ผู้ถือหุ้น BYD มติเอกฉันท์ควบรวม บล.คิงส์ฟอร์ด คาดเสร็จในไตรมาส 2/69
ผู้ถือหุ้น BYD มีมติเอกฉันท์อนุมัติควบรวม บล.คิงส์ฟอร์ด และโอนกิจการบางส่วน เพื่อเสริมเสถียรภาพธุรกิจหลักทรัพย์ ตามนโยบาย ก.ล.ต. คาดดำเนินการแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2569
KEY
POINTS
- ผู้ถือหุ้น บล.บียอนด์ (BYD) มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติแผนการเข้าควบรวมกิจการกับ บล.คิงส์ฟอร์ด (KFS)
- กระบวนการควบรวมกิจการทั้งหมดคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569
- หลังการควบรวม BYD จะปรับโครงสร้างเป็น Holding Company และให้ บล.คิงส์ฟอร์ด เป็นบริษัทแกนในการดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์
บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ตามที่บริษัทได้จัดให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา14.00 น. ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ประชุมมีมติอนุมัติการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ในธุรกรรมการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ KFS ด้วยคะแนนเสียง เห็นด้วย 99.6232% และอนุมัติการโอนกิจการบางส่วน (Partial Business Transfer: PBT) ของบริษัทให้แก่บริษัทย่อย ด้วยคะแนนเสียง เห็นด้วย 99.6221%
ผู้ถือหุ้น BYD ลงมติเป็นเอกฉันท์ อนุมัติแผนการควบรวมกิจการระหว่าง บล.บียอนด์ และ บล.คิงส์ฟอร์ด เพื่อ 1) สร้างเสถียรภาพความมั่นคงของทั้ง2 บริษัท 2) ความมั่นคงผู้ถือหุ้น 3) ผลประโยชน์และความเชื่อมั่นของลูกค้า และ 4) ขานรับนโยบายสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่มุ่งเน้นให้บริษัทหลักทรัพย์การควบรวมกิจการกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพ และความเชื่อมั่นของธุรกิจหลักทรัพย์
โดยหลังจากนี้ ทั้ง 2 บริษัท จะเข้าสู่กระบวนการควบรวม โอนย้ายธุรกิจบางส่วน ของ บล.บียอนด์ ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ไปยัง บล.คิงฟอร์ด โดยผู้บริหารคาดว่าขั้นตอนการควบคุมทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 2/2569
สำหรับการเข้าลงทุนในครั้งนี้มีมูลค่ารวมกว่า 374.56 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุน 2 ระยะ
1.การซื้อหุ้นเดิม: เข้าซื้อหุ้น KFS จาก บริษัท คิงส์ฟอร์ด โฮลงดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KFH จำนวน 850.50 ล้านหุ้น (90%) ในราคาหุ้นละ 0.04404 บาท รวมประมาณ 37.46 ล้านบาท ทำให้ KFS กลายเป็นบริษัทย่อยของ BYD ทันที
2.การเพิ่มทุน (RO): ลงทุนเพิ่มเติมในหุ้นเพิ่มทุนที่ออกใหม่ของ KFS ตามสัดส่วน 90% จำนวน 7,654.50 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.04404 บาท รวมมูลค่าประมาณ 337.10 ล้านบาท
โดยภายหลังการควบรวมเสร็จสิ้น BYD จะปรับโครงสร้างภายในอย่างเป็นระบบเพื่อความชัดเจนในการดำเนินงาน
- การโอนกิจการ: BYD จะโอนสินทรัพย์ หนี้สิน พนักงาน ระบบงาน และบัญชีลูกค้าทั้งหมดในส่วนธุรกิจหลักทรัพย์ไปรวมไว้ที่ KFS
- บทบาทใหม่ของ BYD: จะเปลี่ยนสถานะเป็น Holding Company โดยมี KFS ทำหน้าที่เป็น บริษัทแกน (Flagship Company) ในการดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์
- การจัดการใบอนุญาต: BYD จะคืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. แต่จะยังคงเก็บใบอนุญาตที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor) ไว้ดำเนินงานภายใต้บริษัทแม่ต่อไป


