posttoday
เศรษฐศาสตร์ว่าด้วย "พุทธชยันตี 2,600 ปีแห่งการตรัสรู้" (Economics of Buddhism)

เศรษฐศาสตร์ว่าด้วย "พุทธชยันตี 2,600 ปีแห่งการตรัสรู้" (Economics of Buddhism)

28 พฤษภาคม 2555

โดย...พิริยะ ผลพิรุฬห์

โดย...พิริยะ ผลพิรุฬห์

วันวิสาขบูชาในปีนี้เป็นวันครบรอบ 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือเป็นวันที่ทางพุทธศาสนาเรียกว่า วันพุทธชยันตี 2,600 ปี หรือพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ ในวันดังกล่าวจะมีเทศกาลสำคัญทางพระพุทธศาสนาเถรวาทเพื่อเฉลิมฉลอง โดยจะมีการจัดขึ้นในหลายประเทศที่มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ไม่ว่าจะเป็น อินเดีย ศรีลังกา พม่า รวมถึงประเทศไทย (แต่เนื่องจากประเทศไทยนับ 1 ปีหลังพุทธปรินิพพานเป็น พ.ศ. 1 แต่ประเทศอื่นนับตั้งแต่การปรินิพพานของพระพุทธเจ้าเป็น พ.ศ. 1 ดังนั้นประเทศไทยจึงเป็นประเทศที่จัดงานฉลองพุทธชยันตีที่ช้ากว่าประเทศอื่นๆ 1 ปี)

อย่างไรก็ดี สาระสำคัญของการจัดงานดังกล่าวคงไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงวันที่เจ้าชายสิทธัตถะได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อ 45 ปีก่อนพุทธกาลแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังคงมีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงหลักคำสอนอันเป็นสัจธรรมอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาที่มีชื่อเรียกว่า “อริยสัจ 4”

อริยสัจ 4 หรือ จตุราริยสัจ แปลว่า ความจริงอันประเสริฐมีอยู่สี่ประการ คือ 1) ทุกข์ คือ สภาพที่ทนได้ยาก ภาวะที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ สภาพที่บีบคั้น 2) สมุทัย คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ได้แก่ ตัณหา 3 คือ กามตัณหา ภวตัณหา และ วิภวตัณหา 3) นิโรธ คือ ความดับทุกข์ ได้แก่ ดับสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ และ 4) มรรค หรือแนวปฏิบัติที่นำไปสู่หรือนำไปถึงความดับทุกข์ อันมีองค์ประกอบอยู่ 8 ประการ ซึ่งรวมเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า “มัชฌิมาปฏิปทา” หรือทางสายกลาง

ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ อันเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของ “การจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการมากมายที่มีอยู่อย่างไม่จำกัด” นั้นเองก็มีการนำแนวคิดทางอริยสัจ 4 นี้มาใช้แบบอ้อมๆ โดยใช้สมการทางคณิตศาสตร์และแบบจำลองจำนวนมากในการอธิบาย แต่ปัญหาก็คือ “การจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพและสร้างความเท่าเทียมกันนั้น กลับเป็นสิ่งที่ยากในทางปฏิบัติ เพราะถ้าตอบสนองไม่ได้ก็จะทำให้เกิด “ความขาดแคลน” และนำมาสู่ “ความทุกข์” ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจถดถอย การว่างงาน ของแพง ภาคธุรกิจขาดทุน เกิดอาชญากรรม การเป็นหนี้เป็นสิน หรือการเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นต้น

ในขณะที่ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์เอง ก็ได้พยายามอธิบายถึง “สมุทัย” โดยการใช้แนวคิดทาง “เศรษฐศาสตร์ตามความจริง” (Positive Economics) เพื่ออธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดทุกข์ต่างๆ เช่น การบริหารจัดการนโยบายทางเศรษฐกิจที่ผิดพลาดที่นำมาสู่วิกฤตการทางเศรษฐกิจในหลายๆ ประเทศ การแสดงหาแต่กำไรสูงสุดของบริษัทที่สุดท้ายนำพาองค์กรเข้าไปสู่ความเสี่ยงและประสบปัญหาการล้มละลายในท้ายที่สุด การเกิดทั้งปัจจัยทั้งภายใน (เช่น การดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายโดยการลดอัตราดอกเบี้ย) และปัจจัยภายนอก (เช่น ราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก) ที่นำมาสู่ปัญหาเงินเฟ้อและภาวะของแพง การขาดการพัฒนาทางด้านทุนมนุษย์ของประเทศ เช่น ระบบการศึกษาและสาธารณสุขที่นำมาสู่ปัญหาการว่างงานและการได้รับค่าจ้างต่ำ รวมไปถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำที่นำมาสู่ปัญหาความยากจน และปัญหาทางสังคมอื่นๆ ตามมา เป็นต้น

นอกจากนี้ แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์นโยบาย (Normative Economics) ยังพยายามอธิบายถึงนโยบายสาธารณะ (Public Policies) ที่ควรจะกระทำภายใต้แนวทางของ นิโรธ หรือ การดับสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ต่างๆ เช่น การกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะเศรษฐกิจถดถอยโดยการใช้นโยบายการเงินและการคลัง การดำเนินนโยบายทางด้านสาธารณสุขและการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพของทุนมนุษย์ในประเทศ การลดความเหลื่อมล้ำและจัดสรรการกระจายรายได้ที่ดี เป็นต้น

อย่างไรก็ดี เนื่องจากการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์แบบตะวันตกที่กล่าวมาข้างต้น มักให้คำนิยามการวิเคราะห์ในเชิงวัตถุวิสัย (Objective) ภายใต้การกำหนดอรรถประโยชน์ (Utility) สูงสุดจากการบริโภคนิยม ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางจัดการที่ตื้นเขิน ไม่สามารถเข้าถึงธรรมชาติที่เป็นแกนกลางของความสุขของมนุษย์ได้อย่างแท้จริง เพราะเป็นการพยายามจัดสรรทรัพยากรเพื่อตอบสนองต่อ “ความอยากหรือความโลภ” ของมนุษย์ แต่แท้จริงแล้วการเข้าถึง “มรรค” หรือแนวปฏิบัติที่นำไปสู่หรือนำไปถึงความดับทุกข์นั้น สามารถเกิดขึ้นได้จากการเป็นอิสระจากความโลภหรือความอยากดังกล่าว ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ที่นอกจากจะง่ายกว่ามากแล้ว ยังไม่ทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอันสิ้นเปลือง (ซึ่งเป็นการตอบสนองแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์)

แนวคิดทางพุทธเศรษฐศาสตร์ (Buddhism Economics) และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ให้ความสำคัญถึง ความพอเพียง การมีเหตุมีผล และความพอประมาณ (3 ห่วง) ภายใต้องค์ความรู้และคุณธรรม (2 เงื่อนไข) จึงเป็นการยกระดับและพัฒนาแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์กระแสหลักของชาติตะวันตกให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ง่ายขึ้น วิธีการของชาวพุทธในการระงับความอยากเหล่านี้จึงเป็นการเข้าใจถึงแนวคิดของอริยสัจ 4 ที่มีอายุถึง 2,600 ปีนี้ได้อย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

หนี้ครัวเรือนลด เหตุเข้าถึงสินเชื่อยาก ไม่ใช่ฐานะดีขึ้น

หนี้ครัวเรือนลด เหตุเข้าถึงสินเชื่อยาก ไม่ใช่ฐานะดีขึ้น