พท.แฉต่อสัญญาBTSทำกทม.สูญ6.4พันล.
เพื่อไทยแฉกทม.เสียค่าโง่ 6.4 พันล้านต่อสัญญารถไฟฟ้าให้บีทีเอส เตรียมยื่นปปช.ตรวจสอบ 15 พ.ค.นี้
เพื่อไทยแฉกทม.เสียค่าโง่ 6.4 พันล้านต่อสัญญารถไฟฟ้าให้บีทีเอส เตรียมยื่นปปช.ตรวจสอบ 15 พ.ค.นี้
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การที่กทม.ต่อสัญญาการเดินรถไฟฟ้าผ่านบริษัท กรุงเทพ ธนาคม (เคที) ให้บีทีเอสต่อไปอีก 13 ปี ทั้งที่ยังเหลือสัญญาอีก 17 ปี ถือว่าการต่อสัญญาดังกล่าวนอกจากทำให้บีทีเอสได้เดินรถในลักษณะผูกขาดแล้ว ยังทำให้กทม.ต้องเสียค่าโง่อีก 6,472 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าชดเชยให้บีทีเอสที่ต้องสูญเสียรายได้ในเส้นทางที่เป็นส่วนต่อขยายการเดินรถที่ผู้ได้รับสัมปทานมักจะขาดทุน โดยที่ไม่มีการต่อรองประโยชน์ให้คนกทม.
นอกจากนี้ การทำสัญญายังถือว่าเสียเปรียบมากๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความลุกลี้ลุกลนในการต่อสัญญาเดินรถให้บีทีเอส เพราะเงิน 6,472 ล้านบาทที่ต้องจ่ายชดเชยให้บีทีเอสนั้น ไม่ได้ใช้งบประมาณรายจ่ายปกติของกทม.ปี 2555 แต่เป็นการตั้งข้อบัญญัติงบประมาณเพิ่มเติมมาจ่ายค่าชดเชยให้บีทีเอส ซึ่งการจ่ายค่าชดเชยดังกล่าวมาจากเงินคงคลังของกทม. ที่อาจเข้าข่ายการผิดระเบียบได้ เพราะการใช้เงินดังกล่าวของกทม. ต้องใช้ในกรณีเร่งด่วนฉุกเฉิน เช่น เกิดภัยพิบัติ หรือน้ำท่วมเท่านั้น ไม่สามารถที่จะนำมาใช้ในกรณีนี้ได้
อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาชี้แจงว่าเห็นด้วยกับการต่อสัญญารถไฟฟ้าของม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัฒน์ ผู้ว่าฯกทม. หรือไม่ หากไม่แสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังลอยแพ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์
นอกจากนี้ จะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการปกครองส่วนท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายปวีณ แซ่จึง สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน เพื่อให้มีการตรวจสอบสัญญา 2 ส่วน คือ 1.สัญญาที่กทม.จ้างบริษัทกรุงเทพ ธนาคม (เคที) เป็นผู้บริหารระบบขนส่งมวลชนกทม. และ2.สัญญาที่เคทีทำกับบีทีเอสในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุง
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จะนำเรื่องที่กทม.ต่อสัญญาการเดินรถไฟฟ้าให้บีที ไปยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันที่ 15 พ.ค. เพื่อตรวจสอบความโปร่งใส และวันที่ 16 พ.ค. จะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎร และวันที่ 17 พ.ค.ยื่นหนังสือต่อรมว.มหาดไทย ให้ตรวจสอบ เพราะกทม.อ้างว่าไม่ต้องขออนุมัติจากกระทรวงมหาดไทย


