posttoday
กรีซผ่าทางตันเลือกตั้งรอบสอง จับตาคูหานี้ชี้ชะตา'ยูโรโซน'

กรีซผ่าทางตันเลือกตั้งรอบสอง จับตาคูหานี้ชี้ชะตา'ยูโรโซน'

18 พฤษภาคม 2555

หลังการเจรจาต่อรองทางการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ผ่านพ้นไปกว่า 2 สัปดาห์บนความล้มเหลว

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

[email protected]

หลังการเจรจาต่อรองทางการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ผ่านพ้นไปกว่า 2 สัปดาห์บนความล้มเหลว ในที่สุดกรีซก็ได้ประกาศการเลือกตั้งรอบสองขึ้นในวันที่ 17 มิ.ย. โดยมีประธานศาลปกครอง ปานาจิโอติส ปิกรัมเมนอส เป็นผู้นำรัฐบาลเฉพาะกาลคนนอก บริหารงานไปพลางก่อนในช่วงนี้

กรีซอาจผ่าทางตันทางการเมืองได้สำเร็จหลังการเลือกตั้งใหม่ แต่ก็ใช่ว่าทั่วโลกจะรู้สึกดีใจไปกับคนกรีซ เพราะทางออกทางการเมืองของกรีซครั้งนี้ ไม่ใช่ทางออกของยูโรโซนด้วย

ตรงกันข้าม ผลที่ได้อาจเป็นจุดแตกหักครั้งใหญ่ของเอกภาพกลุ่มยูโรโซน 17 ประเทศ และชะตากรรมของเศรษฐกิจโลก

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการเมืองของกรีซกำลังเป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่กุมชะตาของวิกฤตการณ์ยุโรปรอบใหม่นี้

แต่เดิมนั้น การไร้เสถียรภาพทางการเมืองเนื่องจากไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นพรรคนิว เดโมเครซี และพรรคปาซก ที่หนุนนโยบายรัดเข็มขัด หรือพรรคฝ่ายซ้ายไซริซา ที่ต่อต้านมาตรการอดออม และการที่ทั้งสามพรรคไม่สามารถเป็นผู้นำการจัดตั้งรัฐบาลผสมได้นั้น ทำให้อนาคตของกรีซตกอยู่ในภาวะที่คลุมเครือ จนส่งผลให้การแก้ปัญหาหนี้ยุโรปต้องสั่นคลอนไปด้วย เพราะไม่รู้ว่าที่สุดแล้วจะได้รัฐบาลฝ่ายขวาที่ยอมทำตามเงื่อนไขเดิมต่อ หรือได้รัฐบาลฝ่ายซ้ายที่พร้อมจะฉีกสัญญาและก้าวออกจากการเป็น 1 ใน 17 สมาชิกกลุ่มประเทศยูโรโซน

ความไม่แน่นอนดังกล่าวได้สะท้อนด้านลบออกมาอย่างรุนแรงผ่านตลาดทุนทั่วโลก ทั้งราคาหุ้น น้ำมัน ทองคำ และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ที่ดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาของกรีซ เมื่อวันที่ 6 พ.ค. จนกรีซต้องหาทางออกด้วยการประกาศวันเลือกตั้งรอบที่ 2

ทว่าการประกาศเลือกตั้งใหม่กำลังจะทำให้ความไม่แน่นอนที่โลกไม่อยากเห็น เป็นความจริงขึ้นมา

กรีซผ่าทางตันเลือกตั้งรอบสอง จับตาคูหานี้ชี้ชะตา'ยูโรโซน'

เพราะรัฐบาลฝ่ายซ้ายพรรคไซริซา ที่ประกาศชัดเจนว่าไม่เอาด้วยกับแผนรัดเข็มขัด มีแนวโน้มสูงว่าจะได้เสียงสนับสนุนจากประชาชนชาวกรีซ ผู้ต่อต้านการรัดเข็มขัดชัดเจนมากขึ้น จนเปลี่ยนจากพรรคที่ได้คะแนนลำดับที่ 2 ขึ้นมาเป็นลำดับที่ 1 และสามารถขึ้นเป็นผู้นำรัฐบาลผสมชุดใหม่ของกรีซได้ในที่สุด

ผลสำรวจความเห็นประชาชนชาวกรีซล่าสุดของ วีพีอาร์ซี โพล ระบุว่า แม้ประชาชนส่วนใหญ่ 59% จะต้องการเห็นพรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้ได้มากกว่าการเลือกตั้งรอบสอง ทว่าหากต้องเข้าคูหาอีกครั้งหนึ่งจริง ชาวกรีกก็จะเลือกพรรคไซริซาที่ยืนอยู่เคียงข้างประชาชนมากที่สุด ในสัดส่วน 20.3%

และแน่นอนว่าการขึ้นมาของพรรคไซริซายังหมายถึง “ความเปลี่ยนแปลง” ที่ต้องเกิดขึ้นกับ “มาตรการรัดเข็มขัด” ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วกลุ่มยูโรโซนด้วย

เพราะแม้เยอรมนีจะเป็นเจ้าของเงินกู้รายใหญ่ที่ลั่นวาจาว่าจะไม่มีการแก้ไขสัญญาใดๆ เด็ดขาด และแม้ว่ากรีซจะตกอยู่ในสถานะลูกหนี้ที่จนตรอกจนไม่เหลือทางเลือกอะไรอีกแล้ว

แต่การปล่อยให้กรีซผิดนัดชำระหนี้และเดินออกจากกลุ่มยูโรโซนตามวิถีของคนจนตรอกนั้น จะเป็น “หายนะ” ของยูโรโซนไปด้วย ชนิดที่ยุโรปไม่มีทางปล่อยให้เกิดขึ้นเด็ดขาด

โรเบิร์ต โซลลิค ประธานธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้กล่าวไว้ว่า หากกรีซต้องออกจากกลุ่มยูโรโซนจริง จะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงสุดขีด ชนิดที่ไม่ต่างอะไรกับเมื่อครั้งวาณิชธนกิจ เลห์แมน บราเธอร์ส ในสหรัฐ ล้มละลายลงเมื่อปี 2008 และถือเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตการณ์ในภาคการเงินทั่วโลก

หากกรีซเดินออกจากกลุ่มยูโรโซนและหันกลับไปใช้สกุลเงินดรักมาดังเดิม ผู้ที่ต้องเจ็บปวดที่สุดจะไม่ได้มีแค่กรีซ หากแต่เป็น “สเปน” และ “อิตาลี” ที่จะถือเป็นฝันร้ายของจริงของวิกฤตการณ์หนี้ยุโรป

ปัจจุบัน สเปนกำลังเผชิญบททดสอบอย่างหนักหน่วงในตลาดทุน เศรษฐกิจของประเทศที่กลับเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้งในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ อัตราการว่างงานที่พุ่งสูงสุดทำสถิติใหม่ 24.4% พร้อมปัญหาหนี้ครั้งใหญ่ในภาคธนาคาร จนรัฐบาลต้องเข้าเทกโอเวอร์ธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 4 ของประเทศนั้น กำลังสั่นคลอนความเชื่อมั่นของสเปน ผ่านการประมูลพันธบัตรรัฐบาล

ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสเปนอายุ 10 ปี เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่โดยพุ่งขึ้น 1.4% ขึ้นไปถึง 6.46% ซึ่งถือเป็นระดับที่ยากต่อการ ไถ่ถอนหนี้คืนอย่างยิ่ง ขณะที่สเปนยังมีกำหนดการประมูลพันธบัตรเพื่อระดมทุนรอบใหม่อีก

และนอกจากผลกระทบต่อสเปนแล้ว การ ออกจากยูโรโซนของกรีซก็ยังหมายถึงความเสี่ยงของค่าเงินยูโรที่จะดิ่งลงอย่างหนักด้วย

ทางเยอรมนี ซึ่งเป็นเจ้าของกระเป๋าเงิน (กู้) ใหญ่สุด และเป็นฝ่ายที่ประกาศหนักแน่นมาตลอด ให้กรีซทำตามเงื่อนไขเดิมโดยไม่บิดพลิ้วนั้น ได้เริ่มตระหนักมากขึ้นทั้งเรื่องหายนะ หากกรีซออกจากยูโรโซน และเรื่องความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจบางส่วน ไปพร้อมกับการลดงบประมาณขาดดุลไปด้วย

นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ ซีเอ็นบีซี ของสหรัฐ เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ว่า เยอรมนีพร้อมที่จะเจรจาให้มีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจบางส่วนในกรีซ เพื่อให้เศรษฐกิจของกรีซเดินหน้าไปได้ โดยแมร์เกิลย้ำว่ามีความปรารถนาและมุ่งมั่นที่จะช่วยให้กรีซยังคงเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มประเทศยูโรโซนต่อไป ซึ่งนับเป็นการส่งสัญญาณประนีประนอมที่ชัดเจนที่สุดของพี่ใหญ่ยูโรโซน

การเลือกตั้งใหม่ของกรีซในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้ จะเป็นการตัดสินชี้ชะตายูโรโซนได้ชัดเจนที่สุดว่าจะเดินหน้าไปอย่างไร

ทว่าบางทีคำตอบซึ่งมีอยู่เพียงอย่างเดียว อาจเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วก็เป็นได้

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน