
บทเรียนจาก เจ.พี.มอร์แกน
บทบรรณาธิการเว็บไซต์สำนักข่าว กัลฟ์นิวส์ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แสดงความเห็นต่อผลขาดทุนจากการนำเงินไปลงทุนในตราสารอนุพันธ์ของ เจ.พี.มอร์แกน เชส ธนาคารรายใหญ่จากสหรัฐกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6 หมื่นล้านบาท) เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนสร้างความสั่นสะเทือนให้แก่วงการเงินไปทั่วโลก ระบุว่า แม้ เจ.พี. มอร์แกนจะสามารถผงาดขึ้นมาจากวิกฤตทางการเงินเมื่อช่วงปี 2551 ได้อย่างเข้มแข็ง จนทำให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ตนเองว่าสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว แต่ทว่าผลการขาดทุนของ เจ.พี.มอร์แกนในครั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นชัดแล้ว ไม่มีธนาคารรายไหนที่สามารถรอดพ้นจากความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงสูงได้เลย
บทบรรณาธิการเว็บไซต์สำนักข่าว กัลฟ์นิวส์ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แสดงความเห็นต่อผลขาดทุนจากการนำเงินไปลงทุนในตราสารอนุพันธ์ของ เจ.พี.มอร์แกน เชส ธนาคารรายใหญ่จากสหรัฐกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6 หมื่นล้านบาท) เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนสร้างความสั่นสะเทือนให้แก่วงการเงินไปทั่วโลก ระบุว่า แม้ เจ.พี. มอร์แกนจะสามารถผงาดขึ้นมาจากวิกฤตทางการเงินเมื่อช่วงปี 2551 ได้อย่างเข้มแข็ง จนทำให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ตนเองว่าสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว แต่ทว่าผลการขาดทุนของ เจ.พี.มอร์แกนในครั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นชัดแล้ว ไม่มีธนาคารรายไหนที่สามารถรอดพ้นจากความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงสูงได้เลย
สำนักข่าวชื่อดังแดนอาหรับ ระบุต่อว่า เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่จะเกิดจากระบบการเงินโลกและปกป้องเงินทุนของลูกค้า จะต้องมีการร่างกฎระเบียบที่บังคับให้ธนาคารทุกแห่งจะต้องแบ่งแยกการดำเนินธุรกรรมทางการเงินแบบธุรกิจรายย่อยทั่วไป เช่น ฝาก ถอน และปล่อยกู้ทั่วไป ออกจากการให้บริการซื้อขายอนุพันธ์รวมถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ ให้เกิดความชัดเจนขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า เจ.พี.มอร์แกนจะยังคงสามารถรองรับกับผลการขาดทุนมหาศาลครั้งนี้ได้ด้วยเงินทุนที่มากเป็นจำนวนมหาศาลกว่าธนาคารรายอื่นๆ และคาดว่าในไตรมาส 2 ของปีนี้ จะยังคงมีผลกำไรอยู่
แต่นี่ถือเป็นสัญญาณเตือนให้รับรู้ถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับวงการเงินทั่วโลกอีกครั้ง ซึ่งเป็นผลมาจากการซุกซ่อนปิดบังการดำเนินธุรกรรมแบบซ่อนเร้น เนื่องจากการขาดทุนของ เจ.พี.มอร์แกน ครั้งนี้อาจมีส่วนที่ยังไม่เปิดเผยอยู่อีกมาก
กัลฟ์นิวส์ ทิ้งท้ายว่า ตราบใดที่ยังไม่มีกฎระเบียบขึ้นใช้บังคับต่อธนาคารต่างๆ ที่ชัดเจน และสร้างความโปร่งใสขึ้นได้ เมื่อนั้นการตรวจสอบการดำเนินธุรกรรมทางการเงินต่างๆ อย่างใกล้ชิด ก็จะต้องมีอยู่ต่อไป







