posttoday
การมีส่วนร่วมทางการเมืองกับความมั่นคงของรัฐ

การมีส่วนร่วมทางการเมืองกับความมั่นคงของรัฐ

10 มีนาคม 2553

...วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ

มติ ครม. ประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 1123 มี.ค. ในพื้นที่กรุงเทพฯ และนนทบุรี ส่วนปริมณฑล อีก 6 จังหวัดนั้น มีข้อสังเกตที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองกับความมั่นคงของรัฐ ดังนี้

1.การมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นกระบวนการที่ประชาชนสามารถใช้สิทธิในการชุมนุม เพื่อแสดงออกถึงเจตนารมณ์และความต้องการด้วยการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นการประท้วง การนัดหยุดงาน การปิดล้อมสถานที่สำคัญ อันเป็นการกระทำที่ “กดดัน” ต่อรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลตอบสนองความต้องการ หรือแก้ไขปัญหาต่างๆ พบว่าทั่วโลกมีปรากฏการณ์นี้อยู่เนืองๆ

ประเทศไทยที่ผ่านมาก็พบการชุมนุมแบบนี้อยู่บ่อยๆ ย่อมมีผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางการเมืองหรือความอยู่รอดของรัฐบาล และพบว่าส่วนใหญ่ของกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องมีเป้าหมายให้รัฐบาลหมดอำนาจไปให้เร็วที่สุดดูเสมือนหนึ่งเป็นพัฒนาการการเมืองแบบประชาธิปไตยโดยตรง แต่ก็มีข้อสงสัยว่าอาจกลายเป็น “กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย” หรือเป็นเพียงกลุ่มบุคคลที่ไม่ใช่พลังเสียงส่วนใหญ่ เพราะการมีส่วนร่วมแบบพลังเงียบก็มีอยู่ไม่น้อย

2.การชุมนุม ย่อมเป็นตัวชี้วัดที่ดีของพัฒนาการประชาธิปไตยในแง่ที่ว่า ยิ่งมีการระดมสรรพกำลังของประชาชนมากเท่าใด ก็สะท้อนถึงการใช้อำนาจอธิปไตยที่พวกเขาเป็นเจ้าของและมีการรับรองสิทธิดังกล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญ อันเป็นภาพลักษณ์เชิงปริมาณที่นักประชาธิปไตยนิยมแสวงหา

อย่างไรก็ตาม ในเชิงคุณภาพจะต้องเป็นการชุมนุมที่ปราศจากความรุนแรงของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผู้เข้าร่วมชุมนุมก็ดี และฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย ดังนั้น จุดเริ่มต้นที่สำคัญของการชุมนุมเพื่อสันติภาพ

3.ความมั่นคงของรัฐมักจะผุกร่อน หรือถดถอยลง ก็อันเนื่องจากการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็แน่นอนว่าไม่มีใครชนะมีแต่ผู้สูญเสียด้วยกันทั้งหมด เสียทั้งเวลา และโอกาสที่ควรจะก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน อย่าทำให้ประเทศชาติถอยหลังเข้าคลอง บทเรียนที่ผ่านมา ทำให้วันนี้ไม่ว่าฝ่ายใดก็ตามต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

ในครั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับกฎหมายการรักษาความมั่นคงอันเป็นเครื่องมือที่ได้ประกาศไว้ล่วงหน้าก่อนวันชุมนุมใหญ่ ก็เป็นการทำความเข้าใจร่วมกัน โดยเฉพาะขั้นตอน วิธีการ ในการรักษาความมั่นคงจากเบาไปหาหนัก ที่มีความเป็นสากลคำนึงถึงการทำงานเชิงบูรณาการของเจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่าย

4.การเข้มงวดของการชุมนุมครั้งสำคัญนี้ ต้องได้รับความร่วมมือทั้งฝ่ายรัฐที่เป็นผู้ปฏิบัติงาน ต้องเอาจริงเอาจังในการระวังเหตุต่างๆ ในขณะที่ฝ่ายผู้ร่วมชุมนุมก็ต้องมีระเบียบวินัยในการชุมนุมที่ขจัดความรุนแรงทั้งปวง ด้วยเหตุนี้จะทำให้การชุมนุมมีคุณค่าและเป็นต้นแบบของการมีส่วนร่วมทางการเมือง อันเป็นผลดีแห่งการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมประชาธิปไตยแบบไทยๆ สมัยใหม่ที่ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นทั้งปวง

5.การมีส่วนร่วมทางการเมือง คงไม่ใช่เรื่องความสะใจหรือความคึกคะนองที่ไร้เหตุผลทางการเมือง จำเป็นต้องมีข้อมูลที่สนับสนุนในเชิงคุณภาพ และต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญ คำถามที่น่าสนใจคือ “วันนี้ อะไรคือผลประโยชน์ของชาติไทยเรา” หากแต่การชุมนุมที่ทำแล้วคนไทยส่วนใหญ่ไม่มีความสุข ผู้อยู่เบื้องหลัง หรือแกนนำก็ควรวิเคราะห์กันให้ดีๆ

ปัญหาทางการเมืองก็ควรแก้ไขตามกระบวนการรัฐสภา ที่มีผู้แทนทั้ง สส. และ สว. ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติอันเป็นเวทีที่มีความชอบธรรมในการตรวจสอบถ่วงดุลการทำงานของรัฐบาลทุกเรื่อง สส.ฝ่ายค้านควรสร้างวัฒนธรรมการตรวจสอบที่เข้มข้นไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หรือนายกรัฐมนตรี เป็นช่องทางที่ดีในรัฐธรรมนูญอย่างครบถ้วน

โดยสรุป การมีส่วนร่วมทางการเมืองในฐานะผู้ชุมนุมได้แสดงออกถึงการใช้อำนาจอธิปไตยเป็นไปตามหลักการสากล ในขณะที่ฝ่ายรัฐคือการรักษากฎหมายและบังคับกฎหมายให้การชุมนุมนั้นเกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ที่สำคัญความมั่นคงของรัฐมีความผกผันโดยตรงกับระดับและเนื้อหาการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ปราศจากความรุนแรง หากเป็นเช่นนี้แล้วการชุมนุมสัก 10 ล้านคน รัฐบาลและประชาชนผู้มีจิตใจประชาธิปไตยคงบอกว่า “ยินดีต้อนรับ”

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง