posttoday
ยโรปเข้าโคม่า

ยโรปเข้าโคม่า

08 มิถุนายน 2555

แบงก์โลกย้ำวิกฤตขั้นเลวร้ายเตือนไทยเข้มคุมหนี้ขาดดุลงบประมาณ

แบงก์โลกย้ำวิกฤตขั้นเลวร้ายเตือนไทยเข้มคุมหนี้ขาดดุลงบประมาณ

“ธนาคารโลก” เตือนวิกฤตหนี้อียูเข้าขั้นเลวร้าย ประเทศกำลังพัฒนาต้องเตรียมนโยบายการคลังรับวิกฤต

นางแอนเน็ต ดิกสัน ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ขณะนี้วิกฤตการเงินของสหภาพยุโรปมีแนวโน้มเลวร้ายขึ้น รัฐบาลในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาควรเตรียมนโยบายการคลังให้พร้อมรับมือ

สำหรับไทยมีประเด็นที่น่ากังวล คือ ประสิทธิภาพการป้องกันที่ต้องรวดเร็วกว่านี้ ควรเร่งวิจัยหาสัดส่วนที่เหมาะสมของหนี้สาธารณะ และการขาดดุลงบประมาณให้มีช่องว่างที่เหมาะสมเอาไว้รองรับกรณีเกิดวิกฤต และต้องพัฒนานโยบายการคลังให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ล่าสุดธนาคารโลกได้ร่วมกับหลายองค์กรจัดตั้งภาคีเครือข่ายการบริหารการเงินการคลังสาธารณะแห่งเอเชีย (PEMNA) เพื่อให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ด้านการคลังสาธารณะรวมถึงวิธีการควบคุมงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าจะรับมือกับผลกระทบจากความเสี่ยงของวิกฤตการเงินโลกได้

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ยอมรับว่านโยบายการคลังของไทยยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ต้องปฏิรูปด้านการวางแผน การจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจสอบให้มีความรวดเร็ว ตรงเป้า และโปร่งใสมากขึ้น

“งบลงทุนที่ไม่ใช่งบรายจ่ายประจำของไทยยังมีความล่าช้า และจำเป็นต้องปรับประสิทธิภาพซึ่งจากการหารือให้ภาคีเพมม่า ก็ได้เห็นถึงวิธีการปฏิรูปนโยบายการคลังของเกาหลีใต้ตอนวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งช่วยให้ประเทศเขาพลิกฟื้นกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง ” นายพงษ์ภาณุ กล่าว

หากดูจากนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบัน ได้แก่ นโยบายขาดดุล 4 แสนล้านบาท พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท เงินกองทุนภัยพิบัติ 5 หมื่นล้านบาท และนโยบายรับจำนำข้าว คาดว่าไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลเพิ่มอีกประมาณ 1 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนดังกล่าวยังไม่ถือว่าน่ากังวล หากฐานการบริโภคในประเทศเติบโตตามไปด้วย นอกจากนี้ไทยยังเหลือเพดานหนี้สาธารณะอีกเกือบ 20% จึงเชื่อว่าจะพร้อมรับมือวิกฤตการเงิน

นอกจากวิกฤตในยูโรแล้ว เศรษฐกิจจีนที่เริ่มมีแนวโน้มชะลอตัวก็เป็นอุปสรรคเช่นกัน แต่เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ธนาคารกลางของจีนประกาศลดดอกเบี้ยกู้ยืมระยะเวลา 1 ปี ลง 0.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ยทั้งเงินกู้และฝากระยะ 1 ปี ลดลงมาเหลืออยู่ที่ 6.31% เป็นการลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 4 ปี

ธนาคารกลางจีนส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจและคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 7.5% เท่านั้น จากเมื่อปีที่แล้วซึ่งเติบโตอยู่ที่ 9.2% ทันทีที่จีนประกาศขึ้นดอกเบี้ย ราคาน้ำมันในตลาดโลกก็ดีดตัวขึ้นรับข่าว

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย