
กทช.ย้ำใช้กม. คุมวิทยุเคเบิลปลุกปั่นติดคุก
โพสต์ทูเดย์
— กทช. ขานรับ พ.ร.บ.ความมั่นคง เล็งใช้ พ.ร.บ.วิทยุฯ เต็มรูปแบบ หวังรับมือม็อบเสื้อแดง พร้อมยึดไลเซนส์หากผู้ประกอบการฝ่าฝืนนายประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ ว่าที่ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้ นายฐากร ตันฑสิทธิ์ รักษาการเลขาธิการ กทช. เป็นผู้ประสานงานกับรัฐบาลและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในช่วงระหว่างการชุมนุม เพื่อปฏิบัติตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประกาศใช้ พ.ร.บ.รักษาการความมั่นคงภายในราชอาณาจักร 2551 ของรัฐบาล มีผลบังคับใช้ในระหว่างวันที่ 11
– 23 มี.ค. 2553ทั้งนี้ ได้ตั้ง กทช. 4 ท่านให้มีอำนาจในการตัดสินใจกรณีฉุกเฉินในช่วงการชุมนุม ได้แก่ นายประสิทธิ์ นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร พ.อ.นที ศุกลรัตน์ นายบัณฑูร สุภัควณิช เพื่อแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้สำนักงาน กทช. ทำหนังสือถึงผู้ประกอบการกิจการโทรคมนาคม และผู้ประกอบการต่อเนื่องการถ่ายทอดสัญญาณดาวเทียม รวมถึงผู้ประกอบการวิทยุชุมชนและเคเบิลทีวี ที่มาขึ้นทะเบียนเพื่อให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการออกใบอนุญาตอย่างเคร่งครัด หากพบผู้ประกอบการใดใช้คลื่นความถี่เพื่อปลุกระดม ยุยงก่อให้เกิดให้เกิดความรุนแรง จะดำเนินการตามกฎหมาย คือทั้งยกเลิกใบอนุญาต และจำคุกไม่ต่ำกว่า 5 ปี
พ.อ.นที กล่าวว่า กทช.ได้กำชับผู้ให้บริการทีวีดาวเทียม จะต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม 2544 อย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 5 ปี ขณะเดียวกันก็ต้องเฝ้าติดตามการออกอากาศของวิทยุชุมชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการวิทยุชุมชนมาลงทะเบียนไว้แล้ว 6,700 สถานี ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการออกใบอนุญาตชั่วคราว ว่าจะไม่มีเนื้อหาการปลุกระดม ไม่ล้มล้างการปกครอง และต้องบันทึกเทปการออกรายการย้อนหลัง 30 วัน เพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง และหากไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขก็ถือว่าผิดกฎหมายพ.ร.บ.ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ 2551 ที่มีบทลงโทษยกเลิกใบอนุญาตชั่วคราวทันที
นายพนา ทองมีอาคม กรรมการ กทช. กล่าวว่า แม้เคเบิ้ลทีวีจะมีอิสระในการเสนอรายการข่าวต่างๆ แต่ทา ง กทช.ได้ขอความร่วมมือไม่ให้เสนอเนื้อหาที่ปลุกระดม ยุยงการก่อให้เกิดการจลาจล และเหตุการณ์วุ่นวาย ดังนั้นการเสนอเนื้อหาของสื่อต่างๆ ก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เสนอไปด้วย เพราะสภาพเหตุการณ์นี้สื่ออาจมีบทบาทมาก จึงขอให้สื่อดูแลการเผยแพร่ข่าวด้วยความระมัดระวัง โดยสิทธิเสรีภาพของสื่อยังคงมีเหมือนเดิม เพียงแต่ต้องทำด้วยความรอบคอบ







