posttoday
ภูเก็ตสะท้าน

ภูเก็ตสะท้าน

26 เมษายน 2555

โดย...อรุณ จิรชวาลา

โดย...อรุณ จิรชวาลา

แผ่นดินไหวขนาด 4.3 ริกเตอร์ หากเป็นญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ หรืออินโดนีเซีย ก็ถือเป็นเรื่องขี้ผง แต่พอเกิดในประเทศไทย ก็เป็นข่าวใหญ่ติดต่อกันกว่าสัปดาห์

ก็เพราะมันไม่ค่อยเกิดนี่แหละครับ การ สร้างบ้านเรือนที่ผ่านมาจึงไม่ได้เผื่อเรื่องนี้ไว้ ด้วยเหตุนี้ ถึงจะไหวไม่แรงมาก แต่ก็ทำให้เกิดรอยร้าวในบ้านหลายสิบหลัง

เป็นธรรมดาที่ผู้อยู่อาศัยในบ้านที่เกิดรอยร้าวจะหวาดกลัวว่าเพดานจะยุบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายสิบครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือและคำทำนายว่าภูเก็ตทั้งเกาะจะจมหายลงไปในทะเล ทำให้ชาวบ้านหวาดผวามากขึ้น เพราะคนไทยแม้จะไม่เชื่อ แต่ก็มักจะไม่กล้าลบหลู่เรื่องที่เกี่ยวกับโชคลางต่างๆ

ผมเห็นผู้ว่าราชการจังหวัดออกมาบอกว่าจะดำเนินคดีกับเจ้ากรมข่าวลือ แต่ก็นึกไม่ออกว่าอัยการหรือศาลจะคล้อยตามอย่างไร เพราะหมอดูที่ชอบทำนายเหตุร้ายในบ้านเมืองไม่ได้มีรายนี้รายเดียว หรือเรื่องนี้เรื่องเดียว แต่มีสารพัดราย สารพัดเรื่อง

เรื่องการเอาตำแหน่งเป็นประกันก็เช่นกัน ผมก็นึกไม่ออกอีกว่า ตำแหน่งหน้าที่การงานจะไปเกี่ยวกับภัยธรรมชาติได้อย่างไร ถ้ามันจะเกิด อย่าว่าแต่ตำแหน่งผู้ว่าฯ เลยครับ ตำแหน่งรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีก็ค้ำประกันไม่ได้

สรุปว่า เราไม่ควรบ้าจี้กับเรื่องพวกนี้มากจนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นตัวแทนของภาครัฐ ควรจะทำตัวเป็นตัวอย่าง คือ อยู่ในความสงบและให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชนเฉพาะที่เป็นข้อเท็จจริง สำหรับการให้ความเห็น ก็ควรเป็นความเห็นตามหลักวิชาการเท่านั้น

ที่สำคัญกว่า คือ การเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต

ประเด็นหลักที่เกี่ยวข้อง คือ จะมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาดนี้ หรือแรงกว่านี้อีกหรือไม่ ทั้งที่ภูเก็ตและจังหวัดอื่น และถ้ามีความสูญเสียที่จะเกิดตามมามีอะไรบ้าง รุนแรงได้เพียงใด

ก่อนอื่นต้องบอกว่า สำหรับแผ่นดินไหวครั้งนี้ ในแง่ความรุนแรงและความเสียหายต้องถือว่าผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว อาจจะยังมีอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง แต่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรุนแรงกว่าเดิม จึงไม่มีเหตุให้ต้องกังวลว่าตึกจะถล่มหรือภูเก็ตจะจมลงทั้งเกาะ

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าภูเก็ตพ้นภัยแล้วอย่างถาวร ในทางตรงข้าม หลักการทั่วไปเกี่ยวกับแผ่นดินไหว คือ เมื่อเกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้ว ในอนาคตก็จะเกิด ณ จุดเดิมหรือบริเวณใกล้เคียงอีก ช้าหรือเร็วเท่านั้น

ที่ว่านี้ไม่เกี่ยวกับอาฟเตอร์ช็อกนะครับ แต่หมายถึงแผ่นดินไหวครั้งใหม่ในอนาคต เพราะเมื่อเกิดรอยเลื่อนขึ้นมาแล้ว ก็จะเกิดพลังงานสะสมในบริเวณนั้น แต่กว่าจะขยับอีกครั้งก็อาจใช้เวลาเป็นปีหรือหลายปี

การไหวครั้งต่อๆ ไป เป็นไปได้ที่จะไหวแรงขึ้นและไหวนานขึ้น รวมทั้งอาจเกิดใกล้เขตชุมชนหนาแน่นยิ่งขึ้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ก็เป็นไปได้ที่จะมีตึกถล่มและมีความสูญเสียเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังต้องไม่ลืมความเสี่ยงจากสึนามิ ซึ่งในอนาคตก็คงจะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่บริเวณเกาะสุมาตราอีก และหากเกิดใกล้จุดเดิมหรือสูงขึ้นจากจุดเดิม โดยไม่มีหัวเกาะสุมาตราช่วยบัง ชายฝั่งอันดามันตลอดทั้งแนวของไทยก็อาจถูกสึนามิถล่มได้

ก่อนจะพูดเรื่องการเตรียมความพร้อม ผมอยากจะพูดถึงจุดอ่อนที่ใหญ่กว่าภูเก็ตและชายฝั่งอันดามันเสียอีก นั่นก็คือ กรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ ไม่ได้ตั้งอยู่ใกล้รอยเลื่อนที่เสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ แต่มีรอยเลื่อนประเภทนี้อยู่ห่างออกไปในรัศมี 200-300 กิโลเมตร

ความเสี่ยงของกรุงเทพฯ ไม่ได้เกิดจากแผ่นดินแยกแผ่นดินทรุดโดยตรง หรือจากสึนามิ แต่เป็นความเสี่ยงที่มากับการที่ตัวเมืองตั้งอยู่บนดินอ่อนชุ่มน้ำลักษณะคล้ายโคลน ซึ่งจะยวบยาบเป็นคลื่นเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ในกรณีที่ไหวแรงและนาน ตึกรามบ้านช่องอาจล้มระเนระนาดได้

หลังจากเกิดแผ่นดินไหวที่ภูเก็ต วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ได้ออกมาเตือนว่า กรุงเทพฯ มีความเสี่ยงคล้ายเม็กซิโกซิตี ซึ่งใจกลางเมืองตั้งอยู่บนทะเลสาบโบราณที่แห้งไปนานแล้ว ผิวด้านบนแห้งกรัง แต่ลึกลงไปยังชุ่มน้ำอยู่

ในปี ค.ศ. 1985 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8 ริกเตอร์ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากเม็กซิโกซิตีถึง 350 กิโลเมตร แต่แรงสั่นไหวก็ทำให้ที่ดินใจกลางเมืองยวบยาบ มีตึกถล่มเป็นจำนวนมาก และมีคนตายนับหมื่นคน

ก่อนหน้านั้น 56 ปี ผมเคยทำงานอยู่ในเม็กซิโกซิตี ถึงจะไม่เคยกลับไปอีกตั้งแต่ก่อนเกิดแผ่นดินไหวแล้ว แต่ก็พอจะนึกภาพออก เพราะจุดที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดจุดหนึ่งอยู่ห่างจากบ้านเช่าและที่ทำงานของผมไม่มากนัก และผมต้องสัญจรผ่านบริเวณนั้นเป็นประจำ

ในกรณีของกรุงเทพฯ หลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มากนอกฝั่งสุมาตรามาแล้วถึง 2 ครั้ง คือ ในปี ค.ศ. 2004 กับล่าสุดเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมานี้เอง ความเสี่ยงที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7-8 ริกเตอร์ ในรัศมี 300 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ก็ดูเหมือนจะมีมากขึ้น

หากเป็นเช่นนั้น กรุงเทพฯ ก็อาจตกอยู่ในสภาพคล้ายเม็กซิโกซิตีในขณะนั้น เพราะตึกรามบ้านช่องในบ้านเรา นอกจากแทบจะไม่มีการเผื่อเรื่องแผ่นดินไหวแล้ว ยังมักจะมีการ สร้างผิดแบบ ตลอดจนมีการดัดแปลงและต่อเติมในภายหลัง

ในขณะที่ผมไม่อยากให้ชาวภูเก็ตตื่นตระหนกกับแผ่นดินไหวครั้งนี้มากจนเกินไป ผมก็อยากให้คนไทยทุกคนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่อาจจะเป็นจุดเสี่ยงไม่ให้ตั้งอยู่ในความประมาท และอยากเห็นรัฐบาลออกมาตรการรองรับที่เข้มข้นขึ้น ทั้งในเรื่องการให้ความรู้กับประชา ชน การปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับการก่อสร้าง ต่อเติม และดัดแปลงอาคาร การตรวจสอบอาคารตามกำหนดระยะเวลาโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาต และอื่นๆ

และที่สำคัญ ต้องพยายามแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในการก่อสร้าง ที่ในปัจจุบันแพร่หลายจนกลายเป็นขนบธรรมเนียมปกติไปแล้ว

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง