
“กลาโหม” ผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เชื่อมรัฐ-เอกชน
“กลาโหม” เดินหน้าสร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศครบวงจร ตั้งแต่วิจัยถึงผลิตใช้จริง ชู “ทิศทางสำคัญกว่าความเร็ว” ลดพึ่งพาต่างชาติ
วันที่ 19 สิงหาคม 2569 พล.อ. อัฏฐพล ลัดใหม่กุลวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะผู้แทนจากกระทรวงกลาโหม และกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม
เดินทางเยี่ยมชมบริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด (RV Connex) เพื่อรับทราบศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยในการวิจัย พัฒนา และผลิตเทคโนโลยีด้านความมั่นคงและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมถึงหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อนำเทคโนโลยีที่พัฒนาในประเทศไปสู่การใช้งานจริง
การเยี่ยมชมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายของ พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เป็นหนึ่งในฐานรากของความมั่นคง
โดยกำหนดแนวคิดสำคัญว่า “ทิศทางสำคัญกว่าความเร็ว” หมายถึงการกำหนดเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาให้ชัดเจน ก่อนเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างขีดความสามารถที่ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว
หัวใจสำคัญของแนวทางดังกล่าว คือการสร้างขีดความสามารถให้ครอบคลุมตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การออกแบบและสร้างองค์ความรู้ การผลิตชิ้นส่วนและระบบ การประกอบและบูรณาการระบบ ไปจนถึงการทดสอบและรับรองมาตรฐาน การนำไปใช้งานจริง ตลอดจนการซ่อมบำรุงและพัฒนาต่อยอด
แนวทางนี้มีเป้าหมายเพื่อให้เทคโนโลยีสำคัญด้านความมั่นคงสามารถพัฒนา ผลิต และดูแลภายในประเทศได้มากขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมมองว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไม่สามารถขับเคลื่อนโดยภาครัฐหรือกองทัพเพียงฝ่ายเดียว แต่จำเป็นต้องสร้างความร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหม กองทัพ หน่วยงานวิจัย สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี การผลิต และความต้องการใช้งานให้เป็นระบบเดียวกัน
ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ คณะได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พร้อมเยี่ยมชมระบบและผลิตภัณฑ์ด้านความมั่นคงของ RV Connex ทั้งระบบอากาศยานไร้คนขับ ระบบควบคุมและสั่งการ รวมถึงเทคโนโลยีและระบบสนับสนุนภารกิจ สะท้อนบทบาทของภาคเอกชนไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับภารกิจด้านความมั่นคง
พล.อ. อัฏฐพล กล่าวว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในระยะต่อไป จำเป็นต้องมุ่งสร้าง ระบบนิเวศอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (Defence Industry Ecosystem) ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อให้งานวิจัยและนวัตกรรมไม่สิ้นสุดเพียงการสร้างต้นแบบ แต่สามารถต่อยอดไปสู่การผลิต การจัดหา และการใช้งานจริง เพื่อรองรับความต้องการของกองทัพและภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ
“เป้าหมายไม่ใช่เพียงการบอกว่าเราผลิตในประเทศไทยได้ แต่ต้องทำให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ สามารถคิด วิจัย พัฒนา ผลิต ใช้งาน ซ่อมบำรุง และต่อยอดเทคโนโลยีสำคัญได้ด้วยตนเอง นี่คือความหมายของการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน”
ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมจะเดินหน้าส่งเสริมและประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนที่มีศักยภาพ สนับสนุนการวิจัย พัฒนา และผลิตภายในประเทศ รวมถึงผลักดันผลิตภัณฑ์ Made in Thailand ที่มีมาตรฐานและตอบโจทย์การใช้งานของกองทัพ
เป้าหมายสำคัญคือการสร้างความเข้มแข็งให้กับฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และยกระดับขีดความสามารถด้านความมั่นคงให้ประเทศไทยสามารถคิด พัฒนา ผลิต ใช้งาน และดูแลเทคโนโลยีสำคัญได้ด้วยตนเอง
“ทิศทางสำคัญกว่าความเร็ว - และทิศทางของเราคือ การสร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่ประเทศไทยพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน”







