้กับบริษัท โกลเด้นฯ

ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น คือ วันที่ 9 ธ.ค. 2546 คณะกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย ได้อนุมัติสินเชื่อให้แก่บริษัท โกลเด้นฯ จำนวน 9,900 ล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินสินเชื่อซึ่งมีกำหนดระยะเวลาชำระคืน (Term Loan) ประเภทวงเงิน Refinace จากธนาคารกรุงเทพ 8,000 ล้านบาท วงเงินค่าซื้อที่ดินเพิ่ม 500 ล้านบาท และวงเงินค่าพัฒนาสาธารณูปโภค 1,400 ล้านบาท

ประเด็นหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าการปล่อยสินเชื่อให้แก่บริษัท โกลเด้นฯ และพรรคพวกดำเนินการอย่างมีเงื่อนงำ ก็คือเงินสินเชื่อส่วนหนึ่งถูกนำไปเข้าบัญชีส่วนตัวผู้บริหารบริษัท กฤษดามหานคร และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

สินเชื่อในกลุ่มนี้มีการเบิกจ่ายในนามบริษัท โกลเด้นฯ จำนวน 8,000 ล้านบาท และสินเชื่อที่มีการเบิกจ่ายในนามบริษัท อาร์เค โปรเฟสชั่นนัล 500 ล้านบาท

กรณีแรก สินเชื่อของบริษัท โกลเด้นฯจากการตรวจสอบพบว่าภายหลังจากคณะกรรมการธนาคารกรุงไทยอนุมัติวงเงินสินเชื่อให้แก่บริษัท โกลเด้นฯ โดยสั่งให้ธนาคารกรุงไทย สาขาพระปิ่นเกล้า เป็นผู้ออกเช็ค11 ฉบับ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2546 วงเงิน 8,000 ล้านบาท

บริษัท โกลเด้นฯ นำเช็ค 3 ฉบับ ฉบับแรก จำนวน 4,180 ล้านบาท ฉบับที่ 2 จำนวน 10 ล้านบาท ฉบับที่ 3 จำนวน 250 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 4,440 ล้านบาท

พร้อมกับนำเช็คที่ออกโดยธนาคารกรุงเทพ1 ฉบับ เป็นเงิน 4 ล้านบาท และเช็คออกโดยธนาคารกสิกรไทย 1 ฉบับ เป็นเงิน 6 ล้านบาท รวมเป็นแคชเชียร์เช็ค 5 ฉบับ เป็นเงินทั้งสิ้น 4,450 บาท ไปชำระหนี้รีไฟแนนซ์ตามที่ได้ตกลงกับธนาคารกรุงเทพ

เงินกู้ "กฤษดามหานคร" ลากทักษิณลงจมปลัก

 

เช็คอีก 2 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 4 จำนวน 45 ล้านบาท และฉบับที่ 5 จำนวน 955 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 1,000 ล้านบาท บริษัท โกลเด้นฯ นำไปให้บริษัท โบนัส บอร์น (เป็นบริษัทลูกของบริษัท กฤษดามหานคร) เพื่อนำไปชำระค่าหุ้นบุริมสิทธิชนิดแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ของบริษัท กฤษดามหานคร ให้กับธนาคารกรุงเทพ

สำหรับเช็คที่เหลือจำนวน 6 ฉบับ (ฉบับที่ 6 ฉบับที่ 7 ฉบับที่ 8 ฉบับที่ 9 ฉบับที่ 10 และฉบับที่ 11) รวมเป็นเงิน 2,550 ล้านบาท บริษัท โกลเด้นฯ นำไปเข้าบัญชีของตัวเอง

และมีการโอนเงินจำนวนดังกล่าวไปให้บุคคลที่เกี่ยวข้องและบริษัทในเครือของบริษัท กฤษดามหานคร ดังนี้

1.เงิน 800 ล้านบาท บริษัท โกลเด้นฯโอนให้บุคคลที่เกี่ยวพันกับบริษัท กฤษดามหานคร และบุคคลอื่นในกลุ่ม

2.เงินจำนวน 700 ล้านบาท บริษัท โกลเด้นฯ นำไปชำระค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทกฤษดามหานคร เป็นการจ่ายชำระค่าหุ้นโดยบริษัท อาร์เค โปรเฟสชั่นนัล จำนวน 340 ล้านบาท บริษัท แกรนด์ แซพเทิลไลท์ คอมมูนิเคชั่น จำนวน 48 ล้านบาท วราลี บุนนาค กรรมการบริษัท แกรนด์ คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำนวน 135 ล้านบาท และธนาคารกรุงไทย โดยบริษัท แกรนด์ คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำนวน 200 ล้านบาท

3.เงินจำนวน 890 ล้านบาท บริษัท โกลเด้นฯ นำไปซื้อหุ้นบุริมสิทธิชนิดแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ของบริษัท กฤษดามหานคร ซึ่งเป็นการซื้อจากบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ในชื่อบริษัท ธนานันท์ ลิสซิ่ง 500 ล้านบาท และจากธนาคารซิตี้แบงก์ 250 ล้านบาท ธนาคารธนชาต 20 ล้านบาท บริษัทเงินทุนธนชาต 30 ล้านบาท บริษัทเงินทุนเกียรตินาคิน 9 ล้านบาท บริษัทเงินทุนกรุงเทพธนาธร 36 ล้านบาท และกองทุนรวมเอเชียรีคอฟเวอรี่ 2 จำนวน 40 ล้านบาท ในชื่อบริษัท โบนัส บอร์น 390 ล้านบาท

4.เงินจำนวน 180 ล้านบาท บริษัท โกลเด้นฯ นำกลับมาชำระดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมให้ธนาคารกรุงไทยจากการที่ได้รับสินเชื่อ

กรณีที่ 2 สินเชื่อบริษัท อาร์เค โปรเฟสชั่นนัล ภายหลังจากคณะกรรมการสินเชื่อได้อนุมัติสินเชื่อให้แก่บริษัท อาร์เคฯ ปรากฏว่าบริษัท อาร์เคฯ ไม่ได้นำเงินไปซื้อที่ดินตามที่อ้างต่อธนาคารกรุงไทย แต่กลับนำเงินไปเข้าบัญชีกลุ่มบริษัทในเครือบริษัท กฤษดามหานคร และพวกพ้อง กล่าวคือ

วงเงิน 60 ล้านบาท นำไปชำระดอกเบี้ยของบริษัท โกลเด้นฯ ที่มีอยู่กับธนาคารกรุงไทย

วงเงิน 45 ล้านบาท นำไปชำระดอกเบี้ยและเงินต้นบางส่วนของบริษัท อาร์เคฯ ที่มีอยู่กับธนาคารกรุงไทย

วงเงิน 60 ล้านบาท นำไปเข้าบัญชีของบริษัท กฤษดาธานนท์

วงเงิน 35 ล้านบาท นำไปให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท กฤษดามหานคร กลุ่มวิริยะเมตตากุล (ประกอบด้วย ชัยสิทธิ์ พิสุทธิ์ และนิรมลวิริยะเมตตากุล)

เงินก้อนใหญ่นำไปเข้าบัญชีเงินฝากของวิชัย กฤษดาธานนท์ 300 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีการถอนออกไปใช้ชำระหนี้เงินต้นของบริษัท โกลเด้นฯ ที่ธนาคารกรุงเทพ 45 ล้านบาท และนำไปให้ วราลี บุนนาค ซึ่งเป็นกรรมการของบริษัท แกรนด์ คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น 145 ล้านบาท

เหลือเงินอีกประมาณ 100 ล้านบาท ที่บริษัท อาร์เคฯ อ้างว่ากู้มาเพื่อซื้อที่ดินอยู่ในบัญชีเงินฝากของวิชัย

สรุปลูกหนี้กลุ่มนี้กู้เงินไปรวม 9,900 ล้านบาท แต่มีการเบิกจ่ายเฉพาะสินเชื่อรีไฟแนนซ์กับสินเชื่อซื้อที่ดินรวม 8,500 ล้านบาท นำไปใช้หนี้ธนาคารกรุงเทพแค่ 4,450 ล้านบาท

อีกประมาณ 4,000 ล้านบาท ถูกนำไปใช้หมุนเวียนในกลุ่มของลูกหนี้และพวกพ้องอย่างสะดวกโยธิน

เมื่อดูกระบวนการดำเนินการในกรณีการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย ที่ปล่อยกู้ให้แก่บริษัท โกลเด้นฯ แล้ว พบว่ามีการกระจายเช็คจำนวนหลายใบไปยังบริษัทในกลุ่มของกฤษดามหานคร และเช็คส่วนหนึ่งกระจายให้ผู้ที่ใกล้ชิดนักการเมือง ทั้ง มานพ บิดาของ น.ต.ศิธา และพานทองแท้ บุตรชายของ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงมีเค้าลางที่จะลากบรรดานักการเมืองที่เป็นผู้สั่งให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อลงมาจมปลักกับความเสื่อมเสียได้ในไม่ช้า

ข่าวล่าสุด

"ไวไว" ขานรับนโยบายรัฐ ผนึกกำลังโครงการ "ไทยช่วยไทย" หั่นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ช่วยคนไทยสู้ค่าครองชีพ