posttoday
จินตนาการของผู้นำ

จินตนาการของผู้นำ

10 มีนาคม 2553

....พิชัย นริพทะพันธุ์

“Imagination is more important than Knowledge.” หมายความว่าจินตนาการมีความสำคัญมากกว่าความรู้ ผู้กล่าวประโยคนี้คือ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ อัจฉริยะของโลก โดยท่านได้ชี้ให้เห็นว่าสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่เยี่ยมยอดที่เกิดขึ้นในโลกนี้เกิดมาจากการมีจินตนาการของนักวิทยาศาสตร์ที่มีจินตนาการและพยายามทำให้สำเร็จ โดยจะต้องมีองค์ความรู้ประกอบด้วย

ทั้งนี้ ก็รวมถึงผู้นำในประเทศต่างๆ ที่ต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศตนเองให้ดีขึ้น การพัฒนาจินตนาการและวิธิคิดนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก แต่เพราะประเทศไทยไม่ได้สร้างเยาวชนให้มีวิธีคิดที่ดี โดยระบบการเรียนการสอนมุ่งแต่จะให้ท่องจำเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้สอนให้คิดหาวิธีนำมาใช้ หรือปรับปรุงให้ดีขึ้น ดังนั้น การศึกษาในอนาคตของประเทศไทยควรมุ่งเน้นให้เยาวชนมีวิธีคิดที่ดี เพื่อประเทศจะได้พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น บางคนเรียนเก่งแต่ไม่ใช่คนเก่ง เพราะไม่สามารถพัฒนาวิธีคิดได้ ซึ่งนับเป็นสิ่งที่น่าเสียดายอย่างมาก

เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความในหนังสือ Newsweek เกี่ยวกับการหาพลังงานใหม่ของโลกโดย Lawrence Livermore National Laboratory ในรัฐแคลิฟอร์เนียที่กำลังพยายามค้นคว้าการสร้างพลังงาน โดยพยายามลอกเลียนแบบการเกิดพลังงานบนพื้นผิวของดวงอาทิตย์จากการใช้แสงเลเซอร์ยิงเข้าไปในน้ำและทำให้เกิดปฏิกิริยา Fusion ซึ่งจะก่อให้เกิดพลังงานอย่างมหาศาลมากพอที่จะสามารถผลิตพลังงานจากน้ำหนึ่งถังให้มากกว่าพลังงานที่ได้จากน้ำมันจากเรือบรรทุกน้ำมันทั้งลำ ถึงแม้ขั้นตอนดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการทดลอง และไม่ทราบว่าเมื่อไหร่จะประสบความสำเร็จ แต่หากสำเร็จเมื่อไหร่คงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการใช้พลังงานของทั้งโลกนี้ โดยที่น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หรือแม้แต่พลังงานนิวเคลียร์ อาจหมดค่าไปได้

และนี่ก็่เป็นตัวอย่างของการมีจินตนาการโดยมีองค์ความรู้ประกอบ ซึ่งจะมีโอกาสเป็นไปได้สูงในอนาคต

คราวนี้อยากให้หันกลับมามองจินตนาการของผู้นำของเราบ้าง โดยเมื่อไม่นานมานี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงจินตนาการหลายอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่ท่านมีความพยายามจะสร้างความหวังให้กับประชาชนและคนกลุ่มต่างๆ แต่ทั้งนี้ท่านจะต้องมีองค์ความรู้และข้อมูลที่จะสนับสนุนจินตนาการนั้น มิเช่นนั้นจินตนาการที่เกิดก็ไม่ต่างกับความฝันลมๆ แล้งๆ เป็นเพียงแต่คำพูดที่ดูดีเท่านั้น

อย่างเช่นการที่ท่านนายกฯ ออกมาบอกว่าการเจริญเติบโตของรายได้ประชาชาติของประเทศไทยในปีนี้จะสูงถึง 4.7% โดยที่ท่านไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยและผลกระทบของการแก้ปัญหามาบตาพุดที่ยังคาราคาซังอยู่ ที่จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเจริญเติบโตของรายได้ประชาชาติในปีนี้และอีกหลายปีข้างหน้า ซึ่งจากการติดตามอย่างใกล้ชิดยังไม่ปรากฏว่าจะมีวิธีการใดที่จะแก้ไขเรื่องดังกล่าวให้สำเร็จในระยะเวลาอันใกล้นี้ ท่านจะหวังแต่เศรษฐกิจโลกจะโตและช่วยให้ประเทศไทยส่งออกมากขึ้นเพื่อขยายรายได้ประชาชาติอย่างเดียวคงไม่ได้ ท่านจะต้องคิดเสมอว่าท่านจะต้องทำอะไรให้ประเทศมีประสิทธิภาพในการแข่งขันได้ในระยะยาว

นอกจากนี้ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลมุ่งหวังจากการนำเงินกู้จำนวนมหาศาลมาลงทุน ยังปรากฏว่ามีข่าวคราวการทุจริตอย่างรุนแรงออกมาอยู่ตลอดเวลาในแทบจะทุกกระทรวง ไม่เว้นแม้กระทั่งในกระทรวงการคลังที่ปกติแล้วจะมีความโปร่งใสในเรื่องนี้มาก

เรื่องต่อมายิ่งเป็นเรื่องเพ้อฝันไปกันใหญ่ เมื่อท่านนายกฯ ออกมาบอกว่าพรรคท่านจะมี สส. ที่จะได้รับการเลือกตั้งเข้ามา 240 เสียง ทั้งๆ ที่ผลสำรวจของสำนักไหนก็ไม่เคยบอกว่าพรรคท่านจะสามารถเพิ่ม สส. ได้ถึงขนาดนั้น ขนาดจะได้มาเท่าเดิมก็ยังเหนื่อยเต็มที่แล้ว ถ้าหากพรรคท่านยังไม่มีการดำเนินการทางเศรษฐกิจที่ดี และทำให้คนมีความเป็นอยู่ที่ดีได้ก็ยากที่จะได้รับการเลือกตั้งเข้ามาขนาดนั้นได้ ซึ่งโอกาสในการมี สส. ในภาคเหนือและภาคอีสานแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าแข่งขันกันอย่างยุติธรรม

และการที่ท่านยอมให้พรรคของท่านตกเป็นเครื่องมือของอำนาจแฝงในการปกครอง นับเป็นสิ่งที่น่าอายต่อประวัติศาสตร์ของพรรคท่านที่ต่อสู้กับความไม่ถูกต้องเพื่อประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์มาโดยตลอด

เรื่องที่สามเป็นเรื่องของการที่ท่านจะปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจคู่ขนาน Dual Track เป็นระบบเดียว โดยจะรวมให้คนที่มีรายได้น้อยและรายได้มากให้มาอยู่ในระบบเดียวกัน เรื่องนี้ฟังดูแล้วเหมือนมีวิสัยทัศน์ แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้นัก เพราะผู้ที่มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นคนส่วนมากของประเทศจะมีปัญหาแตกต่างจากผู้มีรายได้มาก และมีธรรมชาติของปัญหาที่แตกต่างกัน การที่จะใช้นโยบายเดียวกันครอบคลุมทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้

ความหมายของ Dual Track ของรัฐบาลเดิมนั้นคือการที่พยายามยกระดับความเป็นอยู่ของผู้มีรายได้น้อย โดยให้เขาสามารถเข้าถึงแหล่งทุนและมีวิธีการในการหารายได้ควบคู่กันไป ในขณะที่จะต้องช่วยบริษัทใหญ่ๆ ให้ขับเคลื่อนไปได้ ซึ่งมีความสำคัญอยู่ที่การจัดการสมดุลของระบบทั้งสองเพื่อที่จะเกื้อหนุนกันได้

นอกจากเรื่องใหม่ทั้งสามเรื่องนี้ยังมีเรื่องเก่า เช่น การจะพัฒนาจากระบบประชานิยมเป็นรัฐสวัสดิการ แต่รายได้จากภาษีอากรมีเพียง 16% ของรายได้ประชาชาติ หรือการที่จะเพิ่มคุณภาพชีวิตและสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แต่ไม่สามารถแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ อีกทั้งยังมีข่าวคราวการซื้อขายตำแหน่งกันอย่างมั่วไปหมด ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ผู้ว่าราชการ รองผู้ว่าราชการ จนถึงนายอำเภอและปลัดอำเภอ การยกเลิกอบายมุขโดยยกเลิกหวยออนไลน์ แต่หวยใต้ดินและโต๊ะแทงบอลยังมีอย่างเกลื่อนกลาด ยังไม่นับรวมถึงสุราและสถานบริการทางเพศที่มีอยู่เต็มเมือง เป็นต้น ดังนั้นจึงอยากให้ท่านนายกฯ มีจินตนาการที่ดีสำหรับประเทศบนพื้นฐานที่เป็นไปได้ เพราะมิเช่นนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับคำพูดรื่นหูที่ฟังดูดีไปวันๆ เท่านั้น

สิ่งสุดท้ายและสำคัญที่สุดคือท่านจะต้องมีจินตนาการ ทำอย่างไรให้ประเทศนี้กลับมาสู่ความสุขสงบ เกิดสันติ เกิดความสมานฉันท์ของคนในชาติ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน