
ฉัตรมงคลใต้ร่มพระบารมี
วันเสาร์ที่ 5 เดือน 5 ปี 2555 นับเป็นฤกษ์งามมหามงคลที่ปวงพสกนิกรชาวไทยต่างได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง ท่ามกลางสายฝนฉ่ำเย็นตลอดช่วงเช้าของงาน “พระราชพิธีฉัตรมงคล”
วันเสาร์ที่ 5 เดือน 5 ปี 2555 นับเป็นฤกษ์งามมหามงคลที่ปวงพสกนิกรชาวไทยต่างได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง ท่ามกลางสายฝนฉ่ำเย็นตลอดช่วงเช้าของงาน “พระราชพิธีฉัตรมงคล”
10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ จากอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีเนื่องในวันฉัตรมงคล โดยมีประชาชนจำนวนมากเฝ้ารอรับเสด็จ และเปล่งเสียงถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” ตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน
15.11 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน ในการพระราชพิธีฉัตรมงคล ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ได้เสด็จออกมหาสมาคม พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปิดปราสาทพระเทพบิดร ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และประชาชน เข้าถวายบังคมสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชทั้ง 8 รัชกาล
ขณะที่บรรยากาศการจัดพิธีถวายราชสดุดีเนื่องในวันฉัตรมงคลของปวงชนชาวไทยทั่วประเทศ แต่ละจังหวัดได้เปิดโอกาสให้ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ สมาคม ชมรม มูลนิธิ ภาคเอกชน พ่อค้า ประชาชน และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ร่วมแสดงความจงรักภักดีด้วยการร่วมพิธีถวายราชสักการะ ถวายพานพุ่มต่อพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
ความเป็นมาของพระราชพิธีฉัตรมงคลเริ่มมีขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยทรงพระราชดำริว่า วันที่พระองค์ทรงรับพระบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ตามขัตติยราชประเพณีนั้น เป็นมหามงคลสมัย ซึ่งประเทศทั้งปวงที่มีพระเจ้าแผ่นดินย่อมนับถือเป็นวันนักขัตฤกษ์มงคล จึงทรงพระราชดำริจัดการพระราชกุศล พระราชทานชื่อพระราชพิธีว่า “ฉัตรมงคล” สมัยนั้นมีการสวดมนต์เลี้ยงพระ เวียนเทียนสมโภชพระมหาเศวตฉัตร ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และพระที่นั่งไพศาลทักษิณ
สัญลักษณ์แห่งคำว่าฉัตรมงคลนั้น ได้แก่ การเวียนเทียนสมโภชพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร หรือฉัตรขาว 9 ชั้น อันเป็นเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์ ซึ่งปักกางกั้นพระราชบัลลังก์ประจำพระที่นั่งสำคัญในพระบรมมหาราชวัง
สำหรับวันฉัตรมงคลในรัชกาลปัจจุบันต้องสืบย้อนกลับไปนับตั้งแต่วันเถลิงถวัลยราชสมบัติ อันเป็นการเริ่มต้นสมัยรัชกาลที่ 9 ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2489 จากนั้นได้เสด็จไปทรงศึกษาต่อที่ทวีปยุโรป กระทั่งเสด็จนิวัตพระนครจึงมี “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ตามโบราณราชประเพณี เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2493 ตั้งแต่นั้นมาจึงถือวันฉัตรมงคลเป็นวันคล้ายวันบรมราชาภิเษก ซึ่งตรงกับวันที่ 5 พ.ค.ของทุกปี
ในวันประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 5 พ.ค. 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสรงมูรธาภิเษกและทรงรับน้ำอภิเษกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร พระสุพรรณบัฏ เครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องราชูปโภค และพระแสงอัษฎาวุธ ทรงตั้งพระราชสัตยาธิษฐานพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการที่สถิตอยู่ในใจปวงชนชาวไทยจนถึงทุกวันนี้ ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
หลังพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการแล้ว เสด็จออกมหาสมาคมรับคำถวายพระพรชัยมงคล ทรงสถาปนาสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับคำถวายพระพรชัยมงคลจากพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก แล้วถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุรพการี ที่หอพระธาตุมณเฑียร
การบำเพ็ญพระราชกุศลในวันคล้ายวันบรมราชาภิเษก หรือวันฉัตรมงคลในปีต่อๆ มา คือ มีการพระราชกุศลทักษิณานุปทานพระบรมอัฐิและพระอัฐิสมเด็จพระบรมราชบุรพการี พราหมณ์อ่านประกาศพระราชพิธีฉัตรมงคล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ โดยเฉพาะวันที่ 5 พ.ค. จะมีการถวายภัตตาหารพระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ พราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชพระมหาเศวตฉัตร เครื่องราชกกุธภัณฑ์ และพระแสงสำคัญ แล้วพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าแก่ผู้มีความดีความชอบ
จากหนังสือ “พระราชพิธีในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร” จัดทำโดยกรมศิลปากร เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธ.ค. 2542 ระบุว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระราชพิธีที่สำคัญที่สุดของพระมหากษัตริย์ในการขึ้นครองราชย์ทุกยุคทุกสมัย ซึ่งเป็นการประกาศยอมรับผู้ที่จะเป็นผู้นำของชาติ ด้วยความเห็นชอบพร้อมใจของปวงพสกนิกรที่มีศรัทธาต่อองค์พระมหากษัตริย์ โดยมีพราหมณ์พระราชครูผู้รอบรู้ในพระเวทและพิธีการเป็นผู้ประกอบพิธี เพราะเชื่อว่าองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นสมมติเทพอุบัติมาเพื่อขจัดทุกข์เข็ญของอาณาประชาราษฎร์ใต้พระบรมโพธิสมภารให้มีความสุข และบำรุงอาณาจักรให้พร้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์และมีความเจริญรุ่งเรือง
จวบถึงวันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติมาเป็นเวลา 67 ปี และเป็นเวลาครบ 62 ปีแห่งพระปฐมบรมราชโองการ พระองค์ยังทรงบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์สุขแก่ปวงชนชาวสยาม ผ่านกาลเวลาที่พิสูจน์ถึงความแน่วแน่ในการครองแผ่นดินด้วยหลักธรรม
วันฉัตรมงคลทุกปี จึงเป็นวันที่เหล่าพสกนิกรชาวไทยจะได้ร่วมกันตั้งจิตถวายพระพรชัยมงคลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน และเป็นการน้อมรำลึกและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีแก่ปวงชนชาวไทยใต้พระบรมโพธิสมภาร







