
เปรมแช่งคนโกงไล่พ้นสังคม
“ป๋าเปรม” ตะเพิดคนชั่วพ้นบ้านเมือง ใครโกงขอให้ประสบเคราะห์กรรมต่อตัวเอง ครอบครัว และวงศ์ตระกูล
“ป๋าเปรม” ตะเพิดคนชั่วพ้นบ้านเมือง ใครโกงขอให้ประสบเคราะห์กรรมต่อตัวเอง ครอบครัว และวงศ์ตระกูล
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวในงานสัมมนาเผยแพร่มาตรการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบาย ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตอนหนึ่งว่า ต้องการให้ช่วยกันเชิญคนดีเข้ามาปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ เชิญคนไม่ดีออกไปจากสังคมคนดี เชิญคนที่ไม่ดีไปอยู่ในส่วนของสังคมคนไม่ดี นั่นเพราะชาติบ้านเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีคนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ
“ใครจะเอาชาติไทยไปทำไม่ดีไม่งาม จะต้องได้รับความชั่วตลอดชีวิต” พล.อ.เปรม กล่าว
พล.อ.เปรม กล่าวอีกว่า คำนิยามการทุจริตเชิงนโยบายเป็นการทุจริตที่เกิดจากผู้กำหนดนโยบายสาธารณะคือคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่วนตัวเห็นว่า ถ้า ครม.เป็นผู้กำหนดนโยบายสาธารณะก็ไม่น่าเป็นห่วง เพราะ ครม.น่าจะเป็นกลุ่มคนดี คนฉลาด มีความรู้ สำนึกดี น่าจะเป็นคนที่รักชาติ ทำงานเพื่อชาติ
นอกจากนี้ ครม.ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ จึงเห็นว่าไม่น่าจะวิตก ไม่น่าจะมีปัญหา เว้นแต่บังเอิญคนไทยโชคไม่ดี
“สำหรับ ครม. เราพูดได้ชัดเจนว่า ทุกท่านอาสาสมัครมาเพื่อปกครองชาติบ้านเมือง พัฒนาบ้านเมืองให้เจริญรุ่ง ครม.ก็จำต้องรักษาสัญญานั้น” พล.อ.เปรม กล่าว
องคมนตรี กล่าวอีกว่า การโกงเป็นโรคร้ายแรงรักษาให้หมดไปจากโลกนี้ไม่ได้ ประเทศไทยถูกจัดอันดับการโกงอยู่ที่ 80 จาก 183 ประเทศทั่วโลก และเป็นที่ 10 จาก 26 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นสิ่งที่ชาวไทยไม่พอใจ อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าหากคนไทยร่วมกันปราบโกงจะช่วยลดอันดับเหล่านั้นลงมาได้
อย่างไรก็ตาม การสัมมนาครั้งนี้จะช่วยเตือนคนในชาติให้สำนึกรู้ว่า 1.การโกงเป็นสิ่งไม่ดีเป็นสิ่งน่าละอายเป็นสิ่งชั่วร้าย 2.ผู้ใดโกงเมื่อถูกจับได้ จะประสบเคราะห์กรรมต่อตัวเอง ครอบครัว ลูกหลาน และวงศ์ตระกูล
3.ผู้ใดเป็นคนโกง คนจะชี้หน้าด่าทอว่า คุณกำลังทรยศหักหลังชาติของคุณเอง
4.ชาติของเราจะถูกเหยียดหยามดูหมิ่นดูแคลนจากนานาประเทศ อาจจะถึงขั้นที่เขารังเกียจที่จะคบค้าสมาคม 5.การจัดสัมมนาจะทำให้คนไทยรักชาติ และคิดช่วยชาติ ไม่ยอมให้ใครดูหมิ่นเหยียดหยามชาติ
“ขออำนวยพรให้พระสยามเทวาธิราชจงคุ้มครองคนดีคนไม่โกง และขอพระสยามเทวาธิราชจงสาปแช่งคนไม่ดี คนโกงด้วย” พล.อ.เปรม กล่าว
ด้าน นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวในหัวข้อบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหารว่า การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีการวางกรอบตามประมวลจริยธรรมอย่างสวยหรู แต่ในการปฏิบัติยังต้องมีกลไกลในการตรวจสอบประมวลจริยธรรมด้วย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ในส่วนของข้าราชการทางการเมือง ยังไม่มีกลไกในการตรวจสอบจริยธรรม ซึ่งผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบหลักต่อการดูแลจริยธรรมข้าราชการทางการเมือง คือ นายกรัฐมนตรี ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจะต้องบังคับใช้ประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างเคร่งครัด
“หากนายกฯ จะแต่งตั้งข้าราชการมาใช้อำนาจรัฐ ก็ควรตรวจสอบพฤติ กรรมอย่างละเอียด ต้องดูตั้งแต่อดีตและมองไปยังอนาคตว่า จะส่งผลเสียกับประเทศหรือไม่” นางผาณิต กล่าว







