posttoday
ร้องกมธ.จัดการปัญหานิคมมาบตาพุด

ร้องกมธ.จัดการปัญหานิคมมาบตาพุด

15 พฤษภาคม 2555

เครือข่ายปชช.ภาคตะวันออกยื่น 9 ข้อเสนอกมธ.สิ่งแวดล้อมวุฒิฯแก้ปัญหานิคมอุสาหกรรมมาบตาพุด

เครือข่ายปชช.ภาคตะวันออกยื่น 9 ข้อเสนอกมธ.สิ่งแวดล้อมวุฒิฯแก้ปัญหานิคมอุสาหกรรมมาบตาพุด

เมื่อเวลา 12.30 น. เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก จำนวน 50 คน  นำโดยนายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศ สว.สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เพื่อขอให้พิจารณาดำเนินการกรณีเกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ บริษัท  บีเอสที อิลาสโตเมอร์  จำกัด  ภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมาและกรณีเกิดเหตุก๊าซรั่วภายในโรงงาน บริษัท อดิตยา เบอร์ล่า เคมิคัลล์ จำกัด เมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ทั้งนี้ เครือข่ายฯได้เสนอมาตรการเพื่อทำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบจริงจัง ต่อกรณีอุบัติภัยสารเคมี 9 ข้อ ดังนี้ 1.ขอให้เปิดเผยข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างโปร่งใสต่อสาธารณชน อาทิ มูลเหตุการณ์จัดการสถานการณ์ที่เกิดขึ้น  ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ 2.ให้รัฐบาลและโรงงานอุตสาหกรรม นำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ปี53-57มาบังคับใช้ให้เกิดการปฏิบัติอย่างจริงจัง 3.ฟื้นฟูและบำบัดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบในด้านต่างๆ เช่น สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพ สังคม 4.สร้างระบบการชดเชย การเยียวยาอย่างเป็นธรรมต่อผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม

5.ดำเนินคดีทางกฎหมายต่อหน่วยงานที่กระทำผิดฐานละเลย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ทุกบุคคล 6.จัดทำประกาศผังเมืองอย่ามีประสิทธิภาพ จัดทำแนวกันชนและแนวป้องกัน7.ทำบัญชีการถือครองวัตถุอันตราย บัญชีการระบายมลพิษ และแจ้งข้อมูลให้ประชาชน หน่วยงานสาธารณสุขรับทราบ รวมทั้งจัดอบรมจัดการเรียนรู้ด้านสารเคมีต่อชุมชนที่มีแหล่งกำเนิดมลพิษ  8. เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการไตรภาคีที่จะทำการตรวจสอบโรงงานทั้งหมดต่อสาธารณะรวมถึงกำหนดภาระหน้าที่ที่ชัดเจน  และ9.ทบทวน ระงับ นโยบายการลงทุนอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ทั้งในนิคมและนอกนิคมอุตสาหกรรมภายในประเทศ

ด้านนายสุรชัย กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (16พ.ค.)  กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติฯ จะลงพื้นที่ที่เกิดเหตุเพราะพบว่าปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งยังไม่ได้รับการเยียวยา ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพ อนามัยของประชาชน  นอกจากนี้ยังพบปัญหาเชิงนโยบายรัฐบาลต่อการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่ จ.ระยอง เพราะมีความพยายามของนิคมอุตสาหกรรมที่จะขยายเพิ่มขึ้น เช่น นิคมอุตสาหกรรมบ้านค่าย ซึ่งกมธ.จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทำการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมก่อน

“สิ่งที่เกิดขึ้นถ้าไม่มีมาตรการดูแลรักษาความเรียบร้อยก็จะเกิดปัญหา อีกทั้งจะมีหลักประกันอะไรที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นมาอีก ทั้งนี้ไม่อยากให้หน่วยงานภาครัฐทำงานแบบวัวหายล้อมคอกเกิดปัญหาแล้วถึงมาแก้ไข อยากให้ภาครัฐสร้างความมั่นใจต่อประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ มากกว่าที่จะมารอจ่ายเงินค่าเยียวยา เพราะเม็ดเงินไม่สามารถชดเชยความเสียหายด้านสุขภาพและชีวิตได้” นายสุรชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่บริษัท บีเอสทีฯ เกิดเหตุระเบิดได้มีการตรวจสอบและพบว่าสารเคมีชื่อโคโลอีน เกิดการรั่วไป ซึ่งสารดังกล่าวจัดอยู่ในประเภท สารเคมีรุนแรงตามประกาศของสำนักนายกฯ  ซึ่งตนสงสัยว่าโรงงานดังกล่าวได้รับการอนุมัติให้ถือครองสารเคมีดังกล่าวได้อย่างไร และกระบวนการผลิตได้รับการอนุมัติผ่านการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) มาได้อย่างไร

ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่ กมธ.จะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด รวมทั้งในแนวทางการแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรม หลังจากการลงพื้นที่ กมธ.สิ่งแวดล้อมฯจะทำรายงานเพื่อเสนอแนะต่อการปรับปรุงมาตรการแก้ไขปัญหาไปยังนายกรัฐมนตรี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  รมว.อุตสากรรม  อย่างไรก็ดี ยอมรับว่า กมธ.ไม่มีอำนาจในเชิงบริหาร ดังนั้น การติดตามผลงานก็ต้องเป็นหน้าที่ของประชาชน หากพบหน่วยงานรัฐละเลย หรือนักการเมืองไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาก็มีสิทธิเข้าชื่อยื่นถอดถอนได้

ขณะที่นายสุรจิต  ชีรเวทย์ สว.สมุทรสงคราม ในฐานะรองประธานกมธ.คนที่ 1  กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมคนป่วย โดยภาพที่เห็นทำให้หลายคนนึกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นประธานสมาคมแม่บ้าน แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีสถานะเป็นประธานกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ และมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับชาติ แต่การลงไปดังกล่าวไม่พบว่ามีประเด็นความคืบหน้าในกระเด็นการป้องกันและเยียวยาให้กับบุคคลที่ได้รับผลกระทบ

“พื้นที่ จ.ระยองถือเป็นจังหวัดที่มี จีดีพีสูงที่สุดในประเทศ แต่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่พบว่ามีความเป็นอยู่เหมือนตกนรก เพราะไม่ได้รับความสนใจในการแก้ไขปัญหาที่โรงงานอุตสาหกรรมรุกล้ำพื้นอาศัย ส่วนหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องกฎ ระเบียบ ก็คำนึงถึงแต่การรักษาฐานการลงทุนไว้ในพื้นที่โดยไม่ได้ห่วงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเลย”นายสุรจิต กล่าว

ร้องกมธ.จัดการปัญหานิคมมาบตาพุด ภาพ/อภิชาติ จินากุล

 

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว