
น้ำเค็ม...ซึมเข้าบ่อบาดาล หัวหิน-ปราณฯขาดประปา
ผ่านมาร่วม 2 เดือน นับแต่ฝนทิ้งช่วง สถานการณ์ภัยแล้งยิ่งส่งผลกระทบมากมาย นอกจากอากาศร้อนอบอ้าว
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
ผ่านมาร่วม 2 เดือน นับแต่ฝนทิ้งช่วง สถานการณ์ภัยแล้งยิ่งส่งผลกระทบมากมาย นอกจากอากาศร้อนอบอ้าว อุณหภูมิพุ่งสูงเฉียด 40 องศาเซลเซียส ปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคยังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่
วีระ ศรีวัฒนตระกูล ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ปริมาณการใช้น้ำใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปีนี้ เพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยในส่วนของ อ.หัวหิน และปราณบุรี ประสบกับปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค เนื่องจากทั้งสองอำเภอมีโรงแรมและโรงงานสับปะรดอยู่ในพื้นที่ ทำให้ปริมาณการใช้น้ำมีมากกว่าพื้นที่อื่น
“ที่ อ.หัวหิน นั้น หลังจากกำลังการผลิตน้ำประปาของเทศบาลเมืองหัวหินไม่พอเพียงกับปริมาณการใช้น้ำและต้องปิดเปิดน้ำเป็นเวลา ขณะนี้ผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ตจำนวนมาก ต้องซื้อน้ำจากรถบรรทุกน้ำขนาด 1 หมื่นลิตรของเอกชน ส่วนมาตรการปิดเปิดน้ำเป็นเวลาก็ส่งผลกับประชาชนที่อยู่ห่างไกล ซึ่งแรงดันน้ำส่งไปไม่ถึง ล่าสุดสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นำรถน้ำไปแจกประชาชนทุกพื้นที่”
ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ บอกอีกว่า แม้จะมีการทำฝนหลวงตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ประสบกับปัญหาปริมาณเมฆไม่เพียงพอ ประกอบกับพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นที่แคบ จึงกำหนดพื้นที่เป้าหมายไม่ได้ ปริมาณฝนที่ได้จึงตกลงทะเลหรือฝั่งเขาตะนาวศรีเขตประเทศพม่าเป็นส่วนใหญ่ จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่ราษฎรที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ได้ให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าว โดยการแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคไปแล้วกว่า 13 ล้านลิตร
ด้านสถานการณ์แม่น้ำป่าสัก ซึ่งระดับน้ำลดลงจากการลดการระบายน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ล่าสุดส่งผลกระทบต่อเรือขนส่งสินค้าในแม่น้ำป่าสักนับร้อยลำต้องหยุดเดินเรือ
ใช่เพียงเท่านั้น ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าลำสาขาก็ลดลงจนขาดแคลนน้ำดิบที่จะผลิตน้ำประปา ชาวบ้านจึงหันไปใช้น้ำบาดาลแทน แต่ก็ต้องพบกับปัญหาซ้ำเติมอีก เมื่อน้ำที่สูบขึ้นจากบ่อบาดาลมีรสเค็ม
ประยุทธ์ นกลอย ชาวบ้าน หมู่ 5 ต.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า สภาพปัญหาดังกล่าวเป็นมา 23 วันแล้ว น้ำมีรสชาติเค็มมาก ไม่สามารถใช้ได้เหมือนเดิม ก่อนหน้านี้ในชุมชนมีท่อบริการน้ำประปา 2 รูปแบบ คือ ประปาชุมชน ซึ่งสูบน้ำบาดาลจากใต้ดินและท่อประปาส่วนภูมิภาค หลังระดับน้ำในคลองระพีพัฒน์แห้ง น้ำไม่เข้าระบบผลิตน้ำประปา และน้ำที่ประปาที่ชุมชนผลิตได้ก็เค็มมาก ซึ่งเป็นพร้อมกันเพราะภัยแล้ง ทำให้ชาวบ้านขาดน้ำกินน้ำใช้ หากนำน้ำเค็มไปรดต้นไม้ก็จะตาย นำไปอาบก็คันและเหนียว
ทองชุบ เอมอิ่ม อดีตกำนัน ต.ภาชี กรรมการชุมชนดูแลการผลิตน้ำประปาชุมชน กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีสภาพน้ำไร้คุณภาพ แต่มาช่วง 2-3 วัน น้ำกลับมีความเค็มจัด สอบถามไปยังสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และทาง อบต.ภาชี ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ ก็ไม่พบว่าอุปกรณ์ในการสูบน้ำชำรุด แต่น้ำใต้ดินมีความเค็มจัด
“เจ้าหน้าที่แจ้งว่าอาจเป็นเพราะสภาพภัยแล้งและน้ำจืดใต้ดินมีน้อยลง ทำให้น้ำทะเลไหลเข้าทางน้ำใต้ดินแทรกเข้ามา ทำให้น้ำดิบใต้ดินเค็ม ชาวบ้านก็ยังงง แต่ก็คิดว่าเป็นไปได้เช่นกัน”
ลุงทองชุบ เรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งโลกบนดินและโลกใต้ดิน โดยเฉพาะเรื่องของธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปว่าส่งผลกระทบมากน้อยอย่างไร
“ปัญหาน้ำทะเลไหลแทรกเข้าทางน้ำใต้ดินที่เคยเป็นน้ำจืด เรื่องนี้เกิดขึ้นได้หรือไม่ หากเกิดแล้วจะเกิดผลกระทบอย่างไรและจะแก้ไขอย่างไร”
ที่ จ.นครสวรรค์ ระดับแม่น้ำสายต่างๆ ที่ไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ แห้งขอด สามารถเดินลงไปกลางแม่น้ำได้แล้ว ล่าสุดแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 388 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที แม่น้ำน่านมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 160 ลบ.ม.ต่อวินาที แม่น้ำปิง มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 141 ลบ.ม.ต่อวินาที ทั้งยังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
ด้านชลประทาน จ.นครสวรรค์ ได้เตือนเกษตรกรให้เตรียมกักเก็บน้ำสำรองเอาไว้ใช้ในการเกษตร เนื่องจากฝนอาจจะทิ้งช่วงไปจนถึงสิ้นเดือน พ.ค.นี้ จนอาจเกิดกรณีพิพาทแย่งน้ำกันใช้เหมือนปีที่ผ่านๆ มา







