posttoday
ผลประโยชน์ของชาติ vs ผลประโยชน์ส่วนบุคคล

ผลประโยชน์ของชาติ vs ผลประโยชน์ส่วนบุคคล

14 มิถุนายน 2555

การที่สหรัฐอเมริกาขอใช้สนามบินอู่ตะเภา ย่อมทำความลำบากใจให้กับรัฐบาลไทยไม่มากก็น้อย

โดย...ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์

การที่สหรัฐอเมริกาขอใช้สนามบินอู่ตะเภา ย่อมทำความลำบากใจให้กับรัฐบาลไทยไม่มากก็น้อย เพราะหากไทยปฏิเสธก็เกรงจะเสียไมตรีในฐานะพันธมิตรเก่าแก่ แต่หากอนุญาตก็ต้องคิดถึงความรู้สึกของพันธมิตรใหม่แต่จริงใจกว่าคือจีน ซึ่งคงไม่ค่อยพอใจนัก

นักการทูตอาวุโสเปิดเผยว่า ความจริง ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ได้พูดคุยขอใช้สนามบินอู่ตะเภากับนายกรัฐมนตรีไทยเมื่อทั้งสองพบกันในการประชุมที่อินโดนีเซียในต้นปีนี้ ผู้นำทางทหารอเมริกันที่มาเยือนไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพียงมาตามเรื่องและทำข้อตกลง โดยอ้างว่าไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับการทหาร แต่เป็นการใช้สนามบินสนับสนุนเครื่องบินเพื่อศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลต่อสภาพอากาศขององค์การนาซา และการใช้เป็นศูนย์สนับสนุนช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติในภูมิภาคนี้

คนไทยซึ่งเป็นคนขี้สงสัยมีคำถามหลายประการ อาทิ ทำไมนาซาถึงเพิ่งมาสนใจวิจัยอากาศในภูมิภาคในช่วงเวลานี้ ทำไมไม่ทำก่อนหน้านี้ ทั้งที่ทำที่ฮ่องกงและญี่ปุ่นมาแล้วในปี 2544 มีการอ้างว่า สหรัฐเคยยื่นเรื่องมาตั้งแต่ปี 2544 แล้วทำไมรัฐบาลขณะนั้นไม่อนุมัติ และทำไมรัฐบาลขณะนี้จึงอนุมัติ ทำไมต้องใช้อู่ตะเภาเป็นศูนย์ความช่วยเหลือด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งที่ประเทศที่เจอภัยพิบัติทางธรรมชาติมากที่สุดในแต่ละปี คือ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ทำไมสหรัฐไม่ใช้ฟิลิปปินส์เป็นศูนย์ เพราะฟิลิปปินส์เคยมีฐานทัพอากาศอเมริกันและสิ่งอำนวยความสะดวกไม่แพ้อู่ตะเภา ซึ่งน่าจะช่วยเหลือประเทศที่ประสบภัยพิบัติได้ทันท่วงทีมากกว่ามาตั้งที่อู่ตะเภา ในขณะที่ไทยนั้นนานๆ จะมีภัยพิบัติทางธรรมชาติเสียที ทำไมรัฐบาลไม่ยอมนำเรื่องนี้เข้าหารือและขออนุมัติในสภาตามมาตรา 190 โดยอ้างว่าไม่กระทบต่ออธิปไตยของชาติ ทั้งที่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับอธิปไตยเหนือดินแดน และเป็นประเด็นอยู่ในความสนใจของสังคม ที่รัฐสภาควรมีส่วนร่วมพิจารณาอย่างรอบคอบ

รัฐบาลไทยต้องทำเรื่องนี้อย่างโปร่งใส และประชาชนไทยต้องมีสิทธิรับรู้การตัดสินใจของรัฐบาล เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง หลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมรัฐบาลไม่อนุมัติเป็นครั้งคราว เช่น กรณีขนส่งสิ่งจำเป็นในการฝึกคอบราโกลด์ เป็นต้น

ไทยต้องคิดถึงจีนด้วย เพราะจีนเป็นมิตรที่มีความจริงใจ มีความใกล้ชิดกับพระราชวงศ์ของไทย และยืนอยู่ข้างพระราชวงศ์มาโดยตลอดท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ ขณะที่สหรัฐกลับไปใกล้ชิดกับกลุ่มคนที่ต่อต้านสถาบันสูงสุด

ในอดีต ไทยและสหรัฐเคยมีผลประโยชน์ร่วมกันในสมัยต่อสู้กับลัทธิคอมมิวนิสต์ช่วงก่อนปี 2518 สหรัฐได้ตั้งฐานทัพที่ ตาคลี อุดรธานี นครพนม อุบลราชธานี นครราชสีมา อู่ตะเภาเป็นทั้งสนามบินและท่าเรือในการลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ สหรัฐมีสถานีดักรับการติดต่อสื่อสาร “ค่ายรามสูร” ที่อุดรธานี แต่ไทยกับจีนก็เคยมีผลประโยชน์ร่วมกันในอดีต ในช่วงที่สหรัฐถอนตัวจากเวียดนาม โดยปล่อยให้พันธมิตรเช่นไทยต้องเผชิญชะตากรรมอย่างเดียวดายจากการคุกคามของกำลังทหารเวียดนามที่บุกเข้ามาทางกัมพูชา และพร้อมที่จะลุยเข้าไทยทุกเมื่อหากได้รับไฟเขียว จีนมีบทบาทสำคัญในการช่วยไทยให้รอดปลอดภัยจากภัยคุกคามดังกล่าว ในขณะที่จีนเป็นมิตรแท้ในยามยาก สหรัฐกลับพร้อมที่จะทิ้งมิตรได้ทุกขณะหากผลประโยชน์และนโยบายเปลี่ยนไป

หลังสงครามเย็น สหรัฐประเมินว่า สหภาพโซเวียตหรือรัสเซียในปัจจุบัน ไม่เป็นภัยคุกคามเฉพาะหน้าสำคัญยิ่งต่อสหรัฐอีกต่อไป สหรัฐมองจีนว่าจะเติบใหญ่เป็นรองแชมป์โลกที่จะท้าทายความเป็นแชมป์ของอภิมหาอำนาจโลกเช่นสหรัฐในอนาคตแม้ยังต้องใช้เวลาอีกหลายทศวรรษก็ตาม สหรัฐได้ปรับยุทธศาสตร์จากการเคยให้น้ำหนักที่สองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก หรือทรานส์แอตแลนติก ที่ภัยคุกคามมาจากสหภาพโซเวียตมาให้น้ำหนักบนสองฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก หรือทรานส์แปซิฟิก โดยมีจีนเป็นเป้าหมายสำคัญ

อย่างไรก็ดี เหตุการณ์วันที่ 11 ก.ย. 2544 หรือ 911 ที่กลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์โจมตีใจกลางสหรัฐ ทำให้สหรัฐต้องยุ่งอยู่กับสงครามอิรักและอัฟกานิสถาน ขณะที่จีนก็เติบโตเอาๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การทหาร หลังจากที่สหรัฐเสร็จสงครามอิรัก และสังหาร โอซามา บิน ลาเดน กับแกนนำสำคัญได้ จนมั่นใจได้ว่าการก่อการร้ายไม่เป็นภัยคุกคามเฉพาะหน้าอีกแล้ว สหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดี โอบามา จึงหันมาให้ความสำคัญกับเอเชียตะวันออกอีกครั้งหนึ่ง

ภูมิทัศน์ทางยุทธศาสตร์ของเอเชียตะวันออกกำลังเปลี่ยนไป โดยมีมหาอำนาจในภูมิภาค คือ จีน กับมหาอำนาจนอกภูมิภาค คือ สหรัฐอเมริกา เป็นตัวละครสำคัญที่กำลังแข่งอิทธิพลกันอยู่ ไทยมีผลประโยชน์กับจีนไม่น้อยกว่าที่มีกับสหรัฐ ซึ่งพยายามเข้ามาฟื้นอิทธิพลของตนอีกครั้ง นอกจากพยายามเข้าทางเวียดนามซึ่งพยายามดึงอเมริกันเข้าไปคานจีนแล้ว สหรัฐเล็งมาที่ประเทศไทยเพราะมีความเหมาะสมหลายประการ ไทยเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างเกาะกวมกับตะวันออกกลาง อีกทั้งสนามบินอู่ตะเภามีสิ่งอำนวยความสะดวกในการซ่อมบำรุงและเติมน้ำมันให้กับเครื่องบินสหรัฐ และเป็นจุดแวะพักสำหรับเครื่องบินบรรทุกเครื่องบิน

มีข่าวลือว่า นายกรัฐมนตรีไทยยอมให้สิ่งที่สหรัฐต้องการแลกกับการขอวีซ่าอเมริกันให้กับพี่ชาย ทำให้นักการทูตไทยประจำวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ไม่เห็นด้วยจึงถูกย้าย หากข่าวนี้เป็นจริงหรือมีส่วนจริง ก็เท่ากับสหรัฐมีไพ่เหนือกว่าในมือที่ใช้ต่อรองได้ และเป็นอีกหลักฐานหนึ่งที่รัฐบาลชุดนี้ยอมเสียผลประโยชน์ของชาติเพื่อผลประโยชน์ส่วนบุคคล นอกเหนือจากการแก้รัฐธรรมนูญและการเสนอกฎหมายเพื่อล้างผิดให้กับคนคนเดียว ในไม่ช้าคนไทยคงจะรู้ว่าข่าวนี้เป็นจริงหรือไม่อย่างไร

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก