
พท.งัดทุกกลยุทธ์หวั่นแพ้ซ้ำซาก เลือกตั้งอบจ.เชียงราย
ศึกช้างชนช้างชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย วันอาทิตย์ที่ 27 พ.ค.นี้
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
ศึกช้างชนช้างชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย วันอาทิตย์ที่ 27 พ.ค.นี้ ไม่ใช่แค่การวัดบารมี 2 ตระกูลใหญ่ในพื้นที่ระหว่าง “จงสุทธนามณี” และ “ติยะไพรัช” เท่านั้น แต่จะเป็น “ดัชนี” ชี้วัดอนาคตการเมืองที่สำคัญ
โดยเฉพาะต่อพรรคเพื่อไทยที่เดิมพันเลือกตั้งสนามนี้สูงเสียจนแพ้ไม่ได้...
ทั้งเพื่อกู้ขวัญและกำลังใจหลังความพ่ายแพ้ต่อเนื่องในสนามเลือกตั้งทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นแบบติดๆ ตลอดช่วงเดือนกว่าที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศระหองระแหงระหว่าง “เพื่อไทย” และ “เสื้อแดง” จนสะท้อนผ่านผลการเลือกตั้งท้องถิ่นหลายแห่ง
บทเรียนตั้งแต่ “ปทุมธานีโมเดล” ที่ประชาธิปัตย์ฝ่ากระแสคนเสื้อแดงเข้าไปปักธงในพื้นที่ผูกขาดมายาวนาน ยังเป็นโจทย์ที่เพื่อไทยแก้ไม่ตก ซ้ำยังลุกลามบานปลายขยายวงไปพื้นที่อื่นๆ
สัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยพ่ายแพ้แบบยกทีม 24 ที่นั่ง ในการชิงตำแหน่งนายกเทศบาลนครอุดรธานี และสมาชิกสภาเทศบาลนครอุดรธานี ทั้งที่เป็นพื้นที่เมืองหลวงเสื้อแดงในภาคอีสาน
ไม่ต่างจากสมาชิกสภาเทศบาลนครนคร สวรรค์ ไปจนถึงตำแหน่งนายก อบจ.กาญจนบุรี ฯลฯ มีแต่ฉุดให้ “เพื่อไทย” จมปลักอยู่กับความพ่ายแพ้ แถมยังซ้ำเติมสถานการณ์ให้รัฐบาลที่กำลังเผชิญกับมรสุมหนักอยู่แล้ว ยังต้องสั่นคลอนหนักขึ้น
ความพ่ายแพ้ของเพื่อไทยจึงเหมือน “โดมิโน” ที่กำลังล้มต่อๆ กันไปเป็นทอดๆ ด้วยเหตุผลทางด้านขวัญและกำลังใจ และมีแรงหนุนด้วยความไร้ประสิทธิภาพบริหารงานของรัฐบาล
ทางเดียวที่จะหยุดสถานการณ์นี้ไว้ได้ คือ ต้องตัดตอนการล้มของโดมิโนไม่ให้ลุกลามไปยังจังหวัดอื่นๆ โดยเฉพาะในช่วงที่สนามเลือกตั้งท้องถิ่นหลายจังหวัดทยอยเปิดคูหา
ในเชิงยุทธศาสตร์ “เพื่อไทย” จึงไม่อาจเสียเก้าอี้นายก อบจ.เชียงรายได้
เหตุผลแรก พื้นที่เชียงรายถือเป็นฐานที่มั่นของพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง การปล่อยให้กลุ่มอื่นที่ไม่ใช่ทั้ง “เพื่อไทย” และ “เสื้อแดง” ชนะเลือกตั้งเข้ามา ย่อมส่งผลต่อฐานเสียงในระยะยาว และกระทบถึงการเลือกตั้งในสนามใหญ่อย่างเลี่ยงไม่ได้
เหตุผลที่ 2 ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ “วันชัย จงสุทธนามณี” ในเสื้อพรรคภูมิใจไทย เอาชนะ “สมพงษ์ กูลวงศ์” จากพรรคเพื่อไทย ในสนามเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองเชียงรายไปหมาดๆ การเสียแชมป์ในเก้าอี้นายก อบจ.อีกครั้ง ย่อมสะเทือนขวัญพรรคเพื่อไทยอย่างรุนแรง และอาจลุกลามไปยังพื้นที่อื่นๆ อีกด้วย
เหตุผลที่ 3 เลือกตั้งครั้งนี้ยังเป็นการวัดบารมี “ยงยุทธ ติยะไพรัช” อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และถือเป็นขุนพลสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงต้องสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ หากพ่ายแพ้ในสนามบ้านเกิดของตัวเอง ย่อมกระทบกับตำแหน่งแห่งหนในอนาคตหลังพ้นโทษแบนจากสมาชิกบ้านเลขที่ 109
ที่สำคัญ เลือกตั้งเที่ยวนี้ “เพื่อไทย” ส่ง “สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช” ภรรยา “ยงยุทธ” มาลงสนามด้วยตัวเอง หากพ่ายแพ้ย่อมส่งผลเสียหายหลายเท่าตัว
ทว่า ไม่ใช่งานง่ายนัก เพราะเลือกตั้งรอบนี้ “สลักจฤฎดิ์” ต้องท้าชิงตำแหน่งกับแชมป์ 2 สมัยอย่าง “รัตนา จงสุทธนามณี” ที่ฐานเสียงแน่นปั้กในพื้นที่
งานนี้เพื่อไทยจึงต้องทุ่มหมดหน้าตักเพื่อชิงแชมป์ให้ได้ เริ่มตั้งแต่การจัดทัพหลวง ขนรัฐมนตรี สส. ลงพื้นที่แบบไม่มีขาด สัปดาห์ที่ผ่านมา “สามารถ แก้วมีชัย และพิเชษฐ์ เชื้อเมือง” สส.เชียงราย ยุรนันท์ ภมรมนตรี สุนัย จุลพงศธร สส.บัญชีรายชื่อ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ขึ้นเวทีปราศรัย
ยิ่งเข้าใกล้โค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง บรรยากาศหาเสียงยิ่งเริ่มดุเดือด!!!
ไม่ว่าจะเป็นกระสุนดินดำที่ว่ากันว่าทุ่มไม่อั้น จัดหนัก จัดเต็มแล้ว แว่วว่าแรงบีบจากฝ่ายการเมืองผ่านไปยังข้าราชการหน่วยงานต่างๆ ยังหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ บางส่วนมีการสลับสับเปลี่ยนตัวข้าราชการในหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องโยงใยกับการเลือกตั้ง
เสียงสะท้อนจากหัวคะแนนของฝ่ายแชมป์เก่าเริ่มอึดอัด หลังถูกประกบติดจนยากจะเคลื่อนไหว แม้เช็กเสียงเวลานี้จะดูเป็นต่อจากการลงพื้นที่ต่อเนื่อง แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าหากสถานการณ์แรงบีบยังเป็นเช่นนี้ หรือหนักข้อขึ้นในช่วงสุดท้าย ย่อมส่งผลต่อการลงคะแนนได้
สถานการณ์ของ “เพื่อไทย” เวลานี้หนักหน่วงขึ้น เพราะไม่ใช่แค่การล้มแชมป์เก่าเท่านั้น แต่ต้องมาขอแบ่งคะแนนกับ “สฤษฎ์ อึ้งอภินันท์” อดีต สส.ไทยรักไทยและพลังประชาชน ที่มาลงสนามท้องถิ่นเที่ยวนี้ด้วยเรื่องบาดหมางกันเองภายในพรรค
ทว่า วงในแล้วเหมือนจะมีการเคลียร์กันลงตัว “สฤษฎ์” แทบไม่ออกแอ็กชันลงพื้นที่หาเสียงเอาจริง ปัญหาเรื่องการแบ่งคะแนนกันเองระหว่างคนของเพื่อไทยจึงไม่น่ามีปัญหา
ส่วนจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ผลการเลือกตั้งรอบนี้จะเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญของ “ยงยุทธ ติยะไพรัช” และพรรคเพื่อไทยกับอนาคตการ เมืองต่อไป







