
"ท่วมได้ ออกแบบได้" ระดมไอเดียสร้างผลิตภัณฑ์ เอาอยู่
โดย...สุภชาติ เล็บนาค
โดย...สุภชาติ เล็บนาค
ความผิดพลาดอย่างหนึ่งที่ทุกฝ่ายยอมรับขณะเกิดมหาอุทกภัยครั้งที่แล้วก็คือ การไม่มีอุปกรณ์ หรือนวัตกรรมเพื่อให้คนไทยได้ใช้ชีวิตตามปกติในยามที่เกิดอุทกภัย จริงอยู่ภัยจากน้ำคือเรื่องที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่ในรอบ 40-50 ปีย้อนหลัง ก็ไม่เคยมีใครคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ให้คนไทยอยู่กับน้ำได้สะดวกยิ่งขึ้น
หลังจากซ่อมแซมความเสียหายเรียบร้อย ก็ถึงเวลานำบทเรียนและความยากลำบากมาคิดค้นร่วมกันว่า หากจะมีนวัตกรรมอะไรให้คนไทยอยู่กับน้ำได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็มีหลายหน่วยงานรัฐที่ได้นำร่องไป แต่ครั้งนี้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอย่างศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ทีซีดีซี) ที่จะนำหัวกะทิเรื่องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาร่วมเสนอแนวคิดด้วย
กิตติรัตน์ ปิติพานิช ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการออกแบบและธุรกิจสร้างสรรค์ ทีซีดีซี เล่าว่า ต้องการกระตุ้นให้คนไทยเข้าใจงานออกแบบในฐานะเครื่องมือในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ รวมถึงใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหา เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้น และยิ่งสะท้อนว่าทุกครั้งที่เกิดปัญหา คนไทยมักจะมองเห็นทางออกของปัญหาในรูปของ “ปรากฏการณ์แห่งความคิดสร้างสรรค์” ในการแก้วิกฤตอยู่เสมอ
“เราได้เห็นตั้งแต่การประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้เพื่อการดำรงชีวิตหลากรูปแบบ ไปจนถึงการจัดระบบที่อยู่อาศัยและที่พักพิง หรือการเดินทางในพื้นที่น้ำท่วมสูง โดยนำองค์ความรู้ในสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาช่วยพัฒนาและต่อยอดความคิดสร้างสรรค์เป็นรูปธรรม ซึ่งหากนำเอาแนวคิดดังกล่าวมาต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์สาธารณะ เพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาและรับมือกับวิกฤตมหาอุทกภัย ที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคตอย่างเป็นระบบ” กิตติรัตน์ กล่าว
ด้วยเหตุนี้ ทีซีดีซีจึงได้เปิดตัวโครงการใหญ่แห่งปี “ท่วมได้...ออกแบบได้” (Design for Flood) โดยจับมือกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รวมถึงบริษัทออกแบบชั้นนำของประเทศ ในการลงพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนัก
ทั้งนี้ เพื่อสำรวจปัญหาและความต้องการ ตั้งแต่ชาวบ้าน อาสาสมัคร กลุ่มนักธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ไปจนถึงนักธุรกิจขนาดใหญ่ จนสรุปออกมาเป็นโจทย์ทางการออกแบบทั้งหมด 10 โจทย์ ที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกัน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้ร่วมพัฒนาแบบและสเกตช์ดีไซน์ในการต่อยอดผลิตผลงานผลิตภัณฑ์หรือบริการต้นแบบตามโจทย์ที่กำหนดให้ เพื่อเป็นทางออกสำคัญที่จะทำให้ประชาชนรับมือและอยู่ร่วมกับเหตุการณ์น้ำท่วมได้โดยเกิดความสูญเสียน้อยที่สุด
โจทย์ 10 ข้อ ที่กำหนดไว้ก็คือ 1.ระบบเครือข่ายตรวจวัดและประมวลข้อมูลน้ำ สำหรับแจ้งข้อมูลระดับน้ำที่ถูกต้อง ทั้งปริมาณและความเร็วของน้ำที่เข้าปะทะพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการอพยพ 2.ห้องน้ำสาธารณะสำหรับชุมชน ที่เกิดความขาดแคลนอย่างหนักและมีปัญหาในการขนย้ายเข้าพื้นที่ประสบภัย 3.การบริการน้ำดื่มสำหรับชุมชนที่เกิดปัญหาจากการมีน้ำหนักมาก ทำให้การขนส่งยากลำบาก ใช้เวลานานในการส่งถึงมือผู้ประสบภัย และไม่เพียงพอต่อความต้องการ
4.ชุดป้ายอุปกรณ์ติดตั้งฉุกเฉินสำหรับพื้นที่น้ำท่วม และคู่มือจากปัญหาสภาพพื้นที่เปลี่ยนไปและวิธีการสื่อสารไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่สามารถรับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง 5.เฟอร์นิเจอร์ลอยน้ำสำหรับโรงเรียน เนื่องจากรูปแบบและน้ำหนักของเฟอร์นิเจอร์ไม่เอื้อต่อการขนย้าย และไม่มีการวางแผนในการหนุนสิ่งของต่างๆ ให้สูงพ้นน้ำ 6.พาหนะส่วนตัวสำหรับเดินทางยามน้ำท่วม จากความขาดแคลนยานพาหนะสำหรับเดินทางทางน้ำระยะสั้นและปัญหาเรื่องความเหมาะสมในด้านการใช้งาน โดยเฉพาะสำหรับผู้ไม่มีทักษะในการพายเรือ
7.ตารางปลูกผักพอเพียงพร้อมอุปกรณ์ เพื่อป้องกัน “ภาวะการขาดแคลนอาหาร” เพื่อให้สามารถมีผักบริโภคหมุนเวียนได้เพียงพอตลอดระยะเวลาน้ำท่วม 8.เครื่องวัดระดับน้ำข้างทางสาธารณะ เพื่อใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วเป็นตัวช่วยให้ผู้สัญจรตรวจสอบเส้นทางการเดินทางได้อย่างปลอดภัย และสามารถให้ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว 9.คู่มือวินิจฉัยโรคอันตรายที่มากับน้ำท่วมและแผ่นบันทึกอาการจากปัญหาที่ผู้ประสบภัยไม่มีความรู้เรื่องโรคอันตรายที่มากับน้ำท่วม อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคที่มากับน้ำท่วม ห่างไกลจากสถานพยาบาล 10.อุปกรณ์เก็บขยะทางน้ำจากปัญหาขยะลอยล้นเมืองและการจัดเก็บไม่มีประสิทธิภาพ เพราะไม่มีเครื่องมือที่ตอบสนองต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทำให้เก็บขยะได้น้อย และมีขยะตกค้าง
รายละเอียดในการประกวดชิ้นงานผ่าน 10 โจทย์สร้างสรรค์นั้น กิตติรัตน์ บอกว่า ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูโจทย์การออกแบบพร้อมใบสมัครร่วมโครง การผ่านทาง http://www.tcdc.or.th/ designforflood โดยผู้สมัครต้องเลือกโจทย์ข้อใดข้อหนึ่ง พร้อมนำเสนอชิ้นงานผ่านกระดาษขนาด A2 พร้อมกับแสดงรายละเอียดงานออกแบบเป็นภาพ ทั้ง 2 มิติ หรือ 3 มิติ รวมถึงวัสดุหรือซอฟต์แวร์ที่เลือกใช้ (ถ้ามี) และยังต้องระบุถึงความเป็นไปได้ในการผลิต ว่าต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง
อย่างไรก็ตาม เกณฑ์ในการคัดเลือกจะวัดจากคุณภาพการออกแบบ เช่น การเลือกใช้วัสดุที่ตอบรับกับโจทย์ทางการออกแบบ สามารถออกแบบในรายละเอียดที่สามารถนำไปผลิตได้จริงและเป็นไปตามต้นทุนที่กำหนด การนำไปใช้งานจริง มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมรองรับ และง่ายต่อการใช้งาน ความสามารถผลิตเป็นสินค้าหรือบริการต้นแบบที่ทำงานได้จริง และเสร็จตามเวลาที่กำหนด (15 ส.ค.) รวมไปถึงผลงานที่ผ่านมาและประสบการณ์การทำงานของทีมงาน โดยผู้เข้าประกวดสามารถส่งผลงานได้จนถึงวันที่ 31 พ.ค.
จากนั้นจะประกาศผลผู้ชนะในวันที่ 5 มิ.ย. พร้อมมอบเงินรางวัลรวมมูลค่า 2 ล้านบาท โดยผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ในขั้นตอนสุดท้ายจะได้รับการเผยแพร่ผ่านนิทรรศการ โดยทีซีดีซีจะประสานให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องนำไปผลิตเป็นชิ้นงานจริง สำหรับบรรเทาปัญหาอันเกิดจากน้ำท่วมและอุบัติภัยรูปแบบอื่นๆ ได้ในอนาคต
นับว่าเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่เปิดเวทีให้ความคิดสร้างสรรค์ จากสิ่งละอันพันละน้อยและประสบการณ์ที่หลายคนเจอมาโดยตรง ให้ถ่ายทอดเป็นผลงาน สำหรับนำไปทำให้เป็นความจริงในอนาคต ไม่แน่อาจได้เงินรางวัลรวม 2 ล้านบาทติดกระเป๋ากลับไปด้วย







