posttoday
การใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม

การใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม

11 มีนาคม 2553

...ภุมรัตน์ ทักษาติพงษ์

ในประเทศประชาธิปไตยตะวันตก ซึ่งมีการปกครองโดยหลักนิติรัฐ เขาได้ให้ความสำคัญแก่เสรีภาพในการชุมนุมแสดงความคิดเห็น เพราะความคิดเห็นมาจากสมองของคน แต่ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นสำคัญ แต่ละประเทศจะมีกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุม เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้เสรีภาพบิดเบือนไปจากหลักการ เช่น ใช้คำพูดในลักษณะปลุกระดม ปลุกปั่น ข่มขู่ คุกคามผู้อื่น ยุแหย่ให้คนแตกแยกกัน ให้คนชิงชังกัน การชุมนุมแสดงความคิดเห็นต้องมีขอบเขต การใช้เสรีภาพของคุณต้องไม่ไปละเมิดเสรีภาพของคนอื่น เพราะไม่มีใครมีเสรีภาพเหนือใคร นี่คือหลักการของการใช้สิทธิเสรีภาพ

ในประเทศประชาธิปไตยตะวันตก ผู้ที่จัดการชุมนุมแสดงความคิดเห็น ฯลฯ ต้องขออนุญาตจากตำรวจท้องที่ หรือรัฐบาลท้องถิ่น หรือจากคณะกรรมการเพื่อการชุมนุมที่ตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยแจ้งวัตถุประสงค์ ระยะเวลา พื้นที่ที่จะชุมนุม จำนวนคนที่จะเข้าร่วมชุมนุม จะใช้เส้นทางไหนบ้างในการเดินขบวน เพื่อว่าเจ้าหน้าที่จะจัดการอำนวยความสะดวกให้ และไม่ให้ประชาชนทั่วไปเดือดร้อน หรือไปละเมิดสิทธิของคนอื่น

บางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น กำหนดให้ผู้จัดการชุมนุมต้องขออนุญาตล่วงหน้า 5 วันอย่างน้อย โดยแกนนำอย่างน้อย 3 คนต้องไปลงทะเบียนไว้ เพราะหากมีอะไรเกิดขึ้น แกนนำต้องรับผิดชอบ ส่วนเรื่องอื่นก็คล้ายๆ กัน แต่ที่เจ้าหน้าที่เน้นมากคือ ต้องไม่ใช้ความรุนแรง ไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนทั่วไป ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยนั้นอาจแตกต่างกันไป เช่น ห้ามใช้คำพูดข่มขู่ คุกคาม ใช้ภาษาหยาบคาย ห้ามก้าวร้าว ห้ามเรียกคนอื่นว่า ไอ้งั่ง ฯลฯ

เงื่อนไขสำคัญประการหนึ่ง คือ ผู้ชุมนุมต้องไม่พูดจาหรือแสดงท่าทีข่มขู่คุกคามคนอื่น หรือปลุกระดมให้คนขัดแย้งกัน แตกแยกกัน เกลียดชังกัน ทำร้ายกันหรือทำความเสียหายแก่ทรัพย์สินสาธารณะ

ถ้าถึงเวลาที่ตกลงกันไว้แล้วผู้ชุมนุมยังไม่ยอมเลิก หรือเปลี่ยนเส้นทางเดิน หรือทำผิดกฎหมายหรือผิดจากที่ตกลงกันไว้ ตำรวจสามารถระงับการชุมนุมหรือควบคุมตัวแกนนำได้ทันที และโดยทั่วไป แกนนำผู้ชุมนุมมักปฏิบัติตามกฎหมายและเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ ต่างฝ่ายต่างเคารพหน้าที่และบทบาทของกันและกัน เจ้าหน้าที่จะไม่เข้าไปแทรกแซง ตราบใดที่ยังเคารพกฎหมาย ส่วนผู้ชุมนุมก็ไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมายหรือผิดข้อตกลงทำให้ไม่เหนื่อยด้วยกันทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ดี มักจะมีพวกที่ชุมนุมประท้วงเป็นอาชีพ โดยหาประเด็นชุมนุมประท้วงได้ตลอดเวลา จนได้รับฉายาว่าเป็น “นักประท้วงอาชีพ” นอกจากนั้น มักจะมีกลุ่มที่นิยมใช้ความรุนแรงแทรกเข้ามาด้วยเสมอ หรือมีนักยั่วยุเพื่อให้เกิดความรุนแรง ด้วยเหตุนี้ เจ้าหน้าที่จะแยกพวกที่ชุมนุมประท้วงโดยสงบออกจากพวกที่นิยมใช้ความรุนแรงซึ่งเป็นกลุ่มเล็กๆ เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการการชุมนุม เจ้าหน้าที่จะสนใจดูแลกลุ่มหัวรุนแรงเป็นสำคัญ

บางประเทศออกกฎหมายเฉพาะนำมาใช้ช่วงการชุมนุมประท้วงที่คิดว่าอาจนำไปสู่ความรุนแรง ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการเข้าควบคุมตัวบรรดาหัวโจกโดยไม่ต้องขอหมายศาล หรือควบคุมตัวไว้ได้ระยะหนึ่ง เมื่อการชุมนุมยุติ กฎหมายนี้ก็เลิกไป บางประเทศประกาศให้วันชุมนุมใหญ่เป็นวันหยุดเพื่อไม่ให้กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน

ธรรมชาติมีส่วนช่วยให้การชุมนุมสลายตัวเร็วกว่ากำหนด หลายครั้งเกิดฝนตกขึ้นมา ทำให้ผู้ชุมนุมเปียกปอนไปตามๆ กัน จนต้องเลิกการชุมนุมเร็วกว่ากำหนด หรือมีคนมาร่วมชุมนุมน้อยกว่าที่คาด

ประเภทที่ปลุกระดมให้คนเตรียมขวดน้ำมันไว้เผาบ้านเผาเมือง หรือยุให้จับลูกเมียของผู้นำประเทศเป็นตัวประกัน หรือจับผู้นำมาประหารหากชนะ หรือต้องการทำให้บ้านเมืองเป็นอัมพาต เศรษฐกิจประเทศเสียหาย ประเภทที่ชุมนุมไปตะโกนไปว่า ฆ่ามันๆ หรือเอารถก๊าซมาข่มขู่ชาวบ้าน หรือจะเผาชุมชนที่ไม่ร่วมมือ หรือปลุกระดมว่าไม่ชนะไม่เลิก ต้องชนะอย่างเดียวเท่านั้น แพ้ไม่เป็น โดยเอาชาติบ้านเมืองเป็นตัวประกัน แม้บ้านเมืองจะพังยับเยินแต่ขอให้ตัวเองชนะก็พอ ฯลฯ เช่นเมืองไทย ในประเทศประชาธิปไตยตะวันตก ไม่มี

ยังไม่พบว่า มีประเทศไหนที่แกนนำยิ่งชุมนุมยิ่งรวย หรือ “สู้แล้วรวย” แบบเมืองไทย

แม้ไทยไม่มีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมเป็นการเฉพาะ (ต่อไปน่าจะมี) แต่ก็มีกฎหมายอาญาที่สามารถนำมาใช้ได้ อาทิ มาตรา 85, 113, 114, 116, 117 เป็นต้น สำหรับผู้ที่มาชุมนุมโดยใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ตามมาตรา 63 ก็อย่าลืมใช้มาตรา 68 ด้วย และอย่าใช้แต่สิทธิเสรีภาพเท่านั้น คนไทยต้องตระหนักถึงหน้าที่ของปวงชนชาวไทยในมาตรา 71 ที่เมืองไทยวุ่นอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

ในฐานะประชาชนคนไทยและคน กทม.คนหนึ่ง ขอถือโอกาสนี้เป็นตัวแทนของเพื่อนฝูง คนรู้จักอีกมากมายที่มาขอให้ประกาศว่า พวกเขาต้องการให้เศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวเดินหน้าไปด้วยดี ไม่ต้องการให้ใครมาขัดขวางการฟื้นตัวเศรษฐกิจของประเทศ เพราะประเทศบอบช้ำมากพอสมควรแล้ว คนไทยไม่ควรซ้ำเติมประเทศอีก การชุมนุมโดยสงบสามารถทำได้ แต่หากเกิดความรุนแรงขึ้นมา ผู้นำที่อยู่ต่างประเทศและแกนนำการชุมนุม รวมทั้ง สส.พรรคฝ่ายค้าน จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน