
อดีตผัวสาดน้ำกรดผช.พยาบาลแค้นแชตนัดพบฝรั่ง
ผัวเก่ามือจ้างเด็กส่งน้ำดื่ม หิ้วถังน้ำกรดสาดใส่ผู้ช่วยพยาบาล อ้างแชตกับฝรั่งจนครอบครัวพัง
ผัวเก่ามือจ้างเด็กส่งน้ำดื่ม หิ้วถังน้ำกรดสาดใส่ผู้ช่วยพยาบาล อ้างแชตกับฝรั่งจนครอบครัวพัง
ล.ต.ต.ฉลองชัย บุรีรัตน์ ผบก.ภ.จว.แพร่ พ.ต.อ.สิโรฒน์ ภาคพิชเจริญ ผกก.สภ.เมืองแพร่ พ.ต.ท.พินิจ คำบุญมา รอง ผกก.(สส.) และ พ.ต.ท.ประชัน เขื่อนเก้า สว.สส.สภ.เมืองแพร่ แถลงข่าว กรณีคนร้ายสาดน้ำกรดใส่น.ส.จันทร์จิรา พิณเพชร ผู้ช่วยพยาบาลโรงพยาบาลแพร่-ราม เมื่อเช้าวันที่ 10 มีนาคม 2553 โดยคนร้ายก่อเหตุเป็นชาย 2 คน และต่อมาคนร้ายที่ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวต่อ พล.ต.ต.ฉลองชัย บุรีรัตน์ ที่ ภ.จว.แพร่
โดยคนร้ายทั้งสองราย คือ นายพัดยา ปานฉาย หรือโก ปานฉาย อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 222 หมู่ 10 ต.เหมืองหม้อ อ.เมือง จ.แพร่ อดีตสามีของ น.ส.จันทร์จิรา ซึ่งรับสารภาพเป็นคนขับขี่จักรยานยนต์ในวันที่ก่อเหตุและเป็นผู้ชี้เป้า และนายศรายุทธ อุดทา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/2 หมู่ 5 ต.แม่จั๊วะ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ซึ่งรับจ้างส่งน้ำดื่ม เป็นคนร้ายที่ใช้น้ำกรดใส่ถังน้ำสาดหน้าน.ส.จันทร์จิรา โดยทั้งสองรายรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันนำน้ำกรดสาดหน้า น.ส.จันทร์จิรา จริง
นายศรายุทธ อุดทา เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำไปเพราะไม่รู้ว่าน้ำในถังเป็นน้ำกรด แต่นายพัดยา ได้มาว่าจ้างให้นำน้ำในถังไปสาดใส่หน้า น.ส.จันทร์จิรา อดีตภรรยา โดยบอกว่าเป็นเพียงน้ำยาล้างห้องน้ำผสมน้ำ มีความเจือจางอย่างมาก และยังได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 500 บาท
นอกจากนี้นายพัดยา ยังเป็นผู้มีพระคุณ เนื่องจากหากเดือดร้อนเรื่องเงินก็จะให้การช่วยเหลือ ให้หยิบยืมทุกครั้ง จึงคิดว่าคงไม่มีอะไรร้ายแรง วันก่อเหตุก็ไปดักรอ น.ส.จันทร์จิรา ตั้งแต่เช้า เมื่อเห็นขับขี่รถจักรยานยนต์มาจึงหยิบถังน้ำที่ใส่น้ำกรดเต็มถังเทสาดหน้าและร่างกายน.ส.จันทร์จิรา แล้วซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ที่นายพัดยา เป็นผู้ขับขี่หลบหนีไป แต่เมื่อกลับถึงบ้าน พบว่าน้ำดังกล่าวกระเด็นมาถูกตามบริเวณใบหน้าและมือ กลับพบมีรอยไหม้บวมอย่างรุนแรง จึงคิดว่าน.ส.จันทร์จิรา เมื่อถูกทั้งถังคงได้รับบาดเจ็บอย่างมาก จึงสำนึกผิดเข้ามอบตัวกับตำรวจ
ด้านนายพัดยา กล่าวว่า ที่ทำไปเพราะความแค้นต่อน.ส.จันทร์จิรา อดีตภรรยา ซึ่งรู้จักกันตั้งแต่ที่อยู่ที่ กรุงเทพฯ โดยตนเปิดเต็นท์รถและจัดไฟแนนซ์ หลังพบรักกันจึงมาอยู่ที่ จ.แพร่ และมีลูกสาวร่วมกัน 2 คน อายุ 15 และ 12 ปี ตนเปิดร้านโทรศัพท์มือถือ ที่ อ.เด่นชัย ส่วนน.ส.จันทร์จิรา ทำงานที่โรงพยาบาลแพร่-ราม
สำหรับปัญหาก่อนเลิกรานั้นเกิดจาก คือ น.ส.จันทร์จิรา เล่นอินเทอร์เน็ตแล้วมีการแชตกับฝรั่ง ตนจับได้หลายครั้งจนมีการทะเลาะวิวาทกันทำให้เกิดความเครียดเข้ารักษาตัวเองกับแพทย์ ซึ่งลงความเห็นว่าตนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว กระทั่งได้เลิกกันเมื่อเดือนกรกรฎาคม 2552 ที่ผ่านมา แต่ตนยังดูแลลูกทั้งสองคนอยู่ โดยให้เงินใช้ทุกสัปดาห์ แม้ว่าตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 น.ส.จันทร์จิรา จะหนีไปอยู่ที่โรงพยาบาลแพร่-รามแล้วก็ตาม
นายพัดยา กล่าวอีกว่า ในระยะที่น.ส.จันทร์จิรา แชตกับฝรั่ง ตนได้ร้องเรียนไปยังรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข เพื่อให้สังคมรับรู้พฤติกรรมของน.ส.จันทร์จิรา ว่าเป็นอย่างไร แต่ไม่เป็นผล ทำให้ต้องกินยานอนหลับในทุกวัน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2552 น.ส.จันทร์จิรา ได้พาลูกสาวทั้งสองไปพบกับฝรั่งที่ติดต่อกันที่ กทม. แล้วกลับมาวันที่ 25 ธันวาคม 2552 ทำให้เกิดความแค้น







