posttoday
คิดผิดคิดใหม่

คิดผิดคิดใหม่

04 พฤษภาคม 2555

ตะลึงกันไปทั่ว เมื่อตัวเลขสะท้อนราคาสินค้าแพง ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อ) เดือน เม.ย. ตามรายงานของกระทรวงพาณิชย์ ร่วงลงไปขยับแค่ 2.47% หรือราคาสินค้าเพิ่มต่ำกว่า ที่กระทรวงพาณิชย์คาดว่าปีนี้ของจะแพงขึ้น 3.8%

ตะลึงกันไปทั่ว เมื่อตัวเลขสะท้อนราคาสินค้าแพง ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อ) เดือน เม.ย. ตามรายงานของกระทรวงพาณิชย์ ร่วงลงไปขยับแค่ 2.47% หรือราคาสินค้าเพิ่มต่ำกว่า ที่กระทรวงพาณิชย์คาดว่าปีนี้ของจะแพงขึ้น 3.8%

ตัวเลขดังกล่าวนับว่าสวนกับชีวิตจริง ที่ชาวบ้านเผชิญอยู่ในวิถีชีวิตประจำมาก เพราะเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นเดือนแรกที่นโยบายหาเสียงขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท นำร่อง 7 จังหวัดมีผลบังคับใช้เมื่อต้นเดือน เม.ย. และเป็นที่รู้กันว่าราคาสินค้าต่างแห่ขึ้นราคาไปดักหน้าค่าจ้างที่ปรับขึ้นไปก่อนอยู่แล้ว แต่ตัวเลขของกระทรวงพาณิชย์กลับรายงานออกมาว่า สินค้าเดือน เม.ย. แพงขึ้นน้อยกว่าที่คาดไว้

ยิ่งมาพบว่าตัวเลขที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อ ซึ่งเก็บโดยสำนักสารสนเทศและดัชนีเศรษฐกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตัวเลขราคาสินค้าต่ำกว่าราคา ซึ่งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ คือกรมการค้าภายใน ประกาศให้ชาวบ้านรู้ รวมทั้งต่ำกว่าราคาซื้อขายกันจริงในตลาด เช่น เนื้อหมูสันในสันนอก ราคาที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อกิโลกรัมละ 123.50 บาท ต่ำกว่าราคาที่กรมการค้าภายในเก็บ 17 ครั้งในหนึ่งเดือนเฉลี่ยถึงกิโลกรัมละเป็น 10 บาท จึงเป็นเรื่องที่ให้น่าสงสัยว่า กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขของแพงเดือน เม.ย.ต่ำกว่าที่ชาวบ้านซื้อจริงเพื่อสนองนโยบายอะไร

รวมทั้งเป็นเรื่องที่อันตราย เพราะตัวเลขของกระทรวงพาณิชย์จะโดนนำไปใช้อ้างอิงข้อมูลในที่ต่างๆ ซึ่งถ้าหน่วยงานนั้นมีเจ้าหน้าที่มีความรู้ก็รอดตัวไป แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่รู้ หรือแกล้งไม่รู้ การแก้ปัญหาบนข้อมูลที่บิดเบี้ยวก็จะเพี้ยนไป และจะล้มเหลวไม่เป็นท่า

เห็นได้จากคนในรัฐบาลออกมาประสานเสียง ราวกับท่องจำบทเดียวกับนายกรัฐมนตรี ว่าปัญหาสินค้าราคาแพงที่เกิดขึ้นปัจจุบันนี้ เป็นผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมจากปีที่ผ่านมา ทำให้โรงงานไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามปกติ และส่งผลให้วัตถุดิบบางส่วนขาดตลาด จึงทำให้สินค้าในตลาดมีราคาสูงขึ้น

ประกอบกับอากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงเดือน เม.ย. และอยู่ในช่วงปิดเทอม ทำให้การจับจ่ายเป็นไปมากกว่าปกติ จึงยิ่งทำให้ของที่ขาดอยู่แล้ว ขายแพงมากขึ้น

แสดงว่าหลังจากนี้ เมื่อพื้นที่การเกษตรที่เสียหายจากน้ำท่วม กลับมาเพาะปลูกได้เต็มที่ โรงงานที่โดนน้ำท่วมได้รับการฟื้นฟูทยอยผลิตสินค้าป้อนตลาด รวมทั้งอากาศไม่ร้อน และโรงเรียนเปิดเทอม ทางรัฐบาลเชื่อว่าราคาสินค้าจะลดลงจริงๆ หรือ

หากรัฐบาลเชื่อตามนั้น สิ่งที่เคยเชื่อกันว่าสินค้าแพงจากราคาน้ำมันในตลาดโลกสูง ต้นทุนการผลิตการจำหน่ายสูงขึ้นตามค่าจ้างขั้นต่ำปรับพรวดเป็นวันละ 300 บาท วัตถุดิบต่างๆ ขึ้นราคา เหตุผลดังกล่าวคงไม่ใช่ปัจจัยหลัก

เมื่อเป็นอย่างนี้ ถ้ารอให้ผลผลิตกลับมาผลิตเต็มที่ อากาศไม่ร้อน และเปิดเทอม สินค้าไม่ลดราคาลง รัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร

ทางออกเรื่องนี้คือ รัฐบาลต้องรับความจริงว่าสินค้าแพงจากต้นทุนต่างๆ เพิ่มขึ้น แล้วแก้ปัญหาให้ตรงจุด หากยังแก้ปัญหาบนความเชื่อผิดๆ ฟันธงได้เลยว่ารัฐบาลคงอยู่ต่อไปยาก

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว