
โฆษกปธ.สภาฯ อัด ปชป.พฤติกรรมเยี่ยงกบฎ
โฆษกปธ.สภาฯ อัด ปชป.พฤติกรรมเยี่ยงกบฎ จี้ ดีเอสไอสอบสวนเพื่อยุบพรรค ฐานขัดขวางกระบวนการนิติบัญญัติ วอน เลือกทำตัวเป็นเผด็จการเสียงข้างน้อย
โฆษกปธ.สภาฯ อัด ปชป.พฤติกรรมเยี่ยงกบฎ จี้ ดีเอสไอสอบสวนเพื่อยุบพรรค ฐานขัดขวางกระบวนการนิติบัญญัติ วอน เลือกทำตัวเป็นเผด็จการเสียงข้างน้อย
เมื่อเวลา 10.30 น. นายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมสภาฯ2วันที่ผ่านมาที่เกิดความวุ่นวายว่า ยืนยันว่านายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯให้ความเคารพเสียงข้างน้อยเป็นอย่างมาก โดยเมื่อฝ่ายค้านสงสัยว่าร่างพ.ร.บ.ปรองดองเป็นกฎหมายการเงินตามรัฐธรรมนูญมาตรา 143 หรือไม่ก็ได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญประจำสภาฯทั้ง 35 คน เมื่อมติออกเห็นว่าไม่เป็นกฎหมายการเงินทำให้ต้องทำตามขั้นตอนโดยการจแจ้งต่อที่ประชุมสภาฯและตัองเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมา จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องส่งเสียงโห่ ล้อมกรอบ และขว้างของใส่นายสมศักดิ์
“เชื่อว่าทุกอย่างมีเตรียมการมาก่อนเพราะทราบมาว่าระหว่างที่ประธานสภาฯประชุมกับประธานกมธธ.35คณะเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ก็ทราบมาว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้เรียกสส.ประชุมเพื่อเตรียมการรับมือ จึงไม่แปลกที่ฝ่ายค้านจะมีพฤติกรรมที่ทำอะไรพร้อมๆกัน ขอให้ประชาชนทั้งประเทศช่วยคิดว่าพฤติกรรมที่ผ่านมาถือเป็นเผด็จการเสียงข้างน้อยในสภาฯไปแล้ว อะไรที่ไม่ได้ตามที่ตัวเองต้องการก็มีการต่อต้านทันที การแสดงออกเช่นนี้ถือเป็นการจงใจกระทำเพื่อให้การประชุมสภาฯของฝ่ายนิติบัญญัติเดินต่อไปได้ เข้าข่ายเป็นข้อหากบฎ” นายวัฒนา กล่าว
นายวัฒนา กล่าว่า ขณะที่ การประกาศคัดค้านกฎหมายปรองดองทุกรูปแบบของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตรงนี้จะต้องนำไปสู่การยุบพรรคประชาธิปัตย์เพราะเข้าข่ายขัดขวางการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ เสมือนหนึ่งเป็นการปลุกระดมคนทั้งประเทศให้ออกมาเคลื่อนไหวทุกรูปแบบ จึงเรียกร้องให้พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามาเก็บหลักฐานว่าผิดข้อหากบฎและยุบพรรคหรือไม่ต่อไป







