posttoday
ของแพงแสลงหัวใจตั้งวอร์รูมดับอารมณ์

ของแพงแสลงหัวใจตั้งวอร์รูมดับอารมณ์

05 พฤษภาคม 2555

เซ็งกันไปทั้งบ้านทั้งเมือง เมื่อนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชี้แจงว่าราคาสินค้าที่แพงขณะนี้มาจากสองส่วน

เซ็งกันไปทั้งบ้านทั้งเมือง เมื่อนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชี้แจงว่าราคาสินค้าที่แพงขณะนี้มาจากสองส่วน คือ ความรู้สึกของประชาชน กับข้อมูลที่เก็บจากข้อเท็จจริงที่ประชาชนรู้สึกว่าของแพงนั้น เพราะอาจเห็นตั้งแต่น้ำท่วมราคาสินค้าขึ้นต่อเนื่อง แต่จากข้อมูลแล้วราคาสินค้าลด แต่ยังไม่ลดลงในจุดที่ประชาชนรู้สึกพอใจ บวกกับขณะนี้เป็นเดือนที่อากาศร้อนและปิดเทอม ทำให้มีค่าใช้จ่ายมาก คนจึงรู้สึกว่าสินค้ามีราคาแพง

จากเหตุผลของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ว่าสินค้าแพงเพราะความรู้สึกของประชาชนน้ำท่วมอากาศร้อนและปิดเทอมดังกล่าว ทำให้เสียงสะท้อนกลับมา ต่างลงไปสำรวจราคาสินค้าในตลาดเพื่อมายืนยันว่าสินค้าแพงจริงๆ ไม่ใช่ใช้ความรู้สึก

ผลของปฏิกิริยาเชิงลบดังกล่าว ทำให้นายกรัฐมนตรีเรียกกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 พ.ค. เพื่อนำข้อมูลมาออกมาตรการรับมือสินค้าแพง และชี้แจงผ่านรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ในเช้าวันที่ 5 พ.ค.นี้

โอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) กล่าวหลังประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรี ว่า กระทรวงพาณิชย์จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า ให้ความเห็นชอบการจัดทำระบบติดตามราคาสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน 50 รายการ เช่น ข้าวสาร เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ และอาหารสำเร็จรูป

“จะมีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ 10 คน ติดตามการขึ้นลงสินค้าทุกวัน คนละ 5 รายการ และรายงานให้นายกฯ ทราบ เพื่อจะได้แก้ไขสถานการณ์ได้ทันที เช่น หากสินค้าขาดตลาดก็ต้องหาทางเพิ่มปริมาณการผลิต พร้อมทั้งจะมีการรายงานราคาสินค้าให้ประชาชนทราบทุกสัปดาห์ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร” โอฬาร กล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเสนอให้นำข้าวสารจากสต๊อกของรัฐบาลมาบรรจุถุงขายให้ประชาชนในราคาถูก โดยจะขายผ่านร้านค้าถูกใจ

ของแพงแสลงหัวใจตั้งวอร์รูมดับอารมณ์

 

โอฬาร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังให้โจทย์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลค่าครองชีพของประชาชน เช่น สินค้ากลุ่มอาหาร พลังงาน เป็นต้น ซึ่งการจัดการสินค้าแต่ละกลุ่มต้องมีข้อมูลจำนวนผู้ประกอบการ การแข่งขันในตลาด และมีกลยุทธ์ในการจัดการ เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นเกินขอบเขต

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลัง บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์นำผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์หารือกับนายกรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมวิเคราะห์ว่า เหตุใดสินค้าที่ขายในตลาดจึงมีราคาแพงอย่างมาก ทั้งๆ ที่ต้นทุนราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นในอัตราปกติ และเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ และพบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาสินค้าปลายทางเพิ่มขึ้น อาทิ หมู ไก่ อาหารสำเร็จรูป เช่น ข้าวผัด เป็นเพราะราคาค่าเช่าแผงเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงมาก

ทั้งนี้ ค่าเช่าแผงขายของเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว เฉลี่ยอยู่ที่ 6,500 บาทต่อเดือน แต่เดือน เม.ย.ปีนี้ ราคาค่าเช่าแผงเพิ่มขึ้นเป็น 8,500 บาทต่อเดือน ส่วนนโยบายค่าจ้าง 300 บาท ไม่ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มมากนัก เพราะต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นนั้น มีผลให้ราคาต่อหน่วยเพิ่มขึ้นในสัดส่วนไม่มาก แต่ค่าเช่าแผงเป็นรายการต้นทุนที่กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถควบคุมได้ โดยจะเห็นได้ว่าราคาสินค้าปลายทางแต่ละตลาดแตกต่างกัน เพราะค่าเช่าแผงต่างกัน ซึ่งบุญทรง กำลังพิจารณาดำเนินการแก้ปัญหานี้อยู่

บุญทรง กล่าวว่า ได้สั่งการให้ ยรรยงพวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ จัดทีมงานทั้งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าอย่างเร่งด่วน เพื่อตรวจสอบว่าราคาสินค้ามีความเคลื่อนไหว หรือราคาขึ้นลงที่ผิดปกติหรือไม่ และจะมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการดูแลค่าครองชีพที่กระทรวงพาณิชย์ (วอร์รูม) เพื่อรวบรวมข้อมูลและจัดทำรายงานสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าส่งมาที่ตนทุกวัน และจะนำรายงานต่อ ยิ่งลักษณ์ พร้อมกับเสนอต่อที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจในสัปดาห์หน้า

มาตรการที่จะดูแลราคาสินค้า จะตรวจสอบว่าหากราคาสินค้ากลุ่มไหนที่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติ จะเรียกผู้ประกอบการในสินค้ากลุ่มนั้นมาหารือ โดยจะขอความร่วมมือให้คุมราคาสินค้าไว้ หากจำเป็นต้องปรับราคาเพราะแบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว ก็สามารถปรับเพิ่มได้ แต่ถ้าเป็นการปรับขึ้นราคาที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น การปรับขึ้นค่าจ้างงานทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น 5% แต่มีการปรับราคาสินค้าขึ้น 20% กรณีนี้จะต้องใช้กฎหมายเข้ามาจัดการขั้นเด็ดขาด

การเรียกมาเพื่อขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ช่วยคุมราคา ไม่ใช่การใช้นโยบายตรึงราคาสินค้าทุกชนิด แต่จะหารือว่ามีแนวทางออกอย่างอื่นหรือไม่ที่ไม่จำเป็นต้องปรับราคา เพื่อไม่ให้กระทบกับค่าครองชีพของประชาชนมากจนเกินไป และก็ไม่ทำให้ผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อนจากการแบกรับภาระต้นทุนเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมาราคาสินค้าก็มีการปรับขึ้นมาบ้าง แต่ไม่ใช่การปรับขึ้นราคาอย่างไม่มีเหตุผล เช่น ผักที่แพงก็เป็นผลมาจากสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้ผลผลิตลดน้อยลง

สำหรับการตรวจสอบจะเน้นไปยังกลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ 50 รายการ แบ่งออกเป็น 45 กลุ่ม เช่น กลุ่มอาหารสด เนื้อหมู เนื้อไก่ พืชผัก กลุ่มเครื่องใช้ สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ไม่เพียงเฉพาะกลุ่มสินค้าควบคุมอยู่ 42 รายการเท่านั้น ส่วนรายการสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันของประชาชน ก็อาจมีการให้ขยับราคาขึ้นบ้างตามต้นทุน แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค จะต้องดำเนินการทางกฎหมายอย่างเต็มที่ เพราะกรมการค้าภายในสามารถนำกฎหมายที่อยู่ในการดูแลหลายฉบับมาใช้ได้

“ขณะนี้ประชาชนอาจรู้สึกว่ามีสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนหนึ่งก็จากปัญหาน้ำท่วมเมื่อปลายปี โรงงานผลิตไม่ได้บ้าง หรือเกิดภาวะภัยแล้ง แต่กระทรวงจะวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนอย่างละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการดูแล” บุญทรง กล่าว

บุญทรง กล่าวว่า ส่วนกรณีตัวเลขเงินเฟ้อในเดือน เม.ย. ที่มีการมองว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าความเป็นจริงนั้น ยืนยันว่าเงินเฟ้อไม่ได้สวนทางเป็นระดับที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และก็สอดคล้องกับการคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 3% กว่า โดยเป้าหมายเงินเฟ้อของกระทรวงพาณิชย์อยู่ที่ 3.8% และจะไม่เกินการคาดการณ์ ส่วนเรื่องการปรับ ครม.ช่วงนี้ ไม่หวั่นว่าอาจจะต้องโดนปรับจากตำแหน่ง แต่จะขอทำงานให้เต็มที่

ด้าน พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้านี้ จะเริ่มเห็นการทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าเฉลี่ยประมาณ 10% หลังจากไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มสินค้าที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากในการผลิต โดยขณะนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการรอผลเจรจาขอปรับขึ้นราคากับลูกค้า รวมทั้งการแข่งขันของตลาดว่าไปในทิศทางใด

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก