
ทลายแก็งยาคุกเมืองคอนโยงนักค้าระดับชาติ
เลขาปปส.เผยทลายแก๊งยาคุกเมืองคอนทำค้ายาเสพติดใต้ชะงักโยงนักค้าระดับชาติจ่อยึดทรัพย์ใน1เดือน
เลขาปปส.เผยทลายแก็งยาคุกเมืองคอนทำค้ายาเสพติดใต้ชะงักโยงนักค้าระดับชาติจ่อยึดทรัพย์ใน1เดือน
ที่สำนักงาน ปปส.ภาค 8 สุราษฎร์ธานี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลขาธิการ ปปส. เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดยาเสพติด และการดำเนินการตามแผนงานพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดของศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแก่งชาติ (ศพส.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ โดยมีผู้อำนวยการ ปปส.ภาค 1-9 เข้าร่วมประชุม
นายชลัยสิน โพธิเจริญ ผอ.ปปส.ภาค 8 ได้รายงานความคืบหน้าปฎิบัติการตรวจค้นเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ว่า สามารถแกะรอยเครือข่ายนักโทษชายขั้นเด็ดขาดได้รายหนึ่งซึ่งเป็นผู้ค้ารายใหญ่ระดับประเทศ ที่มีชื่ออยู่ในข้อมูลของ ปปส.ภาค 8 และอยู่ระหว่างการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินในเครือข่าย คาดว่าภายใน 1 เดือนจะสามารถใช้ พรบ.ยาเสพติดขยายผลเพื่อยึดทรัพย์ของนักโทษเด็ดขาดชายรายนี้ได้
นอกจากนี้ในการการตรวจค้นสามารถยึดซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือได้จำนวน 3,000 เลขหมาย บัญชีธนาคารรวม 350 บัญชี ส่วนใหญ่เป็นบัญชีเงินฝากของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งที่มีการใช้ระบบโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ
ด้านพล.ต.อ.อดุลย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้การทำงานร่วมกันระหว่าง ปปส.ภาค 8 กับ ตำรวจภูธร จ.นครศรีธรรมราชได้ผลคืบหน้าไปมากหลังเข้าตรวจสอบเครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เบื้องต้นได้ พบข้อมูลหลักฐานเชื่อมโยงถึงผู้ค้ารายใหญ่ระดับประเทศที่มีเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมดที่มีมูลค่าการซื้อขายมหาศาล และผลจากการตรวจค้นเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ทำให้การค้าขายยาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ชะงักลงทันที
"จะใช้แผนของนครศรีธรรมราชโมเดลเป็นต้นแบบในการเข้าตรวจค้นเรือนจำที่มีความมั่นคงสูง โดยมอบให้ สนง. ปปส.ภาค 8 ที่มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับฝ่ายตำรวจเป็นผู้รวบรวมข้อมูลเสนอแผนงานผ่าน สำนักงาน ปปส. เพื่อบรรจุเป็นนโยบาย เนื่องจากผลการปฎิบัติการของ พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช มีการทำงานเป็นขั้นตอนมีการรวบรวมพยานหลักฐานและวางแผนการทำงานอย่างดีจนส่งผลให้ตลาดการค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ต้องหยุดลง ” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว







