
ต้องสร้างมาตรฐาน
ในที่สุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็มีมติชี้มูลความผิดนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในคดีที่ดินอัลไพน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่รักษาการตำแหน่งปลัดกระทรวง
ในที่สุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็มีมติชี้มูลความผิดนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในคดีที่ดินอัลไพน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่รักษาการตำแหน่งปลัดกระทรวง
ขณะนั้นนายยงยุทธใช้อำนาจในตำแหน่งรักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทยลงนามรับรองการซื้อขายที่ดินวัดธรรมาธิการราม กับบริษัท อัลไพน์ 732 ไร่ ของนายเสนาะ เทียนทอง ก่อนจะขายให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่าถูกต้องตามกฎหมาย โดยระบุว่า การได้มาของที่ดินของบริษัท อัลไพน์ ถูกต้อง ทั้งๆ ที่ที่ดินแห่งนี้เป็นที่ธรณีสงฆ์ ไม่สามารถซื้อขายหรือโอนได้
แม้ว่า ป.ป.ช. จะระบุว่า นายยงยุทธยังสามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไปได้ เพราะคดีเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่คดีนี้กำลังกลายเป็นหินลองทองอันสำคัญในการสร้างมาตรฐานทางการเมืองของรัฐบาล
เนื่องเพราะวันนี้นายยงยุทธเป็นนักการเมืองเข้ามารับตำแหน่งฝ่ายบริหารที่กุมนโยบายของประเทศ เป็นถึงรองนายกรัฐมนตรีควบตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ซึ่งมีอำนาจเต็มในการสั่งการกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงในกำกับดูแล จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่นายยงยุทธและรัฐบาลจะต้องสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองขึ้นมาให้สมกับการอาสาประชาชนมา
รัฐบาลที่เป็นฝ่ายบริหารต้องตระหนักว่า การสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองให้เกิดขึ้นในประเทศเป็นเรื่องสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยให้เทียบเคียงอารยประเทศ
กรณีที่ข้าราชการระดับสูงกระทำความผิดวินัยร้ายแรงและถูกชี้มูลความผิด รัฐมนตรีที่เป็นฝ่ายกำกับนโยบายต้องลงนามสั่งให้พักงาน สั่งให้ออกจากราชการ แต่พอถึงฝ่ายการเมืองที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารและถูกชี้มูลว่ามีพฤติกรรมในทางที่ไม่ถูกไม่ควรจะปฏิบัติเยี่ยงไร
ถึงแม้นายยงยุทธจะพ้นวาระจากดำรงตำแหน่งทางราชการไปแล้วและเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง ก็มีหน้าที่ต้องรักษาจริยธรรมที่ดีงามเอาไว้ และต้องมีสำนึกรับผิดชอบในฐานะนักการเมืองที่อาสาเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ
หากนายยงยุทธและรัฐบาลที่มาจากฝ่ายการเมืองยังดื้อแพ่งดึงดันที่จะอยู่ในตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย อันเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจสั่งการกรมที่ดิน ซึ่งมีเป็นหน่วยงานที่มีส่วนได้ส่วนเสียในคดีนี้ และเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ให้ข้อมูลต่อศาลในการพิจารณาคดีความ จะมีหลักประกันอะไรว่าจะไม่มีการใช้อำนาจสั่งการโดยมิชอบเพื่อบิดเบือนข้อมูลที่อาจส่งผลต่อรูปคดี
ดังนั้น รัฐบาลและตัวนายยงยุทธเอง จะต้องมีสำนึกรับผิดชอบต่อความผิดที่เกิดขึ้น ทั้งในฐานะอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และในฐานะนักการเมือง อย่าให้คนไทยต้องร้องว่า “Let it Be” อีกเลย







