posttoday
ฉาวทั่วโลก ภาพโป๊โผล่สภา

ฉาวทั่วโลก ภาพโป๊โผล่สภา

22 เมษายน 2555

ผ่านพ้นเทศกาลสงกรานต์กันมาอย่างชุ่มฉ่ำสดชื่นทั่วหน้า การเมืองไทยก็กลับมารบกันต่อตามสูตร

ผ่านพ้นเทศกาลสงกรานต์กันมาอย่างชุ่มฉ่ำสดชื่นทั่วหน้า การเมืองไทยก็กลับมารบกันต่อตามสูตร

และทำท่าจะเป็นหนังชีวิตที่ต้องดูกันยาว ทั้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐสภายังพิจารณากันแบบมาราธอนมาหลายสัปดาห์ เล่นเอาพรรคเพื่อไทยออกอาการเซ็งกันเป็นทิวแถว เพราะต้องการให้กำเนิดสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ใจแทบขาด หรือการสร้างแนวทางปรองดอง เริ่มปรากฏสารพัดสูตรออกมามากมาย ภายหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณว่ามีลางสังหรณ์จะได้กลับประเทศไทยในปีนี้

มาเริ่มกันที่การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 ตอนแรกวิเคราะห์กันว่างานนี้ดุเดือดเลือดพล่านแน่ เพราะฝ่ายค้านหมายมั่นปั้นมือว่าจะถล่มรัฐบาลออกอากาศเพื่อชี้ให้เห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ

แต่ผิดคาดเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หลังมีมือดีปล่อยภาพลามกอนาจารเข้ามายังจอโทรทัศน์ภายในห้องประชุม สร้างความตกตะลึงทั้งในและนอกสภา สื่อต่างประเทศได้ตีข่าวไปทั่วโลกถึงความฉาวโฉ่ครั้งนี้

ขณะเดียวกันจะด้วยความตั้งใจหรือเผลอไปก็ตาม เพราะช่างภาพสื่อมวลชนสามารถจับภาพ ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างกำลังดูภาพโป๊ในโทรศัพท์มือถือในห้องประชุม ก่อนที่ต่อมา สส.กทม.รายนี้จะออกมารับ ว่าเป็นผู้ดูภาพนี้จริง แต่กำลังลบภาพดังกล่าวออกจากเว็บไซต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ไม่ได้มีเจตนาจะดูภาพไม่เหมาะสมในสถานที่ราชการ

ทว่า พรรคเพื่อไทยกำลังได้ทีขี่แพะไล่ นำประเด็นนี้มาขยายผลในทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่ากลบข่าวการประชุมรัฐสภากันเลยทีเดียว โดย พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาเรียกร้องให้ณัฏฐ์ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ฐานทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง และขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ามาตรวจสอบด้วย เหมือนกับเคยสอบสวน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ฉาวทั่วโลก ภาพโป๊โผล่สภา

 

สำหรับการควานหาบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล่อยภาพโป๊กลางสภา สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา สั่งการให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หาตัวบุคคลที่กระทำความผิด ซึ่ง พิฑูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภา คาดว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าเรื่องอื้อฉาวนี้ยังจะอยู่ในกระแสความสนใจอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์แน่นอน เพราะได้นำมาประเด็นทางการเมืองแล้ว

มากันที่ความคืบหน้าในการสร้างความปรองดอง ต้องยอมรับว่ายังไม่มีรูปธรรมมากนัก มีเพียงการเสนอแนวทางอื่นๆ ขึ้นมาเพิ่มเติม แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็มีจุดมุ่งหมายสู่การตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหมือนกัน แตกต่างกันตรงที่ฝ่ายไหนจะเป็นผู้เสนอเท่านั้น

นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ โยนหินถามทางด้วยการให้พรรคการเมืองขนาดเล็กเป็นผู้เสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแทนพรรคเพื่อไทยหรือรัฐบาล เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน พร้อมกับการเปิดเวทีสุนทรีสนทนาสำรวจความคิดเห็นของประชาชนด้วย

อีกแนวทางหนึ่งเป็นของ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เปิดประเด็นใหม่โดยให้คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เสนอคณะรัฐมนตรีให้ตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

นอกจากนี้ มีความเห็นจากแกนนำเสื้อแดงต่อข้อเสนอการสร้างความปรองดองจาก ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีความน่าสนใจตรงที่เป็นการแสดงความคิดเห็นประหนึ่งให้ลืมๆ เหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้น

“วันนี้ อย่าหาคนผิดหรือหาพระเอก ส่วนตัวแม้จะเกิดหรือไม่เกิดบาดแผลจากการเมือง บาดแผลทางร่างกาย แต่ประเทศไทยได้เกิดบาดแผลไปแล้ว และรอไม่ได้แล้วที่จะดำเนินการปรองดอง” ณัฐวุฒิ ระบุ

ด้าน คอป.ในฐานะผู้ถูกพาดพิงโดยตรง ได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการใช้ คอป.เป็นเครื่องมือในการสร้างความปรองดอง ทั้งนี้ คณิต ณ นคร ประธาน คอป .ยืนยันว่า ในรายงานของ คอป.ทุกฉบับ ไม่เคยพูดถึงการนิรโทษกรรมหรือการล้มคดี คตส. หากจะมีการบิดเบือนจริงๆ ทุกคนในสังคมก็ต้องช่วยกันตรวจสอบให้กับทาง คอป.อีกทางหนึ่งด้วย

นอกเหนือไปจาก “การแก้ไขรัฐธรรมนูญการปรองดอง” พบว่ามีอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจและเป็นกระแสเช่นกัน อย่างการเปิดบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพาผู้นำเหล่าทัพรดน้ำดำหัว ในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2555

พล.อ.เปรม ได้กล่าวอวยพรว่า “รัฐมนตรีสุกำพล คือทหารชั้นผู้ใหญ่ ทราบดีว่าเรารักใคร่กันอย่างไร และเราจะรักใคร่กันอย่างนี้ ขอให้พระสยามเทวาธิราชปกป้องให้พวกเราปลอดภัยจากภยันตราย”

อีกเรื่องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้ ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย พ้นจากตำแหน่งจากกรณีที่ชินณิชาเมื่อครั้งเป็น สส.ปี 2551 ไม่แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในรายการเงินกู้ยืมจาก บรรณพจน์ ดามาพงศ์ จำนวน 100 ล้านบาท

แม้ว่าต่อมาจะได้ยื่นต่อ ป.ป.ช. ในเดือน ต.ค.ของปีเดียวกัน แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะได้ดำเนินการภายหลังเป็น สส.มาแล้วถึง 8 เดือน อย่างไรก็ตามทนายความของชินณิชาได้เตรียมยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อไป

ส่วนศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องการสิ้นสภาพการเป็น สส. 2 กรณี ประกอบด้วย 1.กรณี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก นำถุงยังชีพของกระทรวงพลังงานไปแจกประชาชน จ.พิษณุโลก และ 2.กรณี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) แต่งตั้ง สส. 6 คน เป็นคณะทำงานจัดการถุงยังชีพ เพราะศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าเป็นพฤติการณ์เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาอุทกภัย ไม่ใช่การใช้อำนาจหน้าที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ

ปิดท้ายด้วยเหตุการณ์เขย่าขวัญประเทศไทย หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวบริเวณเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ส่งผลสั่นสะเทือนมาถึงไทยพอสมควร โดยเฉพาะ จ.ภูเก็ต เพราะสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ตรวจพบแผ่นดินไหวในพื้นที่ภูเก็ตมากกว่า 40 ครั้ง ซึ่งเป็นผลมาจากอาฟเตอร์ช็อก แต่โชคดีไม่เกิดสึนามิหรือสร้างความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ