
ป่วนระเบิดเพลิง 4 จุดที่สุราษฎร์
เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.วันที่ 12 มีนาคม ได้เกิดเหตุระเบิดไล่เลี่ยกัน 3 จุดบริเวณริม ถ.เลี่ยงเมือง ฝั่งขาเข้าตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี
เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.วันที่ 12 มีนาคม ได้เกิดเหตุระเบิดไล่เลี่ยกัน 3 จุดบริเวณริม ถ.เลี่ยงเมือง ฝั่งขาเข้าตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี
ภายหลังได้รับรายงาน พล.ต.ต. เทศา ศิริวาโท ผบกงภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อม พ.ต.อ. อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี , พ.ต.ต. จาริพัฒน์ ทองแดง ผบ.กองร้อย ตชด.417 สุราษฎร์ธานี พร้อมกำลังตำรวจสืบสวน ตำรวจวิทยาการประมาณ 20 นาย , ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และสุนัขตำรวจ 2 ตัวเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
โดยจุดที่ 1. ที่พงหญ้าใกล้โค่นเสาไฟฟ้าแรงสูง หน้าร้านขายหญ้า “ แปลงหญ้าบายพาส ” หมู่ 3 ต.มะขามเตี้ย พบพงหญ้าอยู่ในสภาพถูกเพลิงไหม้เป็นวงกว้างประมาณ 1.5 เมตร ในที่เกิดเหตุพบเศษท่อ พีวีซี.สีฟ้า , เศษผ้าชุบนำมันโซล่าร์และถังบรรจุผงซักฟอก ขนาด 20 ก.ก.
ถัดไป 2 ก.ม.เป็นจุดที่ 2 ที่โค่นเสาไฟฟ้าแรงสูง ริมรั้วคลังสินค้าเครื่อง เอ็ม 150 ห่างจากหน่วยบริการประชาชนบ้านบางใหญ่ ประมาณ 200 เมตร พบเศษท่อ พีวีซี.สีฟ้า , เศษผ้าชุบนำมันโซล่าร์และถังบรรจุผงซักฟอก ขนาด 20 ก.ก.เช่นเดียวกันมีรอยควันสีดำจากเพลิงไหม้ที่โค่นเสาไฟฟ้า
ถัดไป 3 ก.ม.เป็นจุดที่ 3 ที่โค่นเสาไฟฟ้าแรงสูง ใกล้ทางเข้าหมู่บ้านบ้านสวยบายพาส 2 หมู่ 6 ต.มะขามเตี้ย มีรอยควันสีดำจากเพลิงไหม้ที่โค่นเสาและพบเศษท่อ พีวีซี.สีฟ้า และเศษผ้าชุบนำมันโซล่าร์กระจัดกระจาย ในที่เกิดเหตุยังพบฝาเครื่องโทรศัพท์มือถือ 1 ชิ้น สายไฟขั้วถ่ายไฟฉาย 9 โวลท์ 1 ชิ้น นอกจากนี้พบระเบิดแบบปิงปอง 1 ลูกกระเด็นประมาณ 20 เมตรไปตกที่พงหญ้าริมเกาะกลางถนนฝั่งตรงข้ามเสาไฟฟ้าที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้ พล.ต.ต.เทศา ได้สั่งการให้ตำรวจชุดวิทยาการเขต 42 เก็บชิ้นส่วนที่พบในที่เกิดเหตุทุกชิ้นอย่างละเอียด เพื่อนำไปประกอบการสืบสวน
เบื้องต้นชาวบ้านใกล้เคียงที่เกิดเหตุจุดที่ 3 คนหนึ่ง กล่าวว่า ได้ยินระเบิดเสียงดัง โดยไม่คิดว่าเป็นการวางระเบิด คาดว่าเป็นยางรถยนต์ระเบิดมากกว่าเพราะมียางระเบิดเป็นประจำ แต่พอรุ่งเช้ามีคนที่ขับรถผ่านบริเวณดังกล่าวสังเกตเห็นเศษสะเก็ดกระจายอยู่ริมฟุตบาตรน่าจะเป็นการระเบิดอะไรบางอย่างจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจทราบ
พล.ต.ต.เทศา กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานมีการระเบิดแล้ว 3 จุด ลักษณะเป็นการใช้น้ำมันโซล่าร์จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากพบเครื่องโทรศัพท์และชิ้นส่วนของซิมการ์ดใกล้เคียงกันทั้ง 3 จุด เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันเป็นการก่อเหตุป่วนเมืองสร้างความวุ่นวายให้เป็นข่าว เพราะไม่ได้มุ่งประสงค์ต่อชีวิต
“ การสืบสวนกำลังดูอยู่ว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเดิมที่มีการวางระเบิด 5 จุด(ไม่ระเบิด) เมื่อคืนวันที่ 17 มี.ค.52 ริม ถ.สุราษฎร์- นาสาร อ.เมืองสุราษฎร์ธานี หรือไม่ เพราะยังมีข้อมูลกลุ่มเดิมอยู่ โดยมองว่าน่าจะเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองมากกว่า ” พล.ต.ต.เทศา กล่าว
พล.ต.ต.เทศา กล่าวและว่า ได้สั่งกำชับให้เพิ่มกำลังตำรวจดูพื้นที่อย่างเข้มงวดในช่วง 1-2 วันนี้ โดยเฉพาะสถานที่ราชการและบ้านพักบุคคลสำคัญ เช่น บ้านนาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี
ต่อมาเวลาประมาณ 10.00 น.ได้พบระเบิดเพิ่มอีก 1 จุด บริเวณพงหญ้า ห้าแยกท่ากูบ ริม ถ.เลี่ยงเมือง ฝั่งขาเข้าตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ต.มะขามเตี้ย โดยพบพงหญ้าสภาพถูกเพลิงไหม้เป็นวงกว้างประมาณ 1 เมตร ในที่เกิดเหตุพบเศษท่อ พีวีซี.สีฟ้า , เศษผ้าชุบนำมันโซล่าร์และเศษถังบรรจุผงซักฟอก ขนาด 20 ก.ก.กระจัดกระจาย นอกจากนี้พบโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อโนเกีย รุ่น 1110 จำนวน 2 เครื่อง และสายไฟขั้วถ่ายไฟฉาย 9 โวลท์ จำนวน 1 ชิ้น นอกจากนี้พบซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ 1 ชิ้นกระเด็นไปตกริมเกาะกลางถนนห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 20 เมตร
อนึ่ง เมื่อวันที่ 17-18 มี.ค.52 ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลและนาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพียง 1 คืนได้คนร้ายนำวัตถุระเบิดถังดับเพลิง 5 ลูก บรรจุปุ๋ยยูเรีย ผสมน้ำมันโซล่าร์และสารพาวเวอร์เจล(ไดนาไมด์) เชื่อมสายไฟฟ้าและวงจรโทรศัพท์มือถือที่เรียกว่า “ ไฟว์บอม ” ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปวางในเขตพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ 1 จุด และในพื้นที่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ริมถ.สุราษฎร์-นาสาร ม.6 ต.มะขามเตี้ย อีก 4 จุด รวม 5 จุด ตำรวจได้จับกุมนาย สิริชาติ คงพันธ์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 163 – 164 หมู่3 ต.บางงอน อ. เมือง จ.ระนอง ลูกน้องนาย พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคพลังประชาชนและอดีตผู้สมัคร ส.ส.พังงา พรรคพลังประชาชน ให้การรับสารภาพว่านำไปวางเพียง 1 จุดที่ อ.กาญจนดิษฐ์ ภายหลังนายนิพนธ์ หรือโกยาว นพฤทธิ์ อายุ 51 ปี บ้านเลขที่6/7 ม.2 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พี่ชายนายพร้อมพงศ์ ได้เข้าให้การตำรวจปฏิเสธไม่รู้เรื่องการกระทำของนายสิริชาติ







