
พธม.ขู่ยกระดับชุมนุมไล่รัฐบาล
พธม.แถลงยังไม่บุกรัฐสภา แย้ม1มิ.ย.มีเซอร์ไพรส์ไล่บี้รัฐ เชื่อต้องถอนพ.ร.บ.ปรองดองแน่ ขู่ยกระดับการชุมนุมขับไล่รัฐบาล
พธม.แถลงยังไม่บุกรัฐสภา แย้ม1มิ.ย.มีเซอร์ไพรส์ไล่บี้รัฐ เชื่อต้องถอนพ.ร.บ.ปรองดองแน่ ขู่ยกระดับการชุมนุมขับไล่รัฐบาล
เมื่อเวลา 18.25 นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัยว่า พธม.จะไม่บุกเข้าไปในรัฐสภาวันนี้ เพราะประเมินร่วมกันแล้วเห็นว่า หากบุกเข้าไปในช่วงกลางคืน ผู้ชุมนุมจะอ่อนล้าในช่วงเช้า ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเข้าผลักดันผู้ชุมนุมออกไปได้ จึงขอให้ผู้ชุมนุมกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อน และขอนัดหมายให้เข้ามาร่วมชุมนุมช่วง 7 โมงเช้า
ก่อนหน้านี้ การให้พธม.เข้าไปนั่งชุมนุมภายในรัฐสภากลับไม่ได้รับการตอบสนอง เพราะประธานรัฐสภาไม่ได้ตอบกลับว่าไม่อนุญาตภายใน 1 ชั่วโมง ฉะนั้นแน่นอนว่า ต้องมีการยกระดับการชุมนุม และสามารถให้คำมั่นได้ว่า พรุ่งนี้จะมีกิจกรรมบางอย่าง ที่ทำให้ประธานรัฐสภา และสส.ในสภาต้องตัดสินใจถอนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติอย่างแน่นอน
การชุมนุมขณะนี้ถือว่าได้ส่งผลกระทบถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ทั้ง 4 ฉบับพอสมควรแล้ว เนื่องจากนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้เลื่อนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวออกไป และแทนที่จะเลื่อนการพิจารณาออกไปในสัปดาห์หน้า กลับยังเร่งพิจารณาภายในวันพรุ่งนี้ (1 มิ.ย.) แทน
ขณะที่ข้อเสนอของพธม.ในวันนี้ 2 ข้อ ได้แก่ การให้พธม. 200 คนเข้าไปนั่งรับฟังการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ 35 คณะ เกี่ยวกับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ เกี่ยวกับการเงินหรือไม่
“การต่อสู้ของเรายังมีอีกหลายยก เพราะแม้แต่การชกมวยยังมี 10 ยก หากสามารถนำพ.ร.บ.ปรองดองเข้าสู่รัฐสภาได้ ก็ยังคงมีการพิจารณาโดยกรรมาธิการ ในวาระ2 และมีการพิจารณาโดยสว.ในวาระ 3 และเรายังมั่นใจว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญ รวมถึงขัดต่อกฎหมายด้วย เนื่องจากเป็นการออกกฎหมายเพื่อช่วยนักโทษที่มีคดีทุจริต ซึ่งคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) จะต้องนำไปพิจารณาอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้น เราอาจยกระดับจากการคัดค้านร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ไปสู่การขับไล่รัฐบาลชุดนี้ก็เป็นได้”นายปานเทพ กล่าว
อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ทางสภาได้มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวณชายแดน (ตชด.) ใส่ชุดป้องกันเต็มรูปแบบเข้ามาอยู่แถวหน้าของแนวเจ้าหน้าที่ภายในรั้วสภา โดยมีตำรวจนครบาลเป็นแถวที่ 2-4 รวมทั้งมีการนำรถติดตั้งเครื่องยิงคลื่นเสียง (LRAD) เพื่อสลายการชุมนุมมาเตรียมพร้อม บริเวณทางขึ้นด้านบนอาคารรัฐสภา 1 ด้วย
ขณะที่ด้านหลังอาครรัฐสภา 1 มีตำรวจประมาณ 1 กองร้อย ที่อยู่ในชุดปราบจลาจลครบมือ ซึ่งมีแก็สน้ำตา พร้อมทั้งหน้ากากป้องกันแก็สน้ำตา เพื่อเตรียมรับมือ และสลายการชุมนุมหากกลุ่มพันธมิตร บุกเข้ามาในอาคารรัฐสภา







