posttoday
ระวังเว็บหลอกหาคู่อย่าให้ความโลภครอบงำ

ระวังเว็บหลอกหาคู่อย่าให้ความโลภครอบงำ

30 พฤษภาคม 2555

ด้วยปัญหาเศรษฐกิจจนเป็นเหตุให้ผู้หญิงไทยต้องดิ้นรนเอาตัวรอด โดยเฉพาะหาคู่ครองที่เป็นชาวต่างชาติ เพราะเชื่อที่ว่า “ฝรั่งมีเงิน” ช่วยเหลือได้แน่นอน

โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ

ด้วยปัญหาเศรษฐกิจจนเป็นเหตุให้ผู้หญิงไทยต้องดิ้นรนเอาตัวรอด โดยเฉพาะหาคู่ครองที่เป็นชาวต่างชาติ เพราะเชื่อที่ว่า “ฝรั่งมีเงิน” ช่วยเหลือได้แน่นอน

แต่ความเชื่อนี้กลับกลายเป็นช่องทางให้ “มิจฉาชีพ” ต่างชาติเข้ามาหลอกหญิงไทย ทำให้สูญเสียเงินทองไปมากมายหลายราย ยิ่งในปัจจุบันระบบอินเทอร์เน็ตก้าวเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน เว็บไซต์หาคู่ต่างๆ ที่เปิดไว้เพื่อหลอกเหยื่อ สาวไทยเลยหลอกง่ายกว่าเดิม และความเสียหายดังกล่าวกำลังระบาดอย่างหนัก

จากการเปิดเผยของ พ.ต.ท.สันติพัฒน์ พรหมะจุล รอง ผกก.กลุ่มงานสนับสนุนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ให้ข้อมูลว่า เว็บไซต์หาคู่ในปัจจุบันที่มีการหลอกลวง จากการตรวจสอบว่ามีจำนวนมาก มิจฉาชีพเหล่านี้จะเป็นชาวต่างชาติผิวดำ มีฐานปฏิบัติการอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย

วิธีหลอกลวงก็จะนำภาพชายชาวยุโรปที่หน้าตาดี ดูภูมิฐาน มาแชตมาพูดคุยกับเหยื่อที่สมัครเข้ามาหาคู่ เพราะแน่นอนว่าหากใช้รูปคนผิวดำ รับรองว่าเหยื่อไม่สนใจแน่นอน

“มิจฉาชีพเหล่านี้จะทำทีมาพูดมาคุยเชิงจีบกันใช้เวลาประมาณ 2 เดือนคุยกันทุกวัน เมื่อจับพฤติกรรมเหยื่อว่าตกหลุมรักเข้าให้แล้ว อยากอยู่ด้วย พร้อมกับเตรียมส่งของขวัญต่างๆ มาให้ ทั้งเครื่องประดับ หรือเงินสดต่างๆ ผ่านไปรษณีย์ พร้อมกับสร้างเว็บไซต์ปลอมอีก เพื่อหลอกเหยื่อว่าสินค้า หรือพัสดุที่ส่งมาให้อยู่ระหว่างการเดินทาง ทำให้เหยื่อตายใจ”

จากนั้นก็เข้าสู่การหลอกเหยื่อ ขบวนการนี้จะทำทีเป็นว่าพัสดุสิ่งของที่ส่งมาให้เหยื่อ ซึ่งมีทั้งเครื่องประดับ หรือเงินสดต่างๆ ที่บรรจุส่งมาให้นั้น “มีปัญหา” กับด่านศุลกากรประเทศต่างๆ ทำให้ไม่สามารถส่งต่อมายังประเทศไทยได้ เพราะสิ่งของในพัสดุเป็นของมีค่าต้องให้เหยื่อ “โอนเงิน” เพื่อเสียค่าธรรมเนียมพัสดุก่อนจะส่งต่อได้

ระวังเว็บหลอกหาคู่อย่าให้ความโลภครอบงำ

 

และด้วยความที่หลงเชื่อ ประกอบกับความโลภที่ต้องการอยากได้ทรัพย์สินเงินทอง สาวไทยก็ว่าง่ายโอนเงินตามเลขบัญชีที่มิจฉาชีพระบุไว้ และไม่ได้โอนแค่ครั้งเดียว พวกนี้จะใช้วิธีเดิมหลอกเหยื่อให้โอนเงินแล้วโอนอีก ที่เคยเจอมาแจ้งความไว้ก็พบว่าสูญเงินไปกว่า 3 แสนบาทก็มี

“เหยื่อบางรายที่เข้ามาแจ้งความก็ให้ข้อมูลว่า ถูกหลอกจากเว็บไซต์หาคู่ อ้างว่าจะส่งเงินมาให้หมื่นเหรียญสหรัฐ 5 หมื่นเหรียญสหรัฐบ้าง เมื่อมองถึงเม็ดเงินที่ส่งมาให้ก็มีจำนวนมาก จึงตายใจโอนเงินเพื่อยอมเสียค่าธรรมเนียม” พ.ต.ท.สันติพัฒน์ เล่า

ประเด็นหลักที่ทำให้เหยื่อต้องถูกหลอกดูเหมือนจะมาจากความโลภที่อยากได้ทรัพย์สิน อีกทั้งสถิติการถูกหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ปอท.ก็มีข้อมูลไม่มากนัก ตั้งแต่ปี 2553ปัจจุบัน เหยื่อซึ่งเป็นสาวชาวไทยถูกหลอกไป 22 คน แต่ที่น่าสนใจแต่ละปีมีจำนวนมากขึ้น บ่งบอกได้ถึงสภาพความเป็นอยู่ของสาวไทย ที่ยังมีความเชื่อเรื่องคู่ครองชาวต่างชาติ หวังให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ที่ผ่านมาตำรวจจับกุมได้ยากพอสมควร เพราะแก๊งหลอกเหยื่อตามเว็บไซต์หาคู่จะใช้ฐานปฏิบัติการอยู่ที่ต่างประเทศ และเข้ามาหลอกสาวไทยโดยเฉพาะ ตำรวจพยายามติดต่อประสานงานกับทางตำรวจประเทศมาเลเซียผ่านตำรวจสากลของแต่ละประเทศ เพื่อติดตามจับกุมหรือให้ขึ้นบัญชีเป็นแบล็กลิสต์ห้ามเข้าประเทศ

ใครที่โอนเงินไปให้แล้ว โอกาสได้กลับคืนมาแทบจะเป็นศูนย์ จึงขอเตือนพฤติกรรมการหลอกลวงผ่านระบบโซเชียลเน็ตเวิร์ก ให้คิดเสมอว่าอะไรที่ผ่านเข้ามาในระบบดังกล่าว “คือความไม่จริง” ต้องแยกแยะให้ออกระหว่างโลกของความจริง คือ สังคมที่เราดำรงอยู่ กับโลกเสมือน คือ โลกในอินเทอร์เน็ต ใครจะแต่งแต้มสีสันอย่างไรก็ได้ อย่าไปลุ่มหลงกับสิ่งของต่างๆ ที่เข้ามายั่วเย้า

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องย้ำเตือนกันไว้ให้เห็นถึงภัยที่แฝงมาทุกรูปแบบ ใครคิดจะพึ่งเงินทองจากชาวต่างชาติมาจุนเจือครอบครัว จะด้วยทัศนคติที่ว่าสามีคนไทยไม่ดี ไม่ดูแลสู้ต่างชาติไม่ได้ ให้ลองคิดใหม่ดีๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะตกเป็นเหยื่อรายต่อไป

อย่าโลภอยากได้ของคนอื่น

พ.ต.ท.สันติพัฒน์ ฝากย้ำเตือนให้พึงระวังภัยในเว็บไซต์หาคู่ที่มาหลอกลวงเหยื่อสาวไทย “อย่าโลภ” เห็นทรัพย์สินเงินทองที่เขามาอ้างให้พึงระลึกไว้ว่า เมื่อมีการอ้างปัญหาการส่งของต่อไม่ได้ จงอย่าได้โอนเงินไปก่อน ถ้ามาไม้นี้ให้พึงระลึกไว้ก่อนว่าคุณถูกหลอกแล้ว

อย่างไรก็ตาม หากเห็นสิ่งผิดปกติสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท.ให้ตรวจสอบเว็บไซต์ดังกล่าวได้ โดยส่งข้อมูลหรือโทรศัพท์แจ้งมาได้ที่ บก.ปอท.หมายเลข 02-142-2613 ตำรวจพร้อมดำเนินการให้ทันที

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก