posttoday
รัฐชู 9 แผน 5 แนงทางดับไฟใต้

รัฐชู 9 แผน 5 แนงทางดับไฟใต้

18 พฤษภาคม 2555

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อบูรณาการแผนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ที่มี

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อบูรณาการแผนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ที่มี

พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปต.) เป็นประธานประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อมอบนโยบายและชี้แจงการบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ร่วมกับ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 มารวมกันกำหนดยุทธศาสตร์ย่อยทั้งสิ้น 29 ข้อ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงาน และแผนงานให้ไปในทางเดียวกัน โดยจะประเมินผลทุก 3 เดือน ภายใต้งบประมาณ แก้ปัญหาในปี 2555 มีอยู่ราว 1.9 หมื่นล้านบาท ส่วนปี 2556 มีอยู่ราว 2 หมื่นล้านบาท จึงต้องมีการปรับแผนงานและโครงการ ให้สอดคล้องกัน โดยจะต้องส่งข้อมูลมาให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ภายในวันที่ 24 พ.ค.นี้

รัฐชู 9 แผน 5 แนงทางดับไฟใต้

พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญต่อการแก้ปัญหาดังกล่าว จึงกำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการในปีแรก เพราะต้องการเร่งนำสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่กลับคืนมา ซึ่งภายหลังจากได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธาน กปต.ก็มอบหมายให้ สมช.จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 8-11 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อจัดทำร่าง “แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2555-2557” โดยเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างยุทธศาสตร์ของ ศอ.บต.ที่เน้นด้านการพัฒนากับยุทธศาสตร์ของ กอ.รมน.ที่เน้นด้านความมั่นคงเป็น “ยุทธศาสตร์ร่วม”

ด้าน พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า สาระสำคัญของการแก้ปัญหาภาคใต้ตามแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าว มี 2 ส่วน ส่วนแรก คือสาระสำคัญของแผนปฏิบัติการฯ ที่จะเน้นการเชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐบาลภายใต้วัตถุประสงค์ 9 ข้อ ประกอบด้วย 1.การเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้และทุกคนในพื้นที่ดำรงชีวิตได้ปกติสุข 2.การขจัดและป้องกันไม่ให้เกิดเงื่อนไขที่หล่อเลี้ยงและเอื้อต่อการใช้ความรุนแรงจากทุกฝ่าย 3.การเสริมสร้างความเข้าใจและฟื้นคืนความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชน และระหว่างประชาชนด้วยกัน ให้เกิดความร่วมมือ 4.การพัฒนาเป็นไปอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่กระจายตัวอย่างเท่าเทียมกันในทุกระดับ

5.การเสริมสร้างการเรียนรู้และสร้างความตระหนักในคุณค่าของการอยู่ร่วมกัน ภายใต้ความหลากหลายของวิถีชีวิตและวัฒนธรรม 6.การเสริมสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้กับสังคมไทย เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เป็นจริง และตระหนักถึงความรับผิดชอบร่วมกัน 7.การทำให้สังคมภายนอกประเทศให้การสนับสนุน และมีบทบาทเกื้อกูลการแก้ไขปัญหา 8.การสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมและเอื้อต่อการพูดคุยในการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง 9.การดำเนินนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปอย่างมีระบบ มีเอกภาพ มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ในส่วนที่สอง คือ แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มี 5 ประการ 1.ให้ทุกส่วนราชการใช้แผนปฏิบัติ การฯ เป็นหลักในการทบทวนปรับปรุงแผนงาน โครงการ และงบประมาณ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ร่วม 2.ให้ส่วนราชการระดับกระทรวงจัดตั้งกลุ่มงานรับผิดชอบการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3.ในกรณีที่จำเป็นต้องมีการบูรณาการภารกิจงานที่มีความเชื่อมโยงกับหลายหน่วยงาน อาทิ กปต.อาจตั้งอนุกรรมการรับผิดชอบเฉพาะเรื่องหรือเฉพาะกรณี 4.กปต.กำหนดให้มีการประชุม ทั้งตามวงรอบและในกรณีเร่งด่วน โดยจัดทำรายงานเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ทุก 3 เดือน และ 5.ให้มีการจัดตั้งสำนักงานเลขานุการ กปต.เรียกว่า สล.กปต.เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน

ด้าน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งรัดที่จะทำอย่างไรก็ได้ที่จะนำสันติสุขมาสู่ภาคใต้ ซึ่งต้องยอมรับว่าภาคใต้ต้องให้ความสำคัญเรื่องการศึกษา เพราะกลุ่มประชากรจะอยู่ในวัยการศึกษาค่อนข้างเยอะ การศึกษาเท่านั้นที่จะเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว ดังนั้นการแก้ปัญหาด้านความคิดได้ก็จะดีขึ้น เพราะการใช้ความรุนแรงไม่สามารถแก้ปัญหาภาคใต้ได้ และความรุนแรงไม่ได้มาจากปัจจัยเรื่องศาสนา

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69