
โออีเอ็มไฟฟ้าอิเล็กทริก เตรียมเจ๊งกว่า3พันราย
กลุ่มไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ รายเล็กที่เป็นโออีเอ็มกว่า 3,000 ราย
กลุ่มไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ รายเล็กที่เป็นโออีเอ็มกว่า 3,000 ราย
เสี่ยงปิดกิจการ เหตุต้นทุนผลิตสูงกว่าจีนและเวียดนามครึ่งเท่าตัว โอดน้ำท่วมค่าจ้าง
นายกฤษดา ทรัพย์ทวยชน เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงสถานการณ์กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ว่า จากนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ทำให้ต้นทุนผลิตกลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ขึ้น 3.5% ท่ามกลางประเทศเพื่อนบ้านมีต้นทุนผลิตต่ำกว่าไทยมาก จึงมีโอกาสที่จะเห็นผู้ประกอบการรายเล็ก โดยเฉพาะกลุ่มที่รับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) ที่มีอยู่ประมาณ 2,000-3,000 ราย ต้องปิดกิจการไป
ทั้งนี้ ต้นทุนการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอ นิกส์ในประเทศจีนและเวียดนามต่ำกว่าไทยถึง 50-60% ขณะเดียวกันประเทศเวียดนาม พม่า และอินโดนีเซีย กำลังเป็นประเทศที่นักลงทุนให้ความสนใจที่จะย้ายฐานการลงทุนเข้าไป เพราะมีแรงงานราคาต่ำ แถมตลาดยังมีขนาดใหญ่กว่า
“อาจเห็นผู้ประกอบการรายเล็กปิดกิจการเกิดขึ้นได้ เพราะชิ้นส่วนไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตได้มีต้นทุนสูงจนขายไม่ได้ ลูกค้าหันไปสั่งซื้อสินค้าจากจีนและเวียดนามแทน ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กอยู่ลำบากขึ้น” นายกฤษดา กล่าวขณะเดียวกัน การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน จะยิ่งเป็นการสร้างแรงกดดันให้ผู้ประกอบการกลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์หลายรายเริ่มศึกษาแนวทางการย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าจ้างขั้นต่ำถูกกว่าประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการนำร่องย้ายฐานการผลิตไปบ้างแล้ว
นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีที่ผ่าน อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ยังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ซึ่งขณะนี้ยังฟื้นตัวกลับมาได้ไม่เต็มที่ โดยล่าสุดโรงงานสามารถกลับมาเดินเครื่องผลิตได้แล้วเฉลี่ย 30% จากผู้ประกอบการทั้งหมด 700 รายที่ประสบปัญหาน้ำท่วม คาดว่าช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ น่าจะฟื้นตัวกลับมาดีขึ้นพอสมควร
อย่างไรก็ดี หากไตรมาส 2 ไม่สามารถฟื้นกลับมาผลิตได้ถึง 50% จะทำให้ปี 2555 จะโตติดลบ 5% เทียบปี 2554 ที่ส่งออก 5.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ







