
ยุโรปเลิกรัดเข็มขัด?
บทความแสดงความเห็นของ พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ในหนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชันแนล เฮรัลด์ ทริบูน
บทความแสดงความเห็นของ พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ในหนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชันแนล เฮรัลด์ ทริบูน
ของสหรัฐได้กล่าวถึงความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งของพรรครัฐบาลที่เกิดขึ้นทั้งในฝรั่งเศสและกรีซเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ว่าเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นชัดว่าประชาชนในยุโรปไม่พอใจและไม่ต้องการทนกับแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจด้วยการตัดลดรายจ่าย หรือแผนรัดเข็มขัดตามที่เยอรมนีลูกพี่ใหญ่แห่งยูโรโซนชี้แนะอีกต่อไป
เจ้าของรางวัลโนเบลด้านเศรษฐศาสตร์ให้เหตุผลว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาประชาชนในหลายประเทศยูโรโซน โดยเฉพาะกรีซ ที่ต้องอยู่ภายใต้แผนการรัดเข็มขัด ดูเหมือนว่าสถานการณ์มีแต่ยิ่งเลวร้ายลง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการว่างงานที่ยิ่งเพิ่มขึ้น ภาคอุตสาหกรรมที่ตกต่ำ และปริมาณหนี้ที่สูงขึ้นทุกขณะ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในอดีตแผนการรัดเข็มขัดจะเคยประสบผลสำเร็จจนทำให้เยอรมนีก้าวขึ้นมาแข็งแกร่ง หลังจากต้องเผชิญปัญหาในช่วงการรวมประเทศในช่วงต้นทศวรรษที่ 90 แต่ทว่าในกรณีดังกล่าวไม่อาจนำมาปรับใช้กับประเทศอื่นๆ ในปัจจุบัน เนื่องจากสภาวการณ์แตกต่างกัน
ในครั้งนั้น เยอรมนีมีความได้เปรียบจากค่าเงินที่อ่อนกว่า จนทำให้การค้าการส่งออกของประเทศเกินดุล อีกทั้งยังมีปัจจัยที่เกื้อหนุนอย่างอัตราเงินเฟ้อต่ำ และดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่น้อย ทั้งหมดทั้งปวงจึงทำให้เยอรมนีสามารถใช้แผนรัดเข็มขัดได้อย่างดีและสามารถพลิกฟื้นจากความตกต่ำขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่ง
ฉะนั้นแล้ว การนำประสบการณ์จากความสำเร็จในการใช้แผนรัดเข็มขัดในอดีตของเยอรมนีจึงไม่ควรไปเป็นแบบอย่างและยัดเยียดให้ประเทศอื่นๆ ในยูโรโซนอีกต่อไป และในขณะเดียวกัน เยอรมนีและยุโรป โดยเฉพาะธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ควรหันมาเน้นแนวทางการสร้างการเติบโตอย่างเต็มตัว และเลิกกังวลต่อปัญหาด้านเงินเฟ้อได้แล้ว







